อาดิดาส จาบูลานี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไฟล์:Adidas Jabulani Gold (1).jpg
โจ'บูลานี ที่สำหรับใช้ในรอบชิงชนะเลิศ

อาดิดาส จาบูลานี (อังกฤษ: Adidas Jabulani) หรือที่นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า จาบูลานี คือชื่อเรียก ลูกฟุตบอลที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้อย่างเป็นทางการในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ โดย บริษัทอาดิดาส บริษัทผลิตเครื่องกีฬารายใหญ่ของเยอรมนี โดยผู้ออกแบบคือ สถาบันเทคโนโลยีการกีฬาแห่งมหาวิทยาลัยลัฟโบโร ประเทศอังกฤษ และได้รับการรับรองจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า

จาบูลานี ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 2009 ในงานจับสลากแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2010 ที่เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้

โดยคำว่า "จาบูลานี" หมายถึง "ความสุข และ การเฉลิมฉลอง" ในภาษาซูลู อันหมายถึง เป็นสิ่งที่ทำให้แฟน ๆ ที่เข้ามาชมฟุตบอลโลกครั้งนี้นั้นมีความสุขนั่นเอง โดยภาษาซูลูถือเป็น 1 ใน 11 ภาษาอย่างเป็นทางการของแอฟริกาใต้และยังบ่งบอกถึงความเป็นตัวแทนของนักฟุตบอล 11 คนในแต่ละทีมอีกด้วย

นอกจากนั้นฟีฟ่ายังได้ระบุว่า จาบูลานี คือ ลูกฟุตบอลรุ่นกลมที่สุดเท่าที่เคยผลิตมาแถมยังมีความเที่ยงตรงและแม่นยำมากที่สุดเวลาลอยอยู่บนอากาศ นอกจากนี้ยังยึดเกาะเป็นเยี่ยมในทุกสภาพอากาศและพื้น เพราะไม่ได้ใช้วิธีการเย็บและมีมวลทั้งลูกรวมกัน 380 กรัม[1][2]

แต่ทว่า มีนักฟุตบอลหลายคนเมื่อได้ลองเล่น จาบูลานี แล้วได้วิจารณ์ไปในทางไม่ดี โดยมักบอกว่าควบคุมทิศทางของลูกได้ยาก อาทิ ทีมชาติอังกฤษ รวมถึง เดวิด ซีแมน อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษและอาร์เซนอล โดยกล่าวว่า มันเป็นฝันร้ายของผู้รักษาประตู เป็นต้น[3][4] แต่ทว่าทางอาดิดาส บริษัทผู้ผลิตก็มิได้สนใจต่อเสียงวิจารณ์นี้ โดยกล่าวว่าเพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่ต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกัน[5]

ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ จาบูลานี จะถูกใช้ในแต่ละแมตช์ แมตช์ละ 25 ลูก โดยที่จะมีการปักชื่อทีม 2 ทีมที่แข่งขันกัน ชื่อสนามและชื่อเมืองที่ใช้เป็นสถานที่แข่งขัน และวันเดือนปีที่แข่งลงในลูกฟุตบอลอีกด้วย

นอกจากนี้แล้ว ยังมี โจ'บูลานี (Jo'Bulani) ซึ่งเป็นจาบูลานีที่มีลายเป็นสีขาวทอง ไว้สำหรับใช้ในรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 2010 ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก อีกด้วย โดยคำว่า "โจ'บูลานี" เป็นผลงานการออกแบบโดยดีไซเนอร์ของอาดิดาส ชื่อ ยานเนกเก้ แวน อูร์ชอต เหตุที่ใช้ชื่อว่า โจ'บูลานี่ เพื่อเป็นเกียรติแก่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ที่มีชื่อเรียกสั้น ๆ ว่า โจ'เบิร์ก (Jo'burg) ที่มีฉายาว่า ดินแดนแห่งทองคำ (City of Gold) จึงใช้สีทองเป็นลายทองบนพื้นขาว และสีทองยังเป็นความหมายของการชิงชนะเลิศอีกด้วย ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองที่อาดิดาสได้ออกแบบลูกฟุตบอลสำหรับเพื่อใช้เฉพาะแมตช์ชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกโดยเฉพาะ หลังจากที่เคยออกแบบลูกฟุตบอลสีทองชื่อ "ทีมไกสต์ เบอร์ลิน" (Teamgeist Berlin) สำหรับแมตช์ชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2006 ระหว่างอิตาลี และฝรั่งเศส [6]

อ้างอิง[แก้]