อำเภอปัว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอปัว
แผนที่จังหวัดน่าน เน้นอำเภอปัว
ถิ่นผู้กล้าพญาผานอง ท่องอุทยานภูคา ผ้าทอไทยลื้อ เลื่องลือเครื่องเงิน
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอปัว
อักษรโรมัน Amphoe Pua
จังหวัด น่าน
รหัสทางภูมิศาสตร์ 5505
รหัสไปรษณีย์ 55120
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 657.363 ตร.กม.
ประชากร 64,551 คน (พ.ศ. 2556)
ความหนาแน่น 98.19 คน/ตร.กม.
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอปัว หมู่ 5 ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน 55120
พิกัด 19°10′27″N 100°55′0″E / 19.17417°N 100.91667°E / 19.17417; 100.91667
หมายเลขโทรศัพท์ 0 5479 1252, 0 5479 1495
หมายเลขโทรสาร 0 5479 1252

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอปัว เป็นอำเภอศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวทางตอนบนของจังหวัดน่าน

ประวัติ[แก้]

เริ่มปรากฏขึ้นราว พ.ศ. 1825 ภายใต้การนำของ พญาภูคา เจ้าเมืองย่าง ศูนย์การปกครองอยู่ที่เมืองย่าง (เชื่อกันว่าคือบริเวณริมฝั่งด้านใต้ของแม่น้ำย่าง ใกล้เทือกเขาดอยภูคาในเขตบ้านเสี้ยว ตำบลยม อำเภอท่าวังผา) เพราะปรากฏร่องรอย ชุมชนในสภาพที่เป็นคูน้ำ คันดิน กำแพงเมืองซ้อนกันอยู่ ต่อมาพญาภูคา ได้ขยายอาณาเขตปกครองของตนออกไปให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยส่งราชบุตรบุญธรรม 2 คน ไปสร้างเมืองใหม่ โดยขุนนุ่น ผู้พี่ไปสร้างเมืองจันทบุรี (เมืองหลวงพระบาง) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแม่น้ำของ (แม่น้ำโขง) และขุนฟองผู้น้องสร้างเมืองวรนคร(เมืองปัว) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ การที่ให้ชื่อว่าเมือง "วรนคร" ก็เนื่องมาจาก พญาภูคา ได้เลือกชัยภูมิที่ดี เหมาะสมในการสร้างเมือง เสร็จแล้วจึงขนานนามว่าเมือง "วรนคร" ซึ่งหมายถึง เมืองดี นับว่าเป็นการเริ่มต้นราชวงศ์ภูคา

เมื่อบ้านเมืองวรนครเริ่มมั่นคงเป็นปึกแผ่น เจ้าขุนฟองก็ได้เป็นพญาแล้วเสวยราชสมบัติในเมืองวรนคร มีพระโอรส 1 พระองค์ ใส่ชื่อเบิกบายว่า "เจ้าเก้าเกื่อน" ต่อมาไม่นานักพญาขุนฟองถึงแก่พิราลัย เจ้าเก้าเถื่อนราชบุตรจึงได้ขึ้นครองเมืองปัวแทน ด้านพญาภูคาครองเมืองย่างมานานและมีอายุมากขึ้น มีความประสงค์จะให้เจ้าเก้าเถื่อนผู้หลานมาครองภูคาหรือเมืองย่างแทน จึงให้เสนาอำมาตย์ไปเชิญ แต่เจ้าเก้าเกื่อนไม่ค่อยเต็มใจนัก เจ้าเก้าเถื่อนเกรงใจปู่จึงยอมไปอยู่เมืองย่าง และมอบให้ชายาคือ นางพญาแม่ท้าวคำปิน ซึ่งทรงครรภ์อยู่คอยปกครองดูแลรักษาเมืองวรนคร (เมืองปัว) แทน เมื่อพญาภูคาถึงแก่พิราลัย เจ้าเก้าเถื่อนจึงครองเมืองย่างแทน

อนุสาวรีย์พญาผานอง หน้าที่ว่าการอำเภอปัว

ในช่วงที่เมืองวรนคร (เมืองปัว) ว่างจากผู้นำ เนื่องจากเจ้าเก้าเถื่อนไปครองเมืองย่างแทนปู่คือ พญาภูคา พญางำเมืองเจ้าผู้ครองเมืองพะเยา จึงได้ขยายอิทธิพลเข้าครอบครองบ้านเมืองปัวทั้งหมด นางพญาแม่เท้าคำปินพร้อมด้วยบุตรในครรภ์ ได้หลบหนีไปอยู่บ้านห้วยแร้ง จนคลอดได้บุตรชายท่ามกลางท้องไร่นั้น ชื่อว่า "เจ้าขุนใส" ปรากฏว่านายบ้านห้วยแร้งนั้น เป็นพ่อครัวพญาเก้าเกื่อนมาก่อน จึงรับนางพญาแม่ท้าวคำปินและกุมารไปเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ อายุได้ 16 ปี ก็นำไปไหว้สาพญางำเมือง เมื่อพญางำเมืองเห็น ก็มีใจรักเอ็นดูรับเลี้ยงดูไว้ แลเติบใหญ่ได้เป็นขุนนาง รับใช้พญาคำเมืองจนเป็นที่โปรดปราน พญางำเมืองจึงสถาปนาให้เป็น เจ้าขุนใสยศ ครองเมือง เป็นเจ้าเมืองปราดภาย หลังมีกำลังพลมากขึ้นจึงยกทัพมาต่อสู้จนหลุดพ้นจากอำนาจเมืองพะเยา แล้วกลับมาเป็นพญาเสวยเมืองวรนคร (เมืองปัว) และได้รับการสถาปนาเป็น "พญาผานอง" เมืองวรนคร จึงกลายชื่อมาเป็น เมืองปัว ซึ่งหันไปมีความสัมพันธ์กับกรุงสุโขทัยในสมัยพ่อขุนรามคำแหง ดังปรากฏชื่อเมืองปัวอยู่ในหลักศิลาจารึก หลักที่ 1

พญาผานองเสวยเมืองปัวอยู่ได้ 30 ปี มีโอรส 6 คน คนแรกชื่อ เจ้าการเมือง คนสุดท้องชื่อ เจ้าใส พอพญาผานองถึงแก่พิราลัยไปแล้ว เสนาอำมาตย์ทั้งหลายก็อภิเษกให้เจ้าใสผู้น้องเสวยเมืองแทน เพราะเป็นผู้มีความรู้เฉลียวฉลาด แต่อยู่ได้ 3 ปี ก็ถึงแก่พิราลัยไปอีก เสนาอำมาตย์ทั้งหลายจึงเชิญ เจ้าการเมือง ขึ้นเสวยเมืองแทน

ในสมัยของพญาการเมือง (กรานเมือง) โอรสของพญาผานอง เมืองปัว ได้มีการขยายตัวมากขึ้น ตลอดจนมีความสัมพันธ์กับเมืองสุโขทัยอย่างใกล้ชิด พงศาวดารเมืองน่านกล่าวถึงพญาการเมืองว่า ได้รับเชิญจากเจ้าเมืองสุโขทัย (พระมหาธรรมราชาลิไท) ไปร่วมสร้างวัดหลวงอภัย (วัดอัมพวนาราม) ขากลับเจ้าเมืองสุโขทัย ได้พระราชทานพระธาตุ 7 องค์ พระพิมพ์ทองคำ 20 องค์ พระพิมพ์เงิน 20 องค์ ให้กับพญาการเมืองมาบูชา ณ เมืองปัวด้วย

ครั้งนั้น พญาการเมือง ได้ปรึกษาพระมหาเถรธรรมบาลและได้เลือกสถานที่ บรรจุพระบรมธาตุ จึงได้ก่อสร้างพระธาตุแช่แห้งขึ้นที่บนภูเพียงแช่แห้ง ด้วยความเชื่อว่าเป็นที่เคยบรรจุพระบรมธาตุมาแต่ปางก่อน ดอยภูเพียงแช่แห้งเป็นเนินไม่สูงนัก ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำเตี๋ยนกับน้ำลิง ทางฟากตะวันออกของแม่น้ำน่าน จึงได้ระดมผู้คนก่อสร้างพระธาตุแช่แห้งขึ้นที่เนินแล้วอัญเชิญพระบรมธาตุมาบรจุไว้ พร้อมทั้งได้อพยพผู้คนจากเมืองปัว ลงมาสร้างเมืองใหม่ที่บริเวณพระธาตุแช่แห้ง เรียกว่า "เวียงภูเพียงแช่แห้ง" เมือปี พ.ศ. 1902 โดยมีพระธาตุแช่แห้งเป็นศูนย์กลางเมือง[1]

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอปัวตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอข้างเคียง ดังนี้

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

พิธีบวงสรวงพญาผานอง จะจัดตรงหน้าที่ว่าการอำเภอปัวในวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี
อาคาร ที่ว่าการอำเภอปัว

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอปัวแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 12 ตำบล 105 หมู่บ้าน ได้แก่

1. ปัว (Pua) 08 หมู่บ้าน
2. วรนคร (Woranakhon) 08 หมู่บ้าน
3. แงง (Ngaeng) 07 หมู่บ้าน
4. สถาน (Sathan) 13 หมู่บ้าน
5. ศิลาแลง (Sila Laeng) 08 หมู่บ้าน
6. ศิลาเพชร (Sila Phet) 10 หมู่บ้าน
7. อวน (Uan) 11 หมู่บ้าน
8. ไชยวัฒนา (Chai Watthana) 08 หมู่บ้าน
9. เจดีย์ชัย (Chedi Chai) 09 หมู่บ้าน
10. ภูคา (Phu Kha) 13 หมู่บ้าน
11. สกาด (Sakat) 04 หมู่บ้าน
12. ป่ากลาง (Pa Klang) 06 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอปัวประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 12 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลปัว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปัวทั้งตำบล รวมทั้งบางส่วนของตำบลสถาน ตำบลไชยวัฒนา และตำบลวรนคร
  • เทศบาลตำบลศิลาแลง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลศิลาแลงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลวรนคร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลวรนคร (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลปัว)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสถาน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสถาน (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลปัว)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลแงง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแงงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลศิลาเพชร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลศิลาเพชรทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลอวน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลอวนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลไชยวัฒนา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลไชยวัฒนา (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลปัว)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเจดีย์ชัย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเจดีย์ชัยทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลภูคา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลภูคาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสกาด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสกาดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลป่ากลาง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลป่ากลางทั้งตำบล

การคมนาคม[แก้]

  • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1080 (น่าน-ปัว-เฉลิมพระเกียรติ)
  • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1081 (ปัว-เฉลิมพระเกียรติ)
  • ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1256 (ปัว-บ่อเกลือ)

สถานศึกษา[แก้]

โรงเรียนปัว โรงเรียนประจำอำเภอปัว

โรงเรียนมัธยมศึกษา[แก้]

อาชีวศึกษา[แก้]

โรงเรียนประถมศึกษา[แก้]

โรงเรียนเอกชน[แก้]

สถานพยาบาล[แก้]

โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว โรงพยาบาลประจำอำเภอปัว

อำเภอปัว มีสถานพยาบาลบริการทั้งหมด 13 แห่ง ดังนี้

  • โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว (โรงพยาบาลประจำอำเภอ)
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปัว
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวรนคร
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศิลาแลง
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแงง
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสถาน
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศิลาเพชร
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอวน
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไชยวัฒนา
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเจดีย์ชัย
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลภูคา
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสกาด
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่ากลาง

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

น้ำตกตาดหลวง

ธนาคาร[แก้]

อ้างอิง[แก้]