อังโตนีอู การ์ลูช โชบิง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อังโตนีอู การ์ลูช โชบิง
Antonio carlos jobim th.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อเกิด อังโตนีอู การ์ลูช บราซีเลย์รู จี อัลเมย์ดา โชบิง
ชื่อเล่น ทอม โจบิม
วันเกิด 25 มกราคม ค.ศ. 1927
เกิดที่ รีโอเดจาเนโร
วันที่เสียชีวิต 8 ธันวาคม ค.ศ. 1994 (67 ปี)
แนวเพลง บอสซาโนวา
อาชีพ นักแต่งเพลง
เครื่องดนตรี เปียโน, กีตาร์
ปี 1956 - 1994
ส่วนเกี่ยวข้อง วีนีซีอุช จี โมไรช์, ชูเอา ชิลเบร์ตู, อัสตรุด ชิลเบร์ตู, สแตน เก็ตซ์, แฟรงก์ ซินาตรา

อังโตนีอู การ์ลูช บราซีเลย์รู จี อัลเมย์ดา โชบิง (โปรตุเกส: Antônio Carlos Brasileiro de Almeida Jobim) หรือรู้จักกันดีในอีกชื่อนึงว่า ทอม โจบิม (อังกฤษ: Tom Jobim) เกิดเมื่อวันที่ 25 มกราคม ค.ศ. 1927 ที่รีโอเดจาเนโร - ตายเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1994 ที่นิวยอร์กซิตี เป็นนักแต่งเพลง นักร้อง นักเปียโนและกีตาร์ชาวบราซิล ผู้บุกเบิกแนวเพลงด้านบอสซาโนวาจนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

เพลงที่มีชื่อเสียงที่สุดของโชบิง คือเพลง The Girl from Ipanema แต่งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1962 ขับร้องโดยอัสตรุด ชิลเบร์ตู และได้รับรางวัลแกรมมี เมื่อปี ค.ศ. 1965

ประวัติ[แก้]

อังโตนีอู การ์ลูช โชบิงถือกำเนิดมาบนโลกนี้ที่กรุงรีโอเดจาเนโร เมืองหลวงของประเทศบราซิล (ในขณะนั้น) ชิวิตของอังโตนีอู การ์ลูช โชบิงก่อนที่จะเดินเข้าสู่เส้นทางดนตรีคืออาชีพสถาปนิก แต่หลังจากการเดินทางสายอาชีพนี้ ราวช่วงอายุ 20 ปีของเขา อังโตนีอู การ์ลูช โชบิงได้ค้นพบตัวตนของเขาเองว่า ดนตรีคือสิ่งที่มีพลังและอิทธิพลอันยิ่งใหญ่ต่อชีวิตของเขามาก และคือสิ่งที่ทำให้เขามีความสุข อังโตนีอู การ์ลูช โชบิง เริ่มก้าวแรกของเขาสู่เส้นทางดนตรี ด้วยการตระเวนเล่นดนตรีตามไนต์คลับ และยังทำงานในห้องอัดเพื่อเรียนรู้โลกแห่งดนตรีและสั่งสมประสบการณ์ในด้านดนตรีไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1954 อาชีพสายดนตรีของเขาได้ก้าวหน้ามาเป็นนักร้องประสานเสียงแบ็กอัปให้กับบิลล์ ฟาร์ และหลังจากนั้นเขาได้เริ่มสายงานนักประพันธ์จริงจังด้วยการร่วมงานกันนักกวีชื่อวีนีซีอุช จี โมไรช์ เป็นก้าวแรกของอังโตนีอู การ์ลูช โชบิง

เริ่มชีวิตในวงการดนตรีจากการร่วมงานกับปีชิงกินยา ผู้เป็นตำนานและริเริ่มดนตรีแนวโมเดิร์นบราซิลเลีย (Modern Brazillia) ราวคริสต์ทศวรรษ 1930 นอกจากนี้ โชบิงมีแรงบันดาลใจหลักจากดนตรีแจ๊ส และยังได้รับแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงของเขามากมายจากโกลด เดอบูซี และมอรีซ ราแวล นักประพันธ์ชาวฝรั่งเศสที่โด่งดังในยุคอิมเพรสชันนิซึม ในเรื่องเนื้อเพลงส่วนมากที่โชบิงเขียนมักจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก การหักหลัง เรื่องราวของการเมือง และที่แน่นอนที่สุด เรื่องราวที่กล่าวถึงความสวยงามและซาบซึ้งธรรมชาติ เช่นเพลง "Mata Atlântica" Forest หรือ "Waters of March" บางทีเป็นเพลงที่เขียนเกี่ยวกับคติชนของประเทศบราซิลและรีโอเดจาเนโร บ้านเกิดของเขาเอง

หลังจากอังโตนีอู การ์ลูช โชบิง มีนักกวีและทูตอย่างวีนีซีอุช จี โมไรช์ มาร่วมงานด้วยกันและประสบความสำเร็จมากเมื่อเขาได้รับเชิญไปเล่นที่ละครเวทีเรื่อง Orfeu de Conceição ในปี ค.ศ. 1956 และเพลงที่โด่งดังที่สุดจากการที่เข้าได้เล่นบนเวทีนี้กับทีมนักแต่งเพลง คือเพลง "Se Todos Fossem Iguais A Você" หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Someone to Light Up My Life เพลงนี้ได้รับความนิยมมากจน Sacha Gordine ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวบราซิลผู้โด่งดังในสมัยนั้น ได้รับแรงบันดาลใจเป็นอย่างมากที่จะทำภาพยนตร์จากเพลงเหล่านี้ เขาขอให้โชบิงและเพื่อน ๆ แต่งเพลงใหม่ให้กับภาพยนตร์เรื่อง Black Orpheus ที่สร้างในปี 1959 เป็นภาพยนตร์ที่อิงเรื่องราวมาจากละครเวทีเรื่อง Orfeu de Conceição อีกที ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้ชื่อของอังโตนีอู การ์ลูช โชบิง เป็นที่จักและโด่งดังมากขึ้นไปอีกในฐานะศิลปินเพลงแนวบอสซาโนวาแนวหน้าและคนแรกของประเทศบราซิล

โด่งดังไปทั่วโลก[แก้]

หลังจากที่อังโตนีอู การ์ลูช โชบิง เดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาและมีโอกาสร่วมงานดนตรีกับสแตน เก็ตซ์ นักแซกโซโฟนที่โด่งดังมากในสมัยนั้น นอกจากนียังมีชูเอา ชิลเบร์ตู นักกีตาร์ชื่อดัง และอัสตรุด ชิลเบร์ตู ภรรยาของเขา ทั้งหมดนี้ได้ร่วมประพันธ์เพลงด้วยกันและผลิตผลงานออกมาเป็นอัลบัม Getz/Gilberto ในปี 1963-1964 อัลบัมดังกล่าวนี้ ได้สร้างความบ้าคลั่งของกระแสเพลงแนวบอสซาโนวาให้กับชาวอเมริกันทั่วประเทศ และกึกก้องไปยังทั่วโลกในเวลาไม่นาน

เพลงที่โชบิงเขียนให้กับอัลบัม Getz/Gilberto อย่างเพลง The Girl From Ipanema และเพลง Corcovado ที่ขับร้องโดยอัสตรุด ชิลเบร์ตู ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของอัลบัมรวมเพลงแจ๊สอันดับหนึ่ง และทำให้เพลงเหล่านี้ รวมทั้งเก็ตซ์และชิลเบร์ตูกลายมาเป็นศิลปินแจ๊สที่ดังกึกก้องไปทั่วโลก

และในปี 1964 ให้หลังจากอัลบัม Getz/Gilberto วางแผงไปไม่นาน รางวัลแกรมมีก็ประกาศออกรางวัลมากมายให้กับอัลบัมนี้และทีมงานที่น่าทึ่งอยู่เบื้องหลัง รางวัลเหล่านี้ได้แก่รางวัลแกรมมีแห่งปี รางวัลอัลบัมดนตรีแจ๊สยอดเยี่ยมแห่งปี รางวัลผู้ประพันธ์กลุ่มหรือเดี่ยว รางวัลบันทึกเสียงยอดเยี่ยม และรางวัลประเภทไม่ใช่เพลงคลาสสิกยอดเยี่ยม ส่วนเพลง The Girl From Ipanema ยังได้รับรางวัลเพลงยอดเยี่ยมแห่งปีอีกด้วย

อังโตนีอู การ์ลูช โชบิงรักษาความมั่นคงในวงการเพลงของเขาจนกระทั่งปี ค.ศ. 1994 อังโตนีอู การ์ลูช โชบิงเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลว และทิ้งท้ายไว้ด้วยอัลบัม Antonio Brasileiro เพื่อเป็นที่ระลึกของการจากไปของโชบิง แต่ชื่อและผลงานของเขาไม่เคยจากไปจากโลกนี้ แม้ในปัจจุบันที่เพลงที่เข้าแต่งไว้ยังเป็นแรงบันดาลให้ศิลปินมากมายทั่วโลกจนทุกวันนี้

เพลงหลังการตายของโชบิง[แก้]

เพลงของโชบิงยังคงกึกก้องอยู่ในหูของคนทั่วประเทศ และยังเป็นแรงบันดาลใจศิลปินหลายท่านที่นำเพลงของโชบิงไปเรียบเรียงและขับร้องใหม่อย่างเช่นเอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์ หรือแฟรงก์ ซินาตรา ในอัลบัม Ella Abraça Jobim ในปี ค.ศ. 1981 และอัลบัม Francis Albert Sinatra & Antonio Carlos Jobim ปี ค.ศ. 1987 และนอกจากนี้ยังมีเหล่าศิลปินมากมายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโชบิง เช่น Vince Guaraldi, Toninho Horta, Andy Williams, Lambert, Hendricks, & Ross, Tony Bennett, Rosemary Clooney, Diana Krall, Claudine Longet, Sting, Art Garfunkel, George Michael, Oscar Peterson, Herbie Hancock, Chick Corea, และ Toots Thielemans สิ่งที่พิเศษอีกอย่างหนึ่งที่เป็นการไว้อาลัยอังโตนีอู การ์ลูช โชบิงคือการเปลี่ยนชื่อสนามบินจากท่าอากาศยานนานาชาติรีโอเดจาเนโรเป็น "ท่าอากาศยานนานาชาติรีโอเดจาเนโร/กาเลเอา-อังโตนีอู การ์ลูช โชบิง" เพื่อเป็นการระลึกถึงเขาไปเสมอ

รายชื่ออัลบัม[แก้]

สื่อที่เกี่ยวข้อง[แก้]

Chega de Saudade (จาก en:)
220px|noicon
เพลง Chega de Saudade ที่ได้การยอมรับว่าเป็นเพลงบอสซาโนวาเพลงแรก
ทำนองโดยโชบิง, คำร้องโดยจี โมไรช์, ขับร้องและเล่นกีตาร์โดยชูเอา ชิลเบร์ตู เมื่อปี ค.ศ. 1959

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]