อักกาเดเมียดีซันลูกา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ดูองค์การคล้ายคลึงกันที่ สมาคมเซนต์ลูค

ภาพนักบุญลูกาวาดภาพพระแม่มารีย์ โดยกูเอร์ชีโน (Guercino)

อักกาเดเมียดีซันลูกา (อิตาลี: Accademia di San Luca; อังกฤษ: Academy of Saint Luke) หรือวิทยาสถานนักบุญลูกา เป็นสำนักจิตรกรของโรมที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1593 ภายใต้การนำของเฟเดริโค ซุคคาริ (Federico Zuccari) เพื่อเป็นการยกระดับงานของศิลปินจากการเป็นเพียง “ช่าง” ผู้ที่ร่วมก่อตั้งอีกสองคนคือจิโรลาโม มูซิอาโน (Girolamo Muziano) และเปียโร โอลิเวียริ (Pietro Olivieri)[1] พระสันตะปาปาผู้เป็นผู้อุปถัมภ์มีอิทธิพลต่อการควบคุมของสถาบันในช่วงร้อยปีแรกของการก่อตั้ง สำนักตั้งชื่อตามนักบุญลูกาผู้นิพนธ์พระวรสาร ที่ตำนานกล่าวกันว่าเป็นผู้วาดภาพเหมือนของพระแม่มารีย์ ฉะนั้นนักบุญลูคจึงกลายมาเป็นนักบุญผู้พิทักษ์จิตกรของสมาคมช่างนักบุญลูกา (Guild of Saint Luke) ที่กลายมาเป็น “วิทยาสถานแห่งชาตินักบุญลูกา” (Accademia Nazionale di San Luca)

ก่อนหน้าจะมาเป็น “วิทยาสถานนักบุญลูกา” ก็เป็น “Compagnia di San Luca” มาก่อนซึ่งเป็นสมาคมของจิตรกรและจิตรกรหนังสือวิจิตรที่มีบทบัญญัติและสิทธิมานานก่อนหน้านั้นภายใต้สมเด็จพระสันตะปาปาซิกส์ตุสที่ 4 เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 1478

ในปี ค.ศ. 1605 สมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 5 ก็มอบสิทธิและอำนาจแก่สถาบันในการฉลองวันฉลองนักบุญลูกาและในการให้อภัยโทษต่อผู้ถูกกล่าวหาว่าผิด ในคริสต์ทศวรรษ 1620 สมเด็จพระสันตะปาปาเออร์บันที่ 8 ก็เพิ่มสิทธิให้แก่สำนักในการตัดสินว่าผู้ใดมีสิทธิที่จะเป็นศิลปินในกรุงโรมได้ ต่อมาสถาบันตกอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของหลานของพระสันตะปาปาเออร์บันที่ 8 พระคาร์ดินัลฟรันเชสโก บาร์เบรีนี (ผู้อาวุโส) (Francesco Barberini (seniore)) ผู้แต่งตั้งให้โจวันนี ฟรันเชสโก โรมาเนลลี (Giovanni Francesco Romanelli) เป็นผู้อำนวยการในปี ค.ศ. 1638 [2] ต่อมาในปี ค.ศ. 1633 พระสันตะปาปาเออร์บันที่ 8 ทรงมอบให้สำนักมีอำนาจในการเก็บภาษีจากศิลปินทุกคนรวมทั้งผู้ค้าขายศิลปะและมีเอกสิทธิ์ในการจ้างการเขียนภาพสำหรับโครงการสำหรับสารธารณชน สิทธิหลังนี้มีผู้ต่อต้านกันมากและไม่มีผลในการบังคับเท่าใดนัก[3].

ในช่วงเวลานี้พระสันตะปาปาก็มีอำนาจในการควบคุมและการเลือกผู้นำของสำนัก นักวิจารณ์สมัยใหม่กล่าวว่าเป็นสำนักที่โดยทั่วไปมีจุดประสงค์ที่จะเพิ่มการศึกษาให้แก่จิตรกรแต่ตามความเป็นจริงแล้วเป็นที่ควบคุมการแสดงออกทางศิลปะโดยสถาบันศาสนา[4] ผู้อำนวยการของสำนักมาจากจิตรกรคนสำคัญๆ ที่รวมทั้งโดเมนีโก ซัมปีเอรี และจัน โลเรนโซ แบร์นีนี แต่ก็มีจิตรกรคนสำคัญคนอื่นๆ ที่มิได้รับการยอมรับเข้าเป็นสมาชิก

ปัญหาความขัดแย้งอื่นๆ ภายในสถาบันก็รวมทั้งกรณีปีเอโตร ดา กอร์โตนา (Pietro da Cortona) ที่อันเดรอา ซัชชี (Andrea Sacchi) มีความเห็นเกี่ยวกับจำนวนคนที่เหมาะสมที่ควรจะปรากฏในภาพ หรือกรณีกลุ่ม “บัมบอชชันติ” (Bamboccianti)[5] โจวันนี เบลโลรีให้ปาฐกถาสำคัญในหัวเรื่องจิตรกรรมที่สำนัก เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 จิตรกรมาร์โก เบเนฟีอัล (Marco Benefial) วิจารณ์สำนักในฐานะคนภายนอก ได้รับเข้าเป็นสมาชิก และต่อมาถูกไล่ออกเพราะวิจารณ์สำนักในฐานะคนภายใน

สำนักยังคงมีบทบาทในปัจจุบัน ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสำนักก็มีประติมากรรมของสมาชิกแต่ละคนแต่ต่อมาเปลี่ยนเป็นเพียงภาพเขียน ในปัจจุบันสำนักตั้งอยู่ที่พาลัซโซคาร์เปนยาที่จตุรัสอัคคาเดเมียซานลูคา และเป็นที่สะสมงานจิตรกรรมและประติมากรรมที่รวมทั้งภาพเหมือนประมาณ 500 ชิ้นและงานเขียนอื่นๆ ที่รวมทั้งงานการวาดเส้น

อ้างอิง[แก้]

  • Haskell, Francis (1993). "Ch 8". Patrons and Painters: Art and Society in Baroque Italy. 1980. Yale University Press. pp. 17–18. 
  1. Cyberguide entry on Pietro Olivieri
  2. Haskell, p 53.
  3. Haskell, p 18.
  4. according to Peter Robb, biographer of the Baroque artist Caravaggio
  5. [1]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]