อันวาร์ อิบราฮิม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อันวาร์ อิบราฮิม
ผู้นำฝ่ายค้านมาเลเซีย
ดำรงตำแหน่ง
28 สิงหาคม พ.ศ. 2551 – 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
นายกรัฐมนตรี อับดุลละห์ อะห์มัด บาดาวี
นาจีบ ราซะก์
สมัยก่อนหน้า วันอาซีซะห์ วันอิสมาอิล
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซียจากเขต Permatang Pauh
ดำรงตำแหน่ง
28 สิงหาคม พ.ศ. 2551 – 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
สมัยก่อนหน้า วันอะซีซะห์ วันอิสมาอิล
ดำรงตำแหน่ง
29 มีนาคม พ.ศ. 2525 – 14 เมษายน พ.ศ. 2542
สมัยก่อนหน้า ซาบิดี อาลี
สมัยถัดไป วันอาซีซะห์ วันอิสมาอิล
รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียคนที่ 7
ดำรงตำแหน่ง
1 ธันวาคม พ.ศ. 2536 – 2 กันยายน พ.ศ. 2541
นายกรัฐมนตรี มหาเธร์ โมฮัมหมัด
สมัยก่อนหน้า ฆาฟาร์ บาบา
สมัยถัดไป อับดุลละห์ อะห์มัด บาดาวี
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 10 สิงหาคม พ.ศ. 2490
จโระก์ ตก กุน รัฐปีนัง สหภาพมาลายา
พรรคการเมือง PR – PKR (2006–ปัจจุบัน)

BN – UMNO (1982–1998)

คู่สมรส วันอาซีซะห์ วันอิสมาอิล
บุตร 6 คน รวมนูรุล อิซซะห์ อันวาร์
ศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยมาลายา
วิชาชีพ นักการเมือง
ศาสนา อิสลามนิกายซุนนีย์

ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ บิน อิบราฮิม (เกิด 10 สิงหาคม พ.ศ. 2490) เป็นนักการเมืองมาเลเซีย ผู้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียตั้งแต่ พ.ศ. 2536 ถึง 2541 ในการทำงานการเมืองช่วงแรก เขาเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด แต่ภายหลังได้กลายเป็นนักวิจารณ์รัฐบาลมหาเธร์คนสำคัญที่สุด

ใน พ.ศ. 2542 เขาถูกตัดสินจำคุกหกปีด้วยข้อหาทุจริต และใน พ.ศ. 2543 ถูกตัดสินจำคุกอีกเก้าปีด้วยข้อหาร่วมเพศทางทวารหนัก ใน พ.ศ. 2547 ศาลสหพันธรัฐกลับการพิพากษาลงโทษที่สองและเขาได้รับการปล่อยตัว ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2551 เขาถูกจับกุมจากข้อกล่าวหาว่า เขาร่วมเพศกับเพื่อนร่วมงานชายคนหนึ่งทางทวารหนัก แต่ศาลพิพากษายกฟ้องในเดือนมกราคม พ.ศ. 2555[1] ต่อมา อัลวาร์เป็นบุคคลนำในฝ่ายค้านและช่วยรวมพรรคฝ่ายค้านเป็นปากาตันรักยัต ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2551 และ 2556

ปัจจุบัน อันวาร์กำลังรับโทษจำคุกห้าปี หลังถูกพิพากษาลงโทษฐานการชำเราแบบวิตถาร

ข้อกล่าวหาทางเพศ[แก้]

ที่การประชุมใหญ่องค์การสหมาเลย์แห่งชาติ มีการแจกจ่ายหนังสือ 50 Dalil Kenapa Anwar Tidak Boleh Jadi PM ("50 เหตุผลว่าทำไมอันวาร์จึงเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้") ซึ่งมีเนื้อหากล่าวหาชัดเจนเช่นเดียวกับกล่าวโทษอันวาร์ว่าคอร์รัปชัน หนังสือนี้เขียนขึ้นโดย คาลิด จาฟรี อดีตบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์อูตูซานมาเลเซียซึ่งรัฐบาลควบคุม และอดีตบรรณาธิการฮาเรียนเนชันแนลที่ล้มเหลว อันวาร์ได้คำสั่งห้ามจากศาลมิให้จำหน่ายหนังสืออีกและดำเนินคดีต่อผู้เขียนในข้อหาหมิ่นประมาท ตำรวจแจ้งข้อหาตีพิมพ์ข่าวเท็จโดยเจตนาร้ายต่อผู้เขียนหนังสือ[2] ในบรรดาข้อกล่าวหาในหนังสือ หนึ่งในนั้นคือ อันวาร์เป็นพวกรักร่วมเพศ ตำรวจได้รับการชี้แจงให้สอบสวนความถูกต้องของการอ้างนี้ อันวาร์ถูกแจ้งข้อหาร่วมเพศทางทวารหนัก ถูกตัดสินโทษจำคุก 15 ปี ซึ่งซิดนีย์มอร์นิงแฮโรลเรียกว่า "การจัดฉากทางการเมืองอย่างโจ๋งครึ่ม"[3]

ระหว่างการคุมขังของตำรวจใน พ.ศ. 2541 อันวาร์ถูกทุบตีโดย เราะฮิม นูร์ ซึ่งขณะนั้นเป็นจเรตำรวจ ภายหลังเราะฮิมถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงฐานทำร้ายร่างกายและถูกจำคุกสองเดือนใน พ.ศ. 2543 เขาขอโทษอย่างเป็นทางการต่ออันวาร์และจ่ายค่าเสียหายไม่ทราบจำนวน[4]

ใน พ.ศ. 2542 อันวาร์แจ้งความดำเนินคดีต่อนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ในข้อหาหมิ่นประมาทที่กล่าวหาว่าประพฤติผิดศีลธรรมและเรียกอันวาร์ว่าพวกรักร่วมเพศในการแถลงข่าวในมาเลเซีย[5]

คำตัดสินนี้ถูกพลิกบางส่วนใน พ.ศ. 2547 เป็นผลให้อันวาร์ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ ผู้เขียนหนังสือดั้งเดิมเสียชีวิตใน พ.ศ. 2548 ด้วยภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน แต่ไม่ก่อนหน้าที่ศาลสูงจะพิพากษาว่าเขามีความผิดฐานหมิ่นประมาทและต้องจ่ายค่าชดเชยแก่อันวาร์หลายล้านริงกิต[6] ศาลสหพันธ์พิพากษาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553 ว่า การที่มหาเธร์ปลดอันวาร์จากตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีของเขาชอบตามรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมาย หมายความว่า อันวาร์ล้มเหลวในการต่อสู้คัดค้านการปลดเขาออกจากตำแหน่ง[7][8][9]

ข้อกล่าวหาการร่วมเพศทางทวารหนัก[แก้]

วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2551 เว็บท่าข่าวออนไลน์มาเลเซียกินีรายงานว่า ผู้ร่วมงานของอันวาร์ อิบราฮิมฟ้องรายงานตำรวจโดยอ้างว่า เขาถูกอันวาร์ร่วมเพศทางทวารหนัก[10] อันวาร์กล่าวว่า โทษจำคุกจากข้อหานี้ที่เป็นไปได้นั้นอาจถูกมองได้ว่าเป็นความพยายามปลดเขาจากตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านหลังเขาได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นและชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อม เขายังยืนยันความบริสุทธิ์ของตนอีกและอ้างหลักฐานในแบบรายงานการแพทย์ด้วย[11]

ศาลตัดสินยกฟ้องในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555 เกือบสองปีหลังการพิจารณาเริ่มขึ้น ซึ่งผู้พิพากษาเห็นว่าหลักฐานดีเอ็นเอที่อัยการส่งมานั้นเชื่อถือไม่ได้ และยกฟ้องอันวาร์[12]

สองปีให้หลัง ศาลอุทธรณ์กลับคำตัดสินปล่อยตัวจำเลยเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2557 ทำให้อันวาร์ถูกตัดสินจำคุกห้าปี แต่ยังได้ประกันตัวระหว่างเขาอุทธรณ์คำตัดสินของคณะลูกขุน ฮิวแมนไรท์วอตช์และคณะกรรมการนักนิติศาสตร์ระหว่างประเทศกล่าวหารัฐบาลมาเลเซียว่าแทรกแซงในประเด็นตุลาการนี้[13] วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 ศาลกลางมาเลเซียสนับสนุนคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์และยืนยันโทษจำคุกห้าปี[14]

อ้างอิง[แก้]

  1. *"Anwar Ibrahim found not guilty of sodomy". Aljazeera. 9 January 2012. สืบค้นเมื่อ 9 January 2012. 
  2. "Judge gives reasons for ruling in favour of Anwar". Daily Express (UK). 26 January 2005. สืบค้นเมื่อ 3 February 2010. 
  3. Hartcher, Peter (23 February 2010). "Outdated political thuggery embarrasses Malaysia". The Sydney Morning Herald. 
  4. "Apology ends Anwar's suit over beating". nytimes.com. 4 August 2005. สืบค้นเมื่อ 11 January 2012. 
  5. "Anwar vs Dr M: Two of three judges recuse themselves (Updated)". The Star. 1 March 2010. สืบค้นเมื่อ 1 March 2010. 
  6. "What is RM100 million?". Malaysian Insider. 28 May 2009. สืบค้นเมื่อ 30 January 2010. 
  7. "Court: Anwar's sacking from cabinet posts is valid". The Malay Mail. 8 March 2010. สืบค้นเมื่อ 8 March 2010. 
  8. "Anwar's Sacking From Cabinet Posts In 1998 Is Valid, Federal Court Rules". Bernama. 8 March 2010. สืบค้นเมื่อ 8 March 2010. 
  9. "Update Anwar's sacking was lawful, rules Federal Court". TheEdge. 8 March 2010. สืบค้นเมื่อ 8 March 2010. 
  10. "Aide alleges sodomy: Report lodged". Malaysiakini (Mkini Dotcom Sdn Bhd). 28 June 2008. สืบค้นเมื่อ 28 June 2008. 
  11. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ the-diplomat.com
  12. "Malaysia court finds Anwar Ibrahim not guilty of sodomy". BBC News Asia. 9 January 2011. สืบค้นเมื่อ 9 January 2012. 
  13. "Malaysia Judiciary Criticized Over Anwar Ibrahim Verdict". VOA. สืบค้นเมื่อ 10 February 2015. 
  14. "ANWAR GUILTY". สืบค้นเมื่อ 10 February 2015. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]