อะโลนอินเดอะดาร์ก (2008)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Alone in the Dark
Windows version box art
ผู้พัฒนา Eden Games
(วินโดวส์, เอกซ์บอกซ์ 360, เพลย์สเตชัน 3)
Hydravision Entertainment
(เพลย์สเตชัน 2, วี)
ผู้ผลิต Atari
ซีรีส์ Alone in the Dark
เอนจิน Twilight 2[1]
แพลตฟอร์ม ไมโครซอฟท์ วินโดวส์, เอกซ์บอกซ์ 360, เพลย์สเตชัน 3, วี, เพลย์สเตชัน 2
วันที่ออกจำหน่าย ไมโครซอฟท์ วินโดวส์, เพลย์สเตชัน 2, วี, เอกซ์บอกซ์ 360

EU 20 มิถุนายน 2008[2]
NA 23 มิถุนายน 2008[2]
AUS 26 มิถุนายน 2008[2]
เพลย์สเตชัน 3[3]
NA 18 พฤศจิกายน 2008
EU 21 พฤศจิกายน 2008
AUS 11 ธันวาคม 2008

แนว Survival horror, Psychological horror, Action-adventure
รูปแบบ Single-player
เรตติง BBFC: 15
อีเอสอาร์บี: M
PEGI: 18+
สื่อบันทึก DVD, Blu-ray Disc, Wii optical disc
ระบบที่ต้องการ
  • Operating system: Windows XP SP2 / Windows Vista
  • CPU: 2.8 GHz Intel Pentium 4 or Athlon 64 2800+
  • Video Card: NVidia GeForce 7600 or ATI Radeon X1650 or better
  • RAM: 1GB
  • Disk space: 8.5GB
อุปกรณ์ DualShock 2, DualShock 3, Xbox 360 Controller, Wii Remote and Nunchuk, keyboard, mouse

อะโลนอินเดอะดาร์ก, หรือชื่อเดิม อะโลนอินเดอะดาร์ก: เนียร์เดธอินเวสติเกชัน หรือที่รู้จักกันในชื่อ อะโลนอินเดอะดาร์ก 5 เป็นเกมชุดลำดับที่ห้าของเกมชุด อะโลนอินเดอะดาร์ก ของค่าย Atari[4] พัฒนาโดย Eden Games ลงเครื่องเล่น เพลย์สเตชัน 3, เอกซ์บอกซ์ 360, และพีซี ส่วน Hydravision Entertainment พัฒนา ลงใน เพลย์สเตชัน 2 และ วี

สำหรับเกมนี้บนเครื่องเพลย์สเตชัน 3 เกมจะใช้ชื่อว่า Alone in the Dark: Inferno ซึ่งได้ปรับปรุงระบบและเนื้อหาบางส่วน

เนื้อเรื่อง[แก้]

เนื้อเรื่อของเกมเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน (ไม่มีการระบุว่าเกิดขึ้นในปีใด แต่คาดว่าน่าจะเกิดในปีเดียวกับที่เกมออก คือ ค.ศ. 2008) เอ็ดเวิร์ด คาร์นบี้ ตื่นขึ้นมาโดมีกลุ่มคนในชุดดำต้องการสังหารเขา ขณะที่เขากำลังถูกพาตัวไปสังหาร เกิดสิ่งเหนือธรมชาติขึ้น รอยแยกมีชีวิตไล่เข่นฆ่าผู้คน เอ็ดเวิร์ดสามารถหนีจากกลุ่มคนชุดดำได้ แต่เขากลับลืมเรื่องราวทั้งหมดของตัวเขาไป เขาได้พบกับ ซาร่าห์ ฟลอเรส นักค้าศิลปะ เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตที่ได้เดินทางร่วมกันเอ็ดเวิร์ด และ ธีโอฟิล แพดดิงตัน ชายผู้กุมความลับของเอ็ดเวิร์ดไว้ ซึ่งเขาได้บอกว่า หัวหน้าของกลุ่มคนชุดำที่ชื่อ โครว์ลี่ย์ เป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ทั้งหมด เพราะเขาได้ปลดปล่อย ลูซิเฟอร์ ให้ออกมาจากสร้อยหินซึ่งเป็นศิลานักปราชญ์ ซึ่งเป็นที่กักขังของลูซิเฟอร์หลังจากที่เขาถูกขับไล่ออกจากสวรรค์ เอ็ดเวิร์ดจึงต้องค้นหา "เส้นทางแห่งแสง" เพื่อหยุดยั้งการคืนชีพอย่างสมบูรณ์ของลูซิเฟอร์

ระหว่างดำเนินเรื่องราวเอ็ดเวิร์ดจะพบว่าเขาคือเอ็ดเวิร์ด คาร์นบี้จากปี 1924 ซึ่งหายตัวไปในปี 1938 ก่อนที่จะปรากฏตัวมายังยุคนี้ เพราะว่าเขาคือ "ผู้นำพา" ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการกำเนิดของลูซิเฟอร์

เกมมีตอนจบสองแบบขึ้นอยู่กับการตัดสินใจตอนท้ายของผู้เล่น

ระบบเกม[แก้]

มุมมองของเกมจะเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่งและบุคคลที่สามสลับกันไปมา โดยมุมมองบุคคลที่สามเป็นมุมมองพื้นฐาน (มักจะปรับอัตโนมัติเวลาผู้เล่นถึงจุดหนึ่งของเกม) ขณะที่มุมมองบุคคลที่หนึ่งนั้นจะใช้เวลาที่เกมต้องการให้ผู้เล่นเห็นสิ่งของจากตาของเอ็ดเวิร์ด เช่น ขณะกำลังเปิดตู้ หรือ ขณะนั่งอยู่ในรถ หรือ เล็งปืน ระบบเกมจะเป็นลักษณะเปิดกว้าง นั่นคือในสถานการณ์หนึ่งผู้เล่นสามารถที่จะเลือกใช้วิธีการต่อสู้กับศัตรูได้หลากหลายรูปแบบ เช่น เอาน้ำมันราดกระสุนปืน เปลี่ยนเป็นกระสุนไฟ, เอาสเปรย์กับไฟแช็คมาใช้พ่นไฟ, เอาผ้ากับขวดน้ำมันมารวมกันกลายเป็นระเบิดขวด, เอาเทปกาวสองหน้าติดที่ขวดน้ำมันเพื่อโยนให้ติดศัตรู หรือจะใช้สิ่งของที่ตกอยู่ตามพื้นในการต่อสู้ก็ได้

การถืออาวุธในเกมะใช้ระบบถือมือซ้าย/มือขวา โดยผู้เล่นสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับสิ่งของที่ถือได้หลายแบบขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นถืออะไร เช่น ถ้าถือสิ่งของที่ขว้างได้ กับ ปืน ก็จะสามารถขว้างของไปยังเป้าหมายและยิงของนั้นได้ (ซึ่งถ้าเป็นวัตถุเชื้อไฟก็สามารถระเบิดได้) ช่องเก็บของในเกมนี้จะอยู่ใต้เสื้อคลุมของเอ็ดเวิร์ด โดยจะแบ่งออกเป็นสามส่วนคือ ด้านซ้าย (ของชิ้นเล็กๆ) ตรงกลาง (ปืนกับไฟฉาย) ด้านขวา (ของที่ใช้ขว้าง) ด้านซ้ายและขวาจะใส่ของได้ด้านละสี่อย่าง ซึ่งของบางชิ้นสามารถเก็บรวมๆกันได้ (เช่น พลุฉุกเฉิน, แท่งเรืองแสง, ผ้าพันแผล) ระบบสุขภาพของเกมนี้จะเป็นความเสียหายตามจุดต่างๆในร่างกาย โดยผู้เล่นสามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้โดยใช้สเปย์ ขณะที่อาการบาดเจ็บขนาดหนักจะทำให้มีเวลาจำกัดขึ้นที่หน้าจอ สามารถรักษาได้โดยใช้ผ้าพันแผล นอกจากนั้นเกมมีรถยนต์ให้ผู้เล่นขับ (เพราะจะมีช่วงนึงของเนื้อเรื่องที่ผู้เล่นจะได้อิสระในการสำรวจเซ็นทรัลพาร์ค) ซึ่งผู้เล่นสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับรถยนต์ได้มากมาย เช่น เปิดช่องใส่ของ, เปิดวิทยุ, ต่อสายตรงเพื่อสตาร์ทรถโดยไม่ใช้กุญแจ และรวมไปถึงการขับรถ

ฉากต่างๆในเกมจะถูกแบ่งเป็นตอนๆเหมือนภาพยนตร์ตอนชุด เมื่อจบตอนก็จะมีรายชื่อผู้พัฒนา ขณะเดียวกันการโหลดเกมก็จะมีการเล่าเรื่องจากตอนก่อนหน้าเช่นกัน

ภาคก่อนหน้า[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Nicolo S. "Atari talks Alone in the Dark engine Twilight 2". qj.net. Content Holdings. สืบค้นเมื่อ 2008-06-24. 
  2. 2.0 2.1 2.2 Alone in the Dark Release Date Confirmed
  3. "Release Summary". TheGamingVault. สืบค้นเมื่อ 2008-11-03. 
  4. Alone in the Dark Series - Atari Forums

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]