อำเภอน้ำปาด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอน้ำปาด
แผนที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เน้นอำเภอน้ำปาด
กระเทียมมีชื่อ เลื่องลือสักใหญ่ ศูนย์รวมใจพญาปาด งามธรรมชาติภูสอยดาว
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอน้ำปาด
อักษรโรมัน Amphoe Nam Pat
จังหวัด อุตรดิตถ์
รหัสทางภูมิศาสตร์ 5304
รหัสไปรษณีย์ 53110
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 1,448.711 ตร.กม.
ประชากร 32,615 คน (พ.ศ. 2556)
ความหนาแน่น 22.51 คน/ตร.กม.
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอน้ำปาด
ถนนเพชรานุรักษ์ ตำบลแสนตอ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ 53110
พิกัด 17°43′42″N 100°41′4″E / 17.72833°N 100.68444°E / 17.72833; 100.68444
หมายเลขโทรศัพท์ 0 5548 1032, 0 5548 1045
หมายเลขโทรสาร 0 5548 1032, 0 5548 1045

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอน้ำปาด เป็นอำเภอหนึ่งในจำนวน 9 อำเภอของจังหวัดอุตรดิตถ์

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอน้ำปาดตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดอุตรดิตถ์ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 72 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้

ประวัติ[แก้]

ต้นสักใหญ่ที่สุดในโลก ภายในวนอุทยานต้นสักใหญ่ จังหวัดอุตรดิตถ์

อำเภอน้ำปาด มีผู้คนเข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่บ้างจนเป็นชุมชนแล้วในสมัยปลายอยุธยา ดังหลักฐานในพระราชพงศาวดาร ปรากฏคำว่า เมืองน้ำปาด ในบรรดาเมืองที่เจ้าพระฝางสามารถยึดไว้ได้ในอำนาจเมื่อคราวก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองแล้ว[1]

ชื่อเรียกอำเภอน้ำปาด มีที่มาจากการอพยพของชาวเวียงจันทร์โดยการนำของพญาปาด ซึ่งได้มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านสองคอนริมแม่น้ำในเขตอำเภอฟากท่าในปัจจุบัน ต่อมาเมื่อมีคนมากขึ้นจึงอพยพไปทางใต้ สร้างเมืองใหม่ขึ้นที่ตำบลบ้านฝาย แม่น้ำที่นั้นจึงได้ชื่อว่า น้ำปาด ตามชื่อของพญาปาด สำหรับพลเมืองที่บ้านสองคอน เมื่อมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจึงได้ขยายข้ามไปอยู่ฝั่งตรงข้าม เรียกว่า ฟากท่า ซึ่งมีความหมายถึง คนละฝั่ง[2]

น้ำปาดเป็นอำเภอที่อยู่ติดชายแดน มีแม่น้ำปาดซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของชาวอำเภอไหลผ่าน แต่เดิมที่ว่าการอำเภอน้ำปาดตั้งอยู่ ณ บ้านฝาย ซึ่งเป็นเมืองเก่า (ค่ายทหาร) มีพญาปาดเป็นผู้ครองเมืองนี้ ต่อมาได้ย้ายมาตั้งที่แสนตอซึ่งเป็นที่ตั้งอำเภอปัจจุบัน ที่ได้ชื่อว่าอำเภอน้ำปาดเพราะชื่อของพญา "ปาด" เมื่อประมาณ พ.ศ. 2313 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงปราบปรามรวบรวมหัวเมืองต่าง ๆ ที่ตั้งตัวเป็นใหญ่ขึ้นหลังกรุงศรีอยุธยาแตก เช่น นครสวรรค์ [[พิษณุโลก (ซึ่งถูกยึดไว้ได้ก่อนโดยเจ้าพระฝาง ภิกษุจากเมืองสวางคบุรีหรือเมืองฝาง ภายหลังจากที่พ่ายแพ้พระเจ้าตากสิน เจ้าพระฝางได้หลบหนีและหายสาบสูญไป)]] ด่านซ้าย เลย น่าน แพร่ และสวางคบุรีหรือเมืองฝาง ปัจจุบันอยู่ในอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ไว้ได้หมดทุกหัวเมือง รวมทั้งเมืองน้ำปาดด้วยซึ่งโปรดเกล้าให้ขึ้นกับเมืองพิชัย ต่อมาประมาณ พ.ศ. 2325 สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) จับพระเจ้าตากสินปลงพระชนม์และได้จับเจ้าหัวเมืองต่าง ๆ ทุกหัวเมืองในเวลาต่อมาไล่ ๆ กัน พระยาพิชัยดาบหัก เจ้าเมืองพิชัยถูกจับ แต่มีข้อเสนอว่าจะอยู่รับใช้แผ่นดินต่อไปหรือจะให้ประหาร พระยาพิชัยดาบหักเป็นเจ้าเมืองที่ซื่อสัตย์และมีความจงรักภักดีต่อพระเจ้าตากสินตลอดมาจึงขอยอมตายเพื่อเกียรติและศักดิ์ศรี โดยไม่ยอมเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย ยอมให้ประหารชีวิตตามพระเจ้าตากสินไป

ชื่อเรียกอำเภอน้ำปาด มีที่มาจากการอพยพของชาวเวียงจันทร์โดยการนำของพญาปาด

ตั้งแต่นั้นมาหลังจากพระยาพิชัยดาบหักถูกประหารแล้ว เมืองพิฃัยยังคงเป็นเมืองใหญ่ ทำหน้าที่ปกครองและเก็บส่วยจากเมืองใหญ่น้อยในอาณาเขต รวามทั้งเมืองน้ำปาดซึ่งมีเจ้าเมืองปกครองต่อมา คือ พระคันทคีรี ประมาณปี พ.ศ. 2425 และได้ย้ายเมืองเก่าจากบ้านฝายมาตั้งเมืองใหม่ที่บริเวณบ้านลุ่ม ปัจจุบันคือบ้านแสนตอ หมู่ที่ 4 ตำบลแสนตอ (ชื่อว่า "เมืองแสนตอ" สมัยนั้นเมื่อประมาณ 111 ปีแล้ว)

ต่อมามีการจัดตั้งมณฑลพิษณุโลกขึ้น เมืองน้ำปาดจึงได้รับการแต่งตั้งเป็น กิ่งอำเภอน้ำปาด ขึ้นกับอำเภอท่าปลา และได้ยกฐานะเป็น อำเภอน้ำปาด ในปี พ.ศ. 2440

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอน้ำปาดแบ่งออกเป็น 6 ตำบล 49 หมู่บ้าน ได้แก่

1. แสนตอ (Saen To) 9 หมู่บ้าน
2. บ้านฝาย (Ban Fai) 9 หมู่บ้าน
3. เด่นเหล็ก (Den Lek) 6 หมู่บ้าน
4. น้ำไคร้ (Nam Khrai) 9 หมู่บ้าน
5. น้ำไผ่ (Nam Phai) 8 หมู่บ้าน
6. ห้วยมุ่น (Huai Mun) 8 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอน้ำปาดประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลน้ำปาด ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลแสนตอ
  • องค์การบริหารส่วนตำบลแสนตอ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแสนตอ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลน้ำปาด)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านฝาย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านฝายทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเด่นเหล็ก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเด่นเหล็กทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำไคร้ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลน้ำไคร้ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำไผ่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลน้ำไผ่ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยมุ่น ครอบคลุมพื้นที่ตำบลห้วยมุ่นทั้งตำบล

การสาธารณสุข[แก้]

มีโรงพยาบาลชุมชนให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จำนวน 1 แห่ง

  • โรงพยาบาลน้ำปาด เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง

มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้บริการจำนวน 10 แห่ง และ สสช. 1 แห่ง

  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านฝาย
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโพธิ์
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเด่นเหล็ก
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลน้ำไคร้
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลห้วยแมง
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลห้วยไคร้
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลน้ำไผ่
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลห้วยเดื่อ
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลห้วยมุ่น
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโป่งพาน
  • สถานบริการสาธารณสุขชุมชนบ้านส่องสี

หน่วยงานราชการ[แก้]

  • สำนักงานสาธารณสุขอำเภอน้ำปาด
  • สำนักงานปศุสัตว์อำเภอน้ำปาด
  • สำนักงานเกษตรอำเภอน้ำปาด
  • สำนักงานที่ดินอำเภอน้ำปาด
  • ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอน้ำปาด
  • กองร้อยตำรวจตะเวนชายแดนที่ 316

สถาบันการเงินและรัฐวิสาหกิจ[แก้]

  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาน้ำปาด
  • ธนาคารออมสิน สาขาน้ำปาด
  • ธนาคารกรุงไทย สาขาน้ำปาด
  • ธนาคารกสิกรไทย สาขาน้ำปาด
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอน้ำปาด
  • บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สาขาน้ำปาด
  • บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สาขาน้ำปาด
  • บริษัท ศักดิ์สยามพาณิชย์ลิสซิ่ง จำกัด สาขาน้ำปาด

สถานศึกษา[แก้]

  • ระดับมัธยมศึกษา
  • โรงเรียนน้ำปาดชนูปถัมภ์ เปิดสอนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย
  • โรงเรียนสหคริสเตียน (เอกชน) เปิดสอนนักเรียนระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

แหล่งท่องเที่ยว[แก้]

รถโดยสารประจำทาง[แก้]

  • อุตรดิตถ์-ฟากท่า (อุตรดิตถ์-อ.ท่าปลา-เขื่อนสิริกิติ์-อ.น้ำปาด-อ.ฟากท่า)
  • อุตรดิตถ์-บ้านโคก (อุตรดิตถ์-อ.ท่าปลา-เขื่อนสิริกิติ์-อ.น้ำปาด-อ.ฟากท่า-อ.บ้านโคก)
  • อุตรดิตถ์-น้ำปาด (อุตรดิตถ์-แยกน้ำอ่าง -อ.ทองแสนขัน-สักใหญ่-อ.น้ำปาด)

อ้างอิง[แก้]

  1. หน้า หวน พินธุพันธ์. (2521). อุตรดิตถ์ของเรา. กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก. หน้า 121
  2. "ส.ก.น.. ฟากท่า-น้ำปาดไม่มีอะไรจริงหรือ?" อ.ส.ท. หน้า 12."

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]