อารามมอนเตโอลีเวโตมัจโจเร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อารามมอนเตโอลีเวโตมัจโจเร
Monte Oliveto Maggiore
อารามมอนเตโอลีเวโตมัจโจเร
อารามมอนเตโอลีเวโตมัจโจเร
สิ่งก่อสร้าง
ฐานะ อารามประจำดินแดน
นิกาย คณะเบเนดิกตินในคริสตจักรโรมันคาทอลิก
ที่ตั้ง แคว้นทัสกานี
ประเทศ ธงของประเทศอิตาลี อิตาลี
การก่อสร้าง
สร้างเสร็จ
แบบสถาปัตยกรรม โรมานเนสก์- กอทิก
แบบผัง กางเขน
ผู้ออกแบบ/ตกแต่ง
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
พิกัด 43°10′31″N 11°32′39″E / 43.17528°N 11.54417°E / 43.17528; 11.54417
เว็บไซต์ อารามมอนเตโอลีเวโตมัจโจเร

อารามมอนเตโอลีเวโตมัจโจเร (อิตาลี: Abbazia territoriale di Monte Oliveto Maggiore, อังกฤษ: Monte Oliveto Maggiore) เป็นอารามประจำดินแดนของคณะเบเนดิกตินที่ตั้งอยู่ราวสิบกิโลเมตรทางใต้ของเมืองอาชีอาโนในประเทศอิตาลี

กลุ่มสิ่งก่อสร้างของ[[]][1] ส่วนใหญ่สร้างด้วยอิฐสีแดงที่โดดเด่นจากภูมิทัศน์รอบข้างที่เป็นสีนวลเทาของดินทรายของบริเวณที่เรียกว่าแคว้นเกรเตเซเนซีซึ่งบริเวณตอนใต้ของเมืองซีเอนา

อารามมอนเตโอลีเวโตมัจโจเรเป็นอารามแม่ของคณะโอลิเวตัน ซึ่งเป็นที่มาของชื่ออารามว่าเป็น “Monte Oliveto Maggiore” (อารามโอลีเวโตใหญ่) เพื่อให้ต่างจากอารามย่อยในฟลอเรนซ์, ซานจิมิยาโน, เนเปิลส์ และ อื่นๆ

ประวัติ[แก้]

ทิวทัศน์ของอาราม

อารามมอนเตโอลีเวโตมัจโจเรก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1313 โดย แบร์นาร์โด โตโลเมอีจากตระกูลผู้มีฐานะดีในซีเอนา ในปี ค.ศ. 1319 หรือ ค.ศ. 1320 คณะนักบวชคาทอลิกคณะใหม่ได้รับการอนุมัติโดยบิชอปกวีโด ตาร์ลาตีในชื่อว่า “Monte Oliveto” เพื่อเป็นนัยยะถึง “Mount of Olives” ของพระทรมานของพระเยซู อารามนี้เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1320 กลุ่มนักบวชคณะใหม่ได้รับการอนุมัติโดยสมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 6 ในปี ค.ศ. 1344

เมื่อวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 1765 อารามมอนเตโอลีเวโตมัจโจเรก็มีฐานะเป็นอารามประจำดินแดน

อาราม[แก้]

ภายใน[แก้]

อารามเข้าออกได้โดยสะพานชักที่นำไปสู่ประตูของปราสาทยุคกลางที่สร้างด้วยอิฐสีแดงประดับด้วยหอใหญ่โต การก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1393 เพื่อเป็นประตูป้องกันข้าศึกสำหรับกลุ่มสิ่งก่อสร้างภายในของสำนักสงฆ์ กลุ่มสิ่งก่อสร้างสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1526 และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 เหนือประตูทางเข้าเป็นประติมากรรมกระเบื้องเคลือบโดยตระกูลเดลลา รอบเบียเป็นภาพพระแม่มารีย์และพระกุมารกับทูตสวรรค์ององค์และนักบุญเบ็นเนดิคในท่าประทานพรด้านใน

หลังจากที่เข้าไปแล้วก็จะเป็นทางเดินรายด้วยต้นไซเปรส ผ่านสวนสวนพฤกษชาติที่เป็นสวนพืชพันธุ์ที่ใช้ทำยาเดิม (ถูกทำลาย ค.ศ. 1896), สระเก็บน้ำที่สร้างมาตั้งแต่ ค.ศ. 1533 ตรงสุดซอยก็จะเป็นคริสต์ศาสนสถานแบบโรมานเนสก์- กอทิก และมุขของโบสถ์ที่ด้านหน้าเป็นแบบกอทิก

ระเบียงฉันนบถใหญ่[แก้]

“Chiostro Grande” หรือ “ระเบียงฉันนบถเอก” เป็นทรงสี่เหลี่ยมที่สร้างระหว่างปี ค.ศ. 1426 และปี ค.ศ. 1443 ตรงด้านที่เก่าที่สุดเป็นระเบียงสองชั้นและห้องลึกลงไปที่สร้างมาตั้งแต่ ค.ศ. 1439 ภายในระเบียงฉันนบถเป็นจิตรกรรมฝาผนังที่เป็นภาพชีวประวัตินักบุญเบเนดิกต์แห่งเนอร์เซียที่เขียนโดยลูกา ซิญโญเรลลีระหว่างปี ค.ศ. 1497 ถึงปี ค.ศ. 1498 และ อิลโซโดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1505 งานภาพชุดนี้ถือกันว่าเป็นงานจิตรกรรมฝาผนังชิ้นสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาของอิตาลี

โบสถ์[แก้]

ทางเข้าโบสถ์จาก “ระเบียงฉันนบถเอก” เริ่มด้วยจิตรกรรมฝาผนัง “พระเยซูแบกกางเขน”, “พระเยซูที่คอลัมน์” และ “นักบุญเบเนดิกต์มอบวินัยให้แก่ผู้ก่อตั้งมอนเตโอลิเวโต” ที่เขียนโดยอิลโซโดมา

ทางเดินกลางของโบสถ์บนผังทรงกางเขน ภายในตกแต่งอย่างแพรวพราวแบบบาโรก แอบบีได้รับการปรับปรุงใหม่เป็นแบบบาโรกในปี ค.ศ. 1772 โดยจิโอวานนี อันติโอรี สิ่งที่เด่นที่สุดคืองานไม้ฝังไม้ (wooden inlaid) เป็นลวดลายในบริเวณร้องเพลงสวดที่สร้างโดยจิโอวานนี ดา เวโรนาระหว่างปี ค.ศ. 1503 ถึงปี ค.ศ. 1505 นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีภาพเขียนโดยจาโกโป ลีกอซซี (“แม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์” ค.ศ. 1598), หลังแท่นบูชาเอกมีกางเขนพหุรงค์ที่สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 14 และในห้องเก็บเครื่องพิธีมีเพดานที่เป็นงานไม้ฝังไม้ที่สร้างในปี ค.ศ. 1417.

ห้องสมุดและโรงเภสัชกรรม[แก้]

บนผนังและเพดานในบริเวณบันไดขึ้นไปยังชั้นบนตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนโดยอิลโซโดมา ห้องสมุดมีหนังสือด้วยกันราว 40,000 เล่ม ส่วนโรงเภสัชกรรมมีโถและแจกันสำหรับใส่เครื่องยาที่สร้างมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ แอบบีมอนเตโอลิเวโตมายอเร วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ จิตรกรรมฝาผนังโดยลูกา ซิญโญเรลลี วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ จิตรกรรมฝาผนังโดยอิลโซโดมา

ระเบียงภาพ[แก้]

จิตรกรรมฝาผนัง