อำเภอราชสาส์น
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||
อำเภอราชสาส์น เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่ในบริเวณตอนกลางค่อนไปทางตะวันออก อยู่ทางตอนบนของจังหวัด
เนื้อหา |
ที่ตั้งและอาณาเขต [แก้]
อำเภอราชสาส์นตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอข้างเคียง ดังนี้
- ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอบ้านสร้าง (จังหวัดปราจีนบุรี)
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอพนมสารคาม
- ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอแปลงยาวและอำเภอบางคล้า
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอบางคล้า
ที่มาของชื่ออำเภอ [แก้]
ตามนิทานพื้นบ้านเรื่องพระรถเมรีเล่าว่า นางยักษ์แม่ของนางเมรีได้ฝากสารไปกับพระรถเสนไปให้นางเมรีโดยห้ามเปิดสารระหว่างทาง ใจความของสารนั้นคือ ถ้าถึงกลางวันให้กินตอนกลางวัน ถ้าถึงตอนกลางคืนให้กินตอนกลางคืน (ให้บริวารของพวกยักษ์กินพระรถเสนเมื่อไปถึง) เมื่อถึงตำแหน่งที่เป็นอำเภอราชสาส์นในปัจจุบัน พระรถเสนได้พักอยู่กับฤๅษีซึ่งเป็นอาจารย์ของตน พระฤๅษีก็แอบเปิดสารดูจึงแปลงสารจากคำว่า "กิน" เป็นคำว่า "รับ" บริเวณนั้นจึงได้ชื่อว่า "ราชสาส์น" ซึ่งแปลว่าจดหมายนั่นเอง
ประวัติ [แก้]
อำเภอราชสาส์นเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอพนมสารคาม และได้แยกออกมาเป็น กิ่งอำเภอราชสาส์น ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน[1] และได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น อำเภอราชสาส์น ตามพระราชกฤษฎีกาเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2537 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม ปีเดียวกัน[2]
การแบ่งเขตการปกครอง [แก้]
การปกครองส่วนภูมิภาค [แก้]
อำเภอราชสาส์นแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 3 ตำบล 31 หมู่บ้าน ได้แก่
| 1. | บางคา | (Bang Kha) | 6 หมู่บ้าน | |||
| 2. | เมืองใหม่ | (Mueang Mai) | 9 หมู่บ้าน | |||
| 3. | ดงน้อย | (Dong Noi) | 16 หมู่บ้าน |
การปกครองส่วนท้องถิ่น [แก้]
ท้องที่อำเภอราชสาส์นประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 แห่ง ได้แก่
- องค์การบริหารส่วนตำบลบางคา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางคาทั้งตำบล
- องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองใหม่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองใหม่ทั้งตำบล
- องค์การบริหารส่วนตำบลดงน้อย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดงน้อยทั้งตำบล
อ้างอิง [แก้]
- ↑ "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งท้องที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งเป็นกิ่งอำเภอราชสาส์น". ราชกิจจานุเบกษา 94 (13 ง): 773. 22 กุมภาพันธ์ 2520.
- ↑ "พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอเปือยน้อย ... และอำเภอศรีวิไล พ.ศ. ๒๕๓๗". ราชกิจจานุเบกษา 111 (21 ก): 32–35. 3 มิถุนายน 2537.
|
|||||||