อำเภอป่าแดด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอป่าแดด
แผนที่จังหวัดเชียงราย เน้นอำเภอป่าแดด
ป่าแดดข้าวหอม ธาตุจอมสูงสง่า
หุ่นฟางสัตว์ป่า ถ้ำผาแหล่งธรรม งามล้ำผ้าไหม
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอป่าแดด
อักษรโรมัน Amphoe Pa Daet
จังหวัด เชียงราย
รหัสทางภูมิศาสตร์ 5706
รหัสไปรษณีย์ 57190
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 333.3 ตร.กม.
ประชากร 26,349 คน (พ.ศ. 2552)
ความหนาแน่น 79.05 คน/ตร.กม.
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอป่าแดด ถนนทาน-ป่าแดด ตำบลป่าแดด อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย 57190
พิกัด 19°30′12″N 99°59′36″E / 19.50333°N 99.99333°E / 19.50333; 99.99333
หมายเลขโทรศัพท์ 0 5376 1039
หมายเลขโทรสาร 0 5376 1039

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอป่าแดด (คำเมือง: Lanna-Pa Daet.png) เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงราย เดิมเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอพาน ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 52 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งสิ้น 333.300 ตารางกิโลเมตร

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

ประวัติ[แก้]

อำเภอป่าแดดเดิมเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอพาน ชื่อว่า ตำบลป่าแดด เป็นท้องที่ทุรกันดารและตั้งอยู่ห่าไกลจากตัวอำเภอพาน การเดินทางไปมาเพื่อติดต่อราชการกับที่ว่าการอำเภอพานแต่ละครั้งต้องเดินเท้า เนื่องจากไม่มียานพาหนะใด ๆ และด้วยระยะทางไกลทำให้ต้องมีการพักค้างแรมระหว่างการเดินทาง ส่วนสัมภาระต่าง ๆ ก็ต้องใช้คนแบกหาม และด้วยราษฎรส่วนใหญ่ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง นายสง่า ไชยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายในสมัยนั้นได้รายงานต่อกระทรวงมหาดไทย ขอตั้งเป็นกิ่งอำเภอ กระทรวงมหาดไทยจึงมีประกาศเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2512 ให้ยกฐานะตำบลป่าแดดขึ้นเป็น กิ่งอำเภอป่าแดด และให้ขึ้นอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2512 และในวันที่ 23 มิถุนายน ของปีเดียวกัน ได้มีการประกอบพิธีเปิดที่ว่าการกิ่งอำเภอป่าแดด

ต่อมากิ่งอำเภอป่าแดดเป็นชุมชนที่หนาแน่นขึ้นและมีสภาพเจริญขึ้นกว่าเดิมมาก ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นจึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 192 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 56 วรรค 2 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2515 ตราพระราชกฤษฎีกาตั้งกิ่งอำเภอป่าแดด อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เป็น อำเภอป่าแดด ขึ้นกับจังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2518 ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 92 ตอนที่ 166 ลงวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2518

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอป่าแดดแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 5 ตำบล 58 หมู่บ้าน ได้แก่

1. ป่าแดด (Pa Daet) 12 หมู่บ้าน
2. ป่าแงะ (Pa Ngae) 18 หมู่บ้าน
3. สันมะค่า (San Makha) 8 หมู่บ้าน
4. โรงช้าง (Rong Chang) 12 หมู่บ้าน
5. ศรีโพธิ์เงิน (Si Pho Ngoen) 8 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอป่าแดดประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลป่าแงะ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลป่าแงะทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลป่าแดด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลป่าแดดทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลสันมะค่า ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสันมะค่าทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลศรีโพธิ์เงิน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลศรีโพธิ์เงินทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลโรงช้าง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโรงช้างทั้งตำบล

ภูมิศาสตร์[แก้]

ภูมิประเทศ[แก้]

อำเภอป่าแดดมีภูเขาและป่าไม้ล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ทางด้านทิศตะวันออกส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าไม้ ทางราชการได้กำหนดเป็นป่าสงวนแห่งชาติขึ้นเรียกว่า "ป่าแม่พุง" ทางทิศตะวันตกเป็นป่าสงวนแห่งชาติอีกป่าหนึ่ง เรียกว่า "ป่าแม่ปีม" สภาพพื้นที่ทั่วไปของอำเภอป่าแดด เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำพุงไหลผ่านจากทิศตะวันตกจากตำบลป่าแงะ ผ่านบ้านแม่พุง ตำบลป่าแดด ผ่ายบ้านวังผา ตำบลสันมะค่า อำเภอป่าแดด และมีภูเขาสำคัญชื่อ "ดอยงาม" ซึ่งเป็นเขตกั้นระหว่างอำเภอพานกับอำเภอป่าแดด

ภูมิอากาศ[แก้]

เป็นแบบมรสุมเมืองร้อน มี 3 ฤดู คือ

ประชากร[แก้]

ตามสถิติข้อมูลอำเภอป่าแดด สำรวจเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ดังนี้

  • ประชากรชาย 13,722 คน
  • ประชากรหญิง 13,488 คน

รวมทั้งสิ้น 27,210 คน

  • จำนวนครัวเรือนทั้งหมด 7,648 ครัวเรือน
  • จำนวนหลังคาบ้านทั้งหมด 7,648 หลังคาบ้าน
  • พื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 123,571 ไร่
  • จำนวนครัวเรือนที่ทำเกษตร 6,537 ครัวเรือน
  • จำนวนผู้นำเกษตรกร 58 คน

ทรัพยากรธรรมชาติ[แก้]

แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญในอำเภอป่าแดด ประกอบด้วย

ป่าไม้[แก้]

อำเภอป่าแดดมีพื้นที่ป่าไม้คิดเป็นร้อยละ 5 ของพื้นที่ มีพื้นที่ป่าไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปืม แม่พุง ทางด้านทิศตะวันตก และป่าแม่ลอยไร่ ป่าสักลอ และป่าแม่พุงทางทิศตะวันออก

แหล่งน้ำ[แก้]

แหล่งน้ำสำคัญในอำเภอป่าแดด ประกอบด้วย

  • แม่น้ำพุง มีต้นกำเนิดในเขตอำเภอพาน ไหลผ่านตำบลป่าแงะ ตำบลป่าแดด ตำบลสันมะค่า และไหลไปบรรจบกับแม่น้ำอิงบริเวณตำบลสันมะค่า ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร
  • แม่น้ำอิง มีต้นกำเนิดในเขตอำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ไหลผ่านอำเภอป่าแดดที่บริเวณบ้านสันบัวคำ บ้านวังผา บ้านวังศิลา ตำบลสันมะค่า และเป็นเส้นแบ่งแนวเขตการปกครองระหว่างอำเภอป่าแดดกับอำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ทางทิศใต้
  • โครงการชลประทานขนาดเล็ก เป็นฝายกั้นลำน้ำพุง จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ฝายร่องเปาและฝายวังเคียน นอกจากนี้ยังมีฝายประชาอาสาและฝายน้ำล้นอื่น ๆ อีกจำนวน 19 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กจำนวน 2 แห่ง

หน่วยงานราชการ[แก้]

  • สำนักงานสาธารณสุขตำบล มีประจำทุกตำบล จำนวน 5 แห่ง
  • โรงพยาบาลขนาด 30 เตียง จำนวน 1 แห่ง
  • สถานีตำรวจภูธร จำนวน 1 แห่ง
  • หน่วยบริการใช้ไฟฟ้าย่อย จำนวน 1 แห่ง
  • ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขอำเภอ จำนวน 1 แห่ง
  • ธนาคารพาณิชย์ จำนวน 1 แห่ง
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สาขาป่าแดด จำนวน 1 แห่ง

สถานศึกษา[แก้]

สถานศึกษาจำนวน 17 แห่ง

  • ระดับประถมศึกษา-มัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 14 แห่ง
  • ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น-ตอนปลาย จำนวน 1 แห่ง
  • ระดับก่อนประถม (โรงเรียนเอกชน) จำนวน 1 แห่ง
  • ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (โรงเรียนพระปริยัติฯ) จำนวน 1 แห่ง
  • ตำบลป่าแดด
  1. โรงเรียนป่าแดดวิทยาคม
  2. โรงเรียนเทศบาล 1 (ป่าแดด)
  3. โรงเรียนอนุบาลลูกรัก (ป่าแดด)
  4. โรงเรียนบ้านแม่พุง
  5. โรงเรียนบ้านสักพัฒนา
  6. โรงเรียนบ้านใหม่ใต้
  • ตำบลป่าแงะ
  1. โรงเรียนบ้านป่าแงะ
  2. โรงเรียนบ้านป่าเส้า
  3. โรงเรียนบ้านใหม่พัฒนา
  4. โรงเรียนเทศบาล ๒ (สามัคคีราษฏร์รังสรรค์)
  5. โรงเรียนบ้านร่องเปา (ร้าง)
  6. โรงเรียนอนุบาลเทศบาลป่าแงะ
  • ตำบลโรงช้าง
  1. โรงเรียนบ้านโรงช้าง
  2. โรงเรียนบ้านโป่ง
  3. โรงเรียนอนุบาลคริสเตียนสันกอง
  • ตำบลสันมะค่า
  • ตำบลศรีโพธิ์เงิน
  1. โรงเรียนศรีโพธิ์เงิน

การประกอบอาชีพและการอุตสาหกรรม[แก้]

ประชากรส่วนใหญ่ของอำเภอป่าแดดประกอบอาชีพทางการเกษตร อาทิ ทำนา ทำไร่ ทำสวน พืชหลักที่ทำรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ คือ ข้าว ข้าวโพด ถั่วลิสง ลำไย มะม่วง ถั่วเหลือง ขิง ลิ้นจี่ และผักต่าง ๆ ประชากรส่วนหนึ่งจะประกอบอาชีพทางการค้าขายซึ่งกำลังขยายตัวอยู่ในขณะนี้

โรงงานอุตสาหกรรมขนาดย่อม[แก้]

  • โรงงานผลิตน้ำดื่ม 3 แห่ง
  • โรงสีข้าวขนาดใหญ่ 3 แห่ง
  • โรงสีข้าวขนาดเล็ก 95 แห่ง
  • โรงบ่มใบยาสูบ 2 แห่ง
  • โรงงานผลิตซีเมนต์บล็อก 4 แห่ง
  • โรงโม่หิน 2 แห่ง

การคมนาคม[แก้]

  • จากตำบลป่าแงะถึงตัวอำเภอป่าแดด ระยะทาง 6 กิโลเมตร
  • จากตำบลสันมะค่าถึงตัวอำเภอป่าแดด ระยะทาง 11 กิโลเมตร
  • จากตำบลโรงช้างถึงตัวอำเภอป่าแดด ระยะทาง 3 กิโลเมตร
  • จากตำบลศรีโพธิ์เงินถึงตัวอำเภอป่าแดด ระยะทาง 15 กิโลเมตร
  • จากตัวอำเภอถึงจังหวัดเชียงราย ระยะทาง 52 กิโลเมตร

ศาสนสถาน[แก้]

พระพุทธศาสนา[แก้]

วัดภายในอำเภอป่าแดดที่ได้รับการตั้งวัดหรือได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้วมีจำนวนทั้งหมด 15 แห่ง สำนักสงฆ์และที่พักสงฆ์ที่ยังไม่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาอีก 14 แห่ง โดยกระจายอยู่ตามหมู่บ้านและตำบลต่าง ๆ ดังนี้


  • ตำบลป่าแดด
  1. วัดศรีชุมประชา
  2. วัดใหม่ใต้
  3. วัดป่าสัก
  4. วัดท่าน้ำ (สันเจริญ)
  5. วัดแม่พุง
  6. ที่พักสงฆ์สันโค้ง (หนองบัวคำ)
  7. วัดพระธาตุจอมคีรี
  • ตำบลป่าแงะ
  1. วัดป่าแงะเมืองชุม
  2. วัดศรีบุญเกิด
  3. วัดป่าเส้าดอนชัย
  4. วัดถ้ำผาจรุย (ธรรมยุต)
  5. สำนักสงฆ์ใหม่พัฒนา
  6. ที่พักสงฆ์ใหม่สันเจริญ
  7. ที่พักสงฆ์ห้วยลึก (คีรีพัฒนา)
  8. ที่พักสงฆ์ร่องเปา (ศรีจอมทอง)
  9. ที่พักสงฆ์พระธาตุจอมรุ้ง
  • ตำบลโรงช้าง
  1. วัดศรีดอนแก้ว
  2. วัดศรีบังวัน
  3. วัดศรีบุญยืน
  4. สำนักสงฆ์สันกู่ (โป่งสลี-ร้าง)
  5. สำนักสงฆ์สันกองพัฒนาราม
  • ตำบลสันมะค่า
  1. วัดสันมะค่า
  2. วัดวังผาศิลาราม
  3. ที่พักสงฆ์วังอวน
  4. ที่พักสงฆ์เขาวงมหาวัน (ธรรมยุต)
  5. ที่พักสงฆ์ป่าอรัญบรรพต (ธรรมยุต)
  6. ที่พักสงฆ์ อาโยนาราม
  7. ที่พักสงฆ์ อรหันต์ตา
  • ตำบลศรีโพธิ์เงิน
  1. วัดศรีดอนมูล

คริสต์ศาสนา[แก้]

  • โบสถ์คริสต์คริสตจักรสันกอง สถานที่ตั้งตำบลโรงช้าง

แหล่งท่องเที่ยว[แก้]

  • ตำบลป่าแดด
  1. พระธาตุจอมคีรี
  2. พระธาตุม่อนผ้าขาว
  3. วัดถ้ำพระภิรมย์
  4. หลวงพ่อหนุ่ม
  • ตำบลป่าแงะ
  1. วัดถ้ำผาจรุย
  2. ฝายน้ำพุง
  3. ฝายน้ำล้นร่องเปา
  4. อ่างเก็บน้ำหนองเชียงใหม่
  5. วัดพระธาตุจอมรุ่ง
  • ตำบลศรีโพธิ์เงิน
  1. อ่างเก็บน้ำหนองเพิงนาค ตั้งอยู่บริเวณตำบลศรีโพธิ์เงิน
  • ตำบลโรงช้าง
  1. อ่างเก็บน้ำห้วยแดด
  2. วัดม่อนแก้ว
  3. วัดพระธาตุน้ำดอกบัวตอง 12 ราศี
  4. วัดโป่งสลี
  • ตำบลสันมะค่า
  1. วัดสันมะค่า
  2. วัดป่าอรัญบรรพต
  3. หมู่บ้าน 4 วังประกอบไปด้วย บ้านวังผา วังศิลา วังอวน วังน้อย


ประเพณีและวันสำคัญ[แก้]

  • ประเพณีการแห่ผ้าห่มขึ้นพระธาตุจอมคีรีและการสงน้ำพระธาตุจอมคีรี (ทอผ้าขึ้นธาตุ ตักบาตรพระอุปครุฑ บูชาพระพุทธบรสวรรค์)
  • ประเพณีทานก๋วยสลากภัทของหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ
  • ประเพณียี่เป็ง (ลอยกระทงและปล่อยโคมลอย)
  • ประเพณีปี๋ใหม่เมือง ขนทรายเข้าวัด แห่ตุงหื้อตาน
  • ประเพณีรดน้ำดำหัวคนเฒ่า
  • ประเพรีการแข่งเรือของตำบลป่าแงะ
  • งานประจำปี (งานหุ่นฟางข้าว)
  • เทศกาลชิมลำไยหวาน ชมดอกไม้บาน ที่อำเภอป่าแดด
  • เทศกาลข้าวสารหอมของดีอำเภอป่าแดด
  • เทศกาลชิมลิ้นจี่หวาน ของดีเมืองป่าแดด
  • เทศกาลแตงโมหวาน อำเภอป่าแดด

ภาษา[แก้]

  • ภาษา[1] ในปัจจุบันนอกจากภาษาไทยกลางซึ่งเป็นภาษาทางการแล้ว กำเมือง (คำเมือง) หรือภาษาล้านนา ยังเป็นภาษาถิ่นที่นิยมอยู่อย่างกว้างขวาง โดยพบเห็นได้ในงานประเพณีสำคัญและป้ายสุภาษิตสอนใจที่ติดตามต้นไม้ตามโรงเรียนหรือไม่ก็ที่อื่น ๆ ซึงปัจจุบันทางราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมมือกันเพื่อรณรงค์อนุรักษ์ภาษาคำเมืองให้คงอยู่กับอำเภอป่าแดด โดยสนับสนุนให้ตามโรงเรียนเปิดสอนวิชาเลือกเสรี สอนภาษาเมืองให้แก่นักเรียน เนื่องจากอำเภอป่าแดดเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชนหลากหลายเผ่าพันพันธ์ไม่ว่าจะเป็นไทยวน (คนเมือง) ไทลื้อ ไทยอง ลาว มอญ ดังนั้นแม้ปัจจุบันชาวอำเภอป่าแดดส่วนมากจะใช้คำเมืองในการสื่อสารพูดคุยกัน แต่เมื่อได้ฟังหรือศึกษากันอย่างลึกซึ้งจะสังเกตได้ว่าสำเนียงที่พูดกันนั้นมีสำเนียงที่แตกต่างกันไป ภาษาของอำเภอป่าแดดอาจแบ่งออกได้ดังนี้
  1. ภาษาไทยวน (คำเมือง) โดยส่วนมากชาวอำเภอป่าแดดใช้ในการพูดสื่อสารกันมากที่สุด และคนส่วนมากคิดว่าเป็นภาษาที่ชาวอำเภอป่าแดดใช้สื่อสารกันทั้งหมด
  2. ภาษายอง ตัวอย่างเช่น ตี่บ้านมีโงกี่โต๋ (ที่บ้านมีวัวกี่ตัว) เอาเมื้องเอาเก๋อมาโอม (เอาเมี่ยงเอาเกลือมาอม) จะไปปิ๊กเต่อ (อย่าพึ่งกลับ)เป็นต้นนอกจากนั้นจะเป็นสำเนียงออกเหน่อ ๆ บางครังฟังแล้ดู้คล่ายภาษาลาวบ้าง มีคำพูดที่คนยองมักติดปาเช่น "คนยองก่มีเต้าอี้ขอหมู่อี้ปี้จะไป๋ได่ขัดเคือง" "ขะหนมซิ่นอยู่ตู่กั๊บเค้าสูเขาก่ไปกิ๋นเหอ"

อาจพบได้มากบริเวณบ้านถิ่นเจริญ ตำบลป่าแงะ คนป่าแงะเรียกคนที่นั้นว่า "ยองบ้านถิ่น" เพราะคนบริเวณนั้นอพยพมาจากบ้านถิ่น จังหวัดแพร่

  1. ภาษาลื้อ มีความคล้านคลึงกับภาษายองแต่แข็งกว่าสังเกตได้ว่าเมื่อพูดจบทุกประโยคจะมีคำว่า "เฮ่อ" "ส่า" หรือ "หย่า" ลงท้ายเสมอ เช่น ไปตางไหนมาเฮ่อ (ไปไหนมา) กิ๋นเข้ากับอะหยังส่า (กินข้าวกับอะไร) จะไปนอนแล้วหย่า (จะไปนอนแล้ว)กิ๋นเค้าแล้วส่า(กินข้าวหรือยัง) เป็นต้น
  2. ภาษาอีสาน เป็นภาษาที่เหมือน ๆ กับภาษาอีสานทั่ว ๆ ไปที่ใช้พูดในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย พบได้มากบริเวณหมู่บ้างวังผา ตำบลสันมะค่า ซึ่งเป็นชุมชนชาวอีสาน

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]