อำเภอสรรพยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอสรรพยา
แผนที่จังหวัดชัยนาท เน้นอำเภอสรรพยา
เขาสรรพยาบรรพต หวานเลิศล้ำ
รสน้ำตาล แชมพูว่านหางจระเข้ จักสาน
เปลผักตบชวา ล้ำคุณค่าหอพระไตร
เขื่อนใหญ่เจ้าพระยา
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอสรรพยา
อักษรโรมัน Amphoe Sapphaya
จังหวัด ชัยนาท
รหัสทางภูมิศาสตร์ 1804
รหัสไปรษณีย์ 17150
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 228.3 ตร.กม.
ประชากร 44,356 คน (พ.ศ. 2552)
ความหนาแน่น 194.28 คน/ตร.กม.
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอสรรพยา หมู่ที่ 4 ตำบลสรรพยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท 17150
พิกัด 15°8′15″N 100°14′35″E / 15.13750°N 100.24306°E / 15.13750; 100.24306
หมายเลขโทรศัพท์ 0 5649 9155
หมายเลขโทรสาร 0 5649 9155

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอสรรพยา [—สับ-พะ-ยา][1] เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดชัยนาท หมู่บ้านหรือชุมชนสรรพยาดั้งเดิม ปัจจุบันตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลสรรพยา อำเภอสรรพยา บริเวณตั้งแต่วัดกำแพงไปถึงวัดสะแก (วัดร้าง) หรือระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 32-34 ทางหลวงแผ่นดินสายสิงห์บุรี-ชัยนาท ซึ่งชื่อตำบลและอำเภอสรรพยาปัจจุบันนี้นำมาจากชื่อ "เขา บึง และชุมชนสรรพยา"

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอสรรพยาตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ตำนาน[แก้]

ชื่อของตำบลและอำเภอสรรพยามีความเกี่ยวข้องกับวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์เช่นเดียวกับชื่อของท้องถิ่นอื่น ๆ ในบริเวณเขตจังหวัดใกล้เคียง เช่น เมืองลพบุรี ทุ่งพรหมาสตร์ ทะเลชุบศรในจังหวัดลพบุรี เป็นต้น ในพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๒ เรื่องรามเกียรติ์ได้กล่าวถึงเขาสรรพยาในศึกกุมภกรรณครั้งที่ ๒ ซึ่งรบกับพระลักษมณ์ กุมภกรรณได้พุ่งหอกโมกขศักดิ์ถูกพระลักษมณ์สลบไป พวกนายกองจะฉุดแก้ไขอย่างใดก็หาเขยื้อนได้ไม่ เพราะเป็นหอกศักดิ์สิทธิ์ ในที่สุดพิเภกจึงทูลพระรามว่า

ซึ่งพระน้องต้องหอกอสุรินทร์           ยังไม่สิ้นชีวังสังขาร์
แม้นได้สังกรณีตรีชวา                    กับปัญจมหานที
ประสมเป็นโอสถบดพอก                ให้แก้หอกโมกขศักดิ์ยักษี
พระลักษมณ์ก็จะคืนสมประดี            ภูมีจงดำริตริการ ฯ    

พระรามได้มีพระบัญชาให้หนุมานไปเก็บสังกรณีตรีชวาหรือสรรพยา ซึ่งอยู่ที่เขาสรรพยามาแก้ไขพระลักษมณ์ หนุมานจึงรีบเหาะไป

ครั้นถึงสรรพยาสิงขร                วานรลงเดินริมเนินผา
ร้องเรียกสังกรณีตรีชวา                   อยู่ไหนออกมาอย่าช้าที
ได้ยินขานข้างล่างลงไปค้น              กลับขึ้นไปกู่อยู่บนคิรีศรี
จึงเอาหางกระหวัดรัดคิรี                 มือกระบี่คอยจับสรรพยา ฯ

เขาสรรพยาในเรื่องรามเกียรติ์ที่กล่าวมานี้ เชื่อกันว่าคือเขาสรรพยาที่ตำบล-อำเภอสรรพยานี้เอง ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าให้ฟัง มีเรื่องพิสดารปลีกย่อยอีกมากมายพอปะติดปะต่อเป็นเรื่องได้ดังนี้

เล่ากันว่า เมื่อพระลักษมณ์รบกับกุมภกรรณและเสียทีถูกหอกโมกขศักดิ์ พิเภกได้ทูลให้พระรามทรงทราบถึงฤทธิ์ของหอกและยาที่จะแก้ไข จึงได้มีพระบัญชาให้หนุมานไปเอาสังกรณีตรีชวาหรือสรรพยา หนุมานได้เหาะไปที่เขาหลวง แต่ไม่รู้จักสังกรณีตรีชวาจึงร้องถามหาอยู่ตีนเขา ก็ได้ยินขานรับอยู่บนยอดเขา เมื่อขึ้นไปยอดเขาร้องถามหาอีกก็ได้ยินขานรับอยู่ตีนเขา ในที่สุดหนุมานโกรธพอได้ยินขานรับบนยอดเขาก็หักเอากลางเขาแบกเหาะไป เมื่อเหาะไปได้สักพักก็บิส่วนหนึ่งทิ้งไปกลายเป็นเขาขยายในเขตอำเภอเมืองชัยนาทปัจจุบัน ขณะที่เหาะต่อมารู้สึกกระหายน้ำยิ่งนัก แลเห็นบึงใหญ่อยู่กลางทางจึงแวะเอาเขาวางลงริมบึง (ภายหลังเรียกบึงนี้ว่า "บึงสรรพยา") วักน้ำด้านตะวันตกเฉียงใต้ขึ้นดื่ม ทำให้บริเวณนี้ลึกกว่าที่อื่น ๆ (ต่อมาบึงสรรพยาตื้นเขิน บึงเล็กลงปัจจุบันเหลือแต่ "บึงอรพิม") เนื่องจากบริเวณนี้เป็นดินเลน เขาที่หนุมานวางไว้ได้ยุบจมดินจนติดแน่น เมื่อหนุมานดื่มน้ำแล้วจึงยกเขาไม่ขึ้น

แต่บางท่านว่าเมื่อหนุมานกระหายน้ำ ได้เหาะลงวางเขากลางทุ่งนาแล้วเดินไปขอน้ำเด็กเลี้ยงควาย แต่เด็กเลี้ยงควายเห็นหนุมานเป็นลิงนอกจากจะไม่ให้น้ำแล้วยังหยอกล้อเล่นอีกด้วย หนุมานโกรธเดินไปดื่มน้ำที่แม่น้ำ (เจ้าพระยา) ทางเดินไปกลับเป็นลำรางข้างวัดโบสถ์ (วัดร้าง) ชาวบ้านเรียกว่า "บางโบสถ์" (ปัจจุบันตื้นเขินแล้ว) ขณะที่เดินไปดื่มน้ำนั้นเขาได้งอกรากติดกับพื้นดิน เมื่อหนุมานได้ดื่มน้ำแล้วกลับมายกเขาไม่ขึ้น จึงเรียกสังกรณีตรีชวาเช่นครั้งก่อนแล้วหักเอายอดเขาด้านทิศใต้ไป เขาสรรพยาด้านทิศใต้จึงลาดลง ก่อนจากไปหนุมานนึกเคืองว่าบนเขานี้มีสรรพยารักษาได้ทุกโรค แต่คนที่นี่ใจจืดขอแค่น้ำก็ไม่ให้กินเลยสาปไว้ว่าอย่าให้คน (เกิด) สรรพยาใช้ยาถูกกับโรคใด ๆ เลย (แต่คน-เกิด-ที่อื่นมาเอาสรรพยาไปรักษาโรคหาย) และสลัดขนเป็นต้นละมานให้เข้าหูเพื่อป้องกันคนขึ้นไปหาสรรพยาบนเขา แล้วหนุมานก็เหาะนำเขาไป แต่โดยที่เป็นยอดเขามีขนาดเล็กลง หนุมานได้คอนเขาไปแล้วเอาไปวางที่เกิดเหตุ จึงเรียกสืบกันมาว่า "เขาสมอคอน" (หรือสะโหมคอนตามสำเนียงชาวบ้าน) ที่ตำบลสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ปัจจุบัน

เมื่อหนุมานได้สาปไว้ ตอนแรกชาวบ้านก็เรียกว่า "เขาสาปยา" แต่ภายหลังเรียกแก้เคล็ดเป็นเขาสรรพยา (สับ-พะ-ยา) ส่วนบึงที่หนุมานวักน้ำดื่มก็เรียกบึงสรรพยา เนื่องจากบริเวณนี้เป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึงมีตะกอนมาทับถม บึงจึงตื้นเขินเป็นที่นาไปแล้วมาก เหลือบางส่วนปัจจุบันเรียกบึงอรพิม (แต่ก็ตื้นเขินเป็นที่นาเป็นส่วนใหญ่ บางท่านจึงเรียกว่า "หนองอรพิม") บางท่านว่าบึงอรพิมนี้เกิดในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตอนที่พม่ามาท้าสร้างพระพุทธรูปที่งดงามและใหญ่ที่สุด ทางกรุงศรีอยุธยารับท้าและได้มอบให้ศรีธนชัยรับผิดชอบ แต่ศรีธนชัยใช้ไม้ไผ่สานเอาดินพอกแล้วลงรักปิดทองลวงพม่า ฝ่ายพม่าให้คนมาสอดแนมเห็นเช่นนั้นจึงรีบกลับไปบอกพวกของตน และพบขณะนำพระพุทธรูปล่องแพมาตามลำน้ำ พอพม่าได้ทราบเช่นนั้นก็คิดหนี จะนำพระพุทธรูปกลับไปด้วยก็ลำบากและชักช้า จึงได้ทำลายแพทิ้งพระพุทธรูป ด้วยความใหญ่และหนักของพระพุทธรูป (เล่ากันว่า ปลาช่อนขนาดปลาสี่ปลาห้า หรือขนาดลำแขนผู้ชายหนักประมาณ 1 ก.ก. อยู่ในรูพระนาสิก (จมูก) ได้) จึงเกิดห้วงน้ำเป็น "บึงอรพิม" เชื่อกันว่าพระพุทธรูปยังคงจมอยู่ในบึงอรพิม แต่จะปรากฏหรือไม่ให้ผู้ใดพบเห็นก็ได้

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอสรรพยา แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 ตำบล 55 หมู่บ้าน ได้แก่

1. สรรพยา (Sapphaya) 7 หมู่บ้าน
2. ตลุก (Taluk) 12 หมู่บ้าน
3. เขาแก้ว (Khao Kaeo) 6 หมู่บ้าน
4. โพนางดำตก (Pho Nang Dam Tok) 6 หมู่บ้าน
5. โพนางดำออก (Pho Nang Dam Ok) 8 หมู่บ้าน
6. บางหลวง (Bang Luang) 7 หมู่บ้าน
7. หาดอาษา (Hat Asa) 9 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอสรรพยาประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9 แห่ง แบ่งออกเป็น 8 เทศบาลตำบล และ 1 องค์การบริหารส่วนตำบล ได้แก่

  • เทศบาลตำบลโพธิ์พิทักษ์ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลโพนางดำตก
  • เทศบาลตำบลสรรพยา ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลสรรพยา
  • เทศบาลตำบลบางหลวง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางหลวงทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลหาดอาษา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหาดอาษาทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลตลุก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลตลุกทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลโพนางดำออก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโพนางดำออกทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลโพนางดำตก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโพนางดำตก (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลโพธิ์พิทักษ์)
  • เทศบาลตำบลเจ้าพระยา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสรรพยา (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลสรรพยา)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเขาแก้ว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเขาแก้วทั้งตำบล

สถานศึกษา[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชบัณฑิตยสถาน. อ่านอย่างไร และ เขียนอย่างไร ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. พิมพ์ครั้งที่ 16. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน, 2546.