อัลมาส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
รูปวาดของอัลมาส ในหนังสือรวบรวมพรรณพืชและพรรณสัตว์ท้องถิ่น ในยุคศตวรรษที่ 19 ของธิเบต

อัลมาส (อังกฤษ: Almas; มองโกล: Алмас; ภาษามองโกลแปลว่า "คนป่า") สิ่งมีชีวิตลึกลับขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ที่เชื่อว่ามีรูปร่างคล้ายมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ พบตามเทือกเขาและป่าในภูมิภาคเอเชียกลาง มีลักษณะคล้าย เยติ ในเทือกเขาหิมาลัย และ บิ๊กฟุต ในทวีปอเมริกาเหนือ

ลักษณะ[แก้]

อัลมาส ถูกระบุว่ามีท่าทีการเดินคล้ายมนุษย์ในยุคปัจจุบันมากกว่าสัตว์ชนิดอื่นที่คล้ายคลึงกัน เช่น ซาสควาทช์ หรือ บิ๊กฟุต ร่างกายถูกคลุมด้วยหนังหนาสีน้ำตาล ขนสีน้ำตาลแดง ใบหน้าไม่มีขนปกคลุม ผิวมีสีเข้ม สันหน้าผากโหนก, เฉียงหน้าผากจมูกแบนและใหญ่โหนกกราม

เท้ามีขนาดใหญ่และมือยาว มีขนปกคลุมทั่วร่างยกเว้นมือและเท้า มีกลิ่นตัวเหม็น

ถูกค้นพบ[แก้]

อัลมาส นั้นปรากฏอยู่ในภูมิปัญญาของชาวมองโกลมานานแล้ว โดยปรากฏเป็นชื่อและภาพในหนังสือของธิเบตที่รวบรวมพรรณพืชและพรรณสัตว์ท้องถิ่นตั้งแต่ศตวรรษที่ 19[1] แต่ทว่าอัลมาสเป็นรู้จักของชาวโลกครั้งแรกในปี ค.ศ. 1427 โดยคำว่า "อัลมาส" เป็นภาษามองโกลซึ่งแปลว่า "คนป่า" ในขณะที่ในภาษารัสเซียก็มีชื่อเรียกคล้ายคลึงกัน คือ "อัลมาสตี้" (Almasty, Almasti) ซึ่งเป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งป่าที่ใช้ในภูมิภาคเอเชียตะวันตก เช่น จอร์เจีย, อาร์มีเนีย รายงานล่าสุดของการพบเห็นอัลมาสอยู่ที่ตอนใต้ของมองโกเลียแถบเทือกเขาอัลไต และเทือกเขาเทียนซานในชายแดนตอนเหนือของจีน

อัลมาสเมื่อแรกถูกบันทึกถึง ไม่ใช่บันทึกในลักษณะของสัตว์ประหลาดคล้ายมนุษย์ หากแต่บันทึกถึงความที่คล้ายคลึงกับสัตว์ในอันดับไพรเมทชั้นเดียวกับมนุษย์ เช่น อุรังอุตัง, กอริลลา หรือชิมแปนซี ซึ่งอัลมาสมีลักษณะคล้ายมนุษย์นีแอนเธอร์ดัลส์ที่เคยอาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้เมื่อกว่า 350,000 ปีก่อน

อัลมาสสามารถยืนตรงด้วยสองขาหลัง มีความสูงประมาณ 5 ฟุต และตัวเต็มวัยอาจสูงถึง 6-6.5 ฟุต

การรายงาน[แก้]

อัลมาส ถูกรายงานอย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 1964 โดย ศาสตราจารย์ทางประวัติศาสตร์ชาวรัสเซีย ศาสตราจารย์ บอริส พอร์ชเนฟ โดย ศ.พอร์ชเนฟ บันทึกว่า กะโหลกศีรษะของอัลมาสเป็นทรงกรวยและมีโครงสร้างของฟันคล้ายมนุษย์ และ ศ.พอร์ชเนฟยังได้รายงานต่อว่า อัลมาสอาศัยอยู่เป็นครอบครัว มีกลิ่นตัวเหม็น กินอาหารจำพวก ผลไม้, ผัก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก

อัลมาส เป็นสัตว์ที่เร่ร่อนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง โดยเดินทางกว่าครึ่งของมองโกเลีย พวกมันถูกพบเห็นโดยชาวบ้านและชนพื้นเมือง รายงานการพบเห็นเมื่อ 50 ปีก่อน ถูกพบที่เทือกเขาคอเคซัสใกล้รัสเซียและทะเลดำ โดยพบหลักฐานการมีอยู่ของครอบครัวอัลมาส และยังมีอีกหนึ่งรายงานในเทือกเขาพาเมียร์ของเอเชียกลาง

ได้มีนักวิชาการผู้ทำการค้นหาอัลมาสอย่างจริงจัง คือ นักสัตว์ประหลาดวิทยาชาวรัสเซีย ดร.มารีน-เจน ค็อฟแมน และ ซิลเวียน พัลลิกซ์ ชาวฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1992 ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการสำรวจก็คล้ายคลึงกับของ ศ.พอร์ชเนฟ คือ อัลมาสเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ น้ำหนักกว่า 500 ปอนด์ มีขนดก หากินในเวลากลางคืน และสามารถเดินทางได้เร็ว 40 ไมล์ต่อชั่วโมง โดย ดร.ค็อฟแมนสามารถเก็บตัวอย่างขน, รอยเท้า และมูลของอัลมาสได้ด้วย

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

Almas - Living Ape Man