อัฟราม แกรนท์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อัฟราม แกรนท์
Avram Grant (2008).jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม อัฟราม แกรนท์
เกิด 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1955 (59 ปี)
เกิดที่ เปตะห์ติกวา อิสราเอล
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน ทีมชาติกานา
ชุดเยาวชน
ทีม
ฮาโปเล พีตัช ทิควา
ผู้จัดการทีม
ปี ทีม
1972–1986 ฮาโปเล พีตัช ทิควา (เยาวชน)
1986–1991 ฮาโปเล พีตัช ทิควา
1991–1995 แม็กคาบิ เทล เอวิอิ
1995–1996 ฮาโปเล ไฮฟา
1996–2000 แม็กคาบิ เทล เอวิอิ
2000–2002 แม็กคาบิi ไฮฟา
2002–2006 อิสราเอล
2007–2008 เชลซี
2009–2010 พอร์ทสมัธ
2010–2011 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
2012 พราทิแซน
2014 บีอีซีเทโรศาสน (ประธานฝ่ายเทคนิค)
2014 - ปัจจุบัน ทีมชาติกานา

อัฟราม แกรนท์ (อังกฤษ: Avram Grant) มีชื่อเต็มว่า อัฟราฮาม "อัฟราม" แกรนท์ (Avraham "Avram" Grant; ฮิบรู: אברהם "אברם" גרנט‎) เป็นอดีตผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลเชลซี และเคยเป็นประธานฝ่ายเทคนิคของบีอีซีเทโรศาสน ในไทยพรีเมียร์ลีกช่วงสั้นๆ[1]เกิดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1955 ที่เพตาห์ ติควา ประเทศอิสราเอล ปัจจุบันเป็นผู้จัดการทีมชาติกานา

ประวัติ[แก้]

แกรนท์เริ่มต้นเส้นทางชีวิตในสายการเป็นผู้ฝึกสอนฟุตบอลโดยที่ไม่มีประวัติในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาก่อน และเป็นโค้ชมาตั้งแต่อายุ 18 ปี และปักหลักเป็นโค้ชระดับทีมเยาวชนของฮาโปเอล เพตาห์ ติควา ทีมสโมสรเล็ก ๆ ชานกรุงเทล อาวีฟ บ้านเกิด แกรนท์ใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองนานนับสิบปี โดยพาทีมเยาวชนของสโมสรคว้าแชมป์มาครองได้มากมายก่อนที่จะได้เลื่อนชั้นขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่เมื่ออายุครบ 32 ปี คือการได้คุมทีมชุดใหญ่ของฮาโปเอล เพตาห์ ติควา เมื่อสามารถพาให้กลายเป็นรองแชมป์ลีกฟุตบอลของอิสราเอลได้ถึง 3 ครั้ง จาก 4 ฤดูกาล และยังได้แชมป์ฟุตบอลถ้วยอีกถึง 2 ครั้ง ทำให้แกรนท์ได้รับฉายานามจากสื่อมวลชนในประเทศว่า "นักมายากล" (Magician)

หลังจากนั้นแกรนท์ได้เข้าไปคุมทีมมัคคาบี้ เทล อาวีฟ ทีมระดับยักษ์ใหญ่ 1 ใน 3 ทีมของอิสราเอล และสามารถนำทีมเป็นแชมป์ได้สำเร็จ และตลอดระยะเวลา 4 ปีที่อยู่กับยักษ์ใหญ่ทีมนี้แกรนท์พาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ 2 สมัย ฟุตบอลถ้วย 1 สมัยและลีกคัพของอิสราเอลอีก 1 สมัย นับได้ว่าเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในช่วงกลางทศวรรษที่ 90 ของอิสราเอล

จากนั้นแกรนท์ได้ย้ายไปคุมทีมฮาโปเอล ไฮฟา แทนแต่ก็อยู่ได้ไม่นานนักเมื่อมีปัญหากับบอร์ดบริหารของสโมสรก่อนที่จะมายังมัคคาบี้ เทล อาวีฟ อีกครั้ง และบีบให้สโมสรเก่าต้องปลดผู้จัดการทีมคนเดิมออกไป แต่ผลงานตลอด 4 ปีที่อยู่ในเทล อาวีฟ ครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จเอาเสียเลย ถึงขั้นโดนแฟนบอลขู่หมายเอาชีวิต

อย่างไรก็ดี แกรนท์ ลับมาเรียกชื่อเสียงของตัวเองกลับคืนมาได้อีกครั้งเมื่อกลับมาทำทีมมัคคาบี้ ไฮฟา และทำให้ทีมคว้าแชมป์ได้ 2 สมัยติดต่อกัน ก่อนจะเข้าไปทำทีมชาติอิสราเอลในปี ค.ศ. 2002 ในเวลาต่อมา ระหว่างช่วงที่คุมทีมชาติ แกรนท์ยังได้รับการยกย่องในฐานะผู้ที่นำนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาสู่วงการฟุตบอลอิสราเอล โดยเฉพาะในเรื่องของจิตวิทยาลูกหนัง แกรนท์ เคยตัดต่อคลิปวีดีโอภาพยนตร์เรื่อง Braveheart เพื่อปลุกใจนักฟุตบอลก่อนการแข่งขัน รวมถึงการตัดต่อเทปสัมภาษณ์แฟนบอลชาวอิสราเอลต่ความคาดหวังที่มีต่อนักเตะทีมชาติของพวกเขา

ในวงการฟุตบอลอังกฤษ[แก้]

แกรนท์เดินมาสู่ประเทศอังกฤษในปี ค.ศ. 2006 ในฐานะผู้อำนวยการสโมสรปอร์ทสมัธ หลังจากนั้นก็ได้ถูกโรมัน อบราโมวิช ประธานสโมสรเชลซี ดึงตัวมาช่วยงานในสโมสรในฐานะโค้ชผู้ช่วยของโชเซ่ มูรินโญ่ ก่อนที่จะได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมอย่างกะทันหันในเดือนกันยายน ค.ศ. 2007 เนื่องจากมูริญโญ่ถูกปลดออกจากตำแหน่งเนื่องจากผลงานของทีมไม่ดี และมีปัญหากับผู้บริหาร ซึ่งแกรนท์ได้นำพาทีมเป็นรองแชมป์พรีเมียร์ลีก ที่มีคะแนนห่างจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้แชมป์เพียง 2 คะแนนเท่านั้น เป็นรองแชมป์คาร์ลิ่ง คัพ และสามารถนำพาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร แม้จะได้แค่รองแชมป์ แต่ในนัดชิงชนะเลิศก็ต้องตัดสินด้วยการดวลลูกจุดโทษชี้ขาดกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เนื่องจากในเวลา 120 นาที เสมอกัน 1-1 และหลายคนมองว่าในเกม เชลซีเล่นได้ดีกว่าเยอะโดยเฉพาะในครึ่งเวลาหลัง

24 พฤษภาคม ค.ศ. 2008 สโมสรมีมติปลดอัฟราม แกรนท์ ออกจากตำแหน่ง จนกระทั่งในวันที่ 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 2009 จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมปอร์ทสมัธ[2] เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 2010 ได้เซ็นสัญญาเป็นผู้จัดการทีม เวสต์แฮมยูไนเต็ด เป็นเวลา 4 ปี

อ้างอิง[แก้]