อมรา ศิริพงษ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อมรา ศิริพงษ์
Som Amara.jpg
เกิด 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 (34 ปี)
ชื่ออื่น ส้ม อมรา
อาชีพ นักร้อง นักแสดง นางแบบ DJ. Creative
แนวเพลง ฮิปฮอป เร้กเก้
ค่าย หัวลำโพง ริดดิม, Here, ก้านคอคลับ, Fatboyzstaff, Black Media, อิสระ
ข้อมูลบนเว็บ IMDb
ฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย (ThaiFilmDb)

อมรา ศิริพงษ์ หรือ ส้ม อมรา เป็นนักร้อง นักแสดงชาวไทย ยังเป็นดีเจที่ GET 102.5 ทำดนตรีแนวเรกเก้ สกา มีผลงานเพลง อย่างเพลงนางสาวไทย, หวาน, Saturday Night, Play Girl และมีเพลงอบ่างซิงเกิลเพลง "รักแท้ทำให้คนตาบอดมองเห็น" กับ "ภาวะโลกร้อน"[1]

ปัจจุบันเป็นศิลปินอิสระมีทีมบริหารเป็นInternational คือ Black Media มีผลงานอัลบั้มแรกในสังกัดแรกชื่อ Here ชุด Sweetless ซึ่งมีเพลงขึ้นอันดับหนึ่ง ใน FatRadio 3 เพลง คือ Saturday Night, นางสาวไทย และหวาน ทำให้ได้รับรางวัล Best Female Artist ในงาน Fat Award จากคลื่นวิทยุ Fat Radio ต่อมาย้ายไปอยู่สังกัดที่สองคือสังกัด ก้านคอคลับ ออกอัลบั้มชื่อ ซ่า อมรมณ์และมีเพลงดังของอัลบั้มในชื่อเดียวกัน และยังเป็นครีเอทีฟของก้านคอคลับ[2] เธอยังมีเพลงในอัลบั้มรวมศิลปินก้านคอคลับ 2 เพลงของเธอเป็นแนวดนตรี ฮิปฮอปและเร้กเก้ มีเพลงดังอย่างเพลง "Playgirl" และยังร่วมในอัลบั้มรวมศิลปิน Yes ในเพลง "วันสุดท้าย" เธอยังเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงคมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 3 ในสาขาศิลปินหญิงเดี่ยวยอดเยี่ยม และนอกจากการทำงานเป็นนักร้อง มีผลงานเพลงและการแสดงเป็นประจำ ส้มยังเป็น creative ให้กับงานกิจกรรมต่าง ๆ และในปี 2556 ยังเริ่มหน้าที่ใหม่เป็น DJ ที่คลื่นเก็ท 102.5 (Bangkok’s Sound) อีกด้วย[3]

ประวัติ[แก้]

ชีวิตในวัยเด็กส้มไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ โดยเกิดที่จ.อ่างทอง มีคุณพ่อเป็นหมอ และเนื่องจากคุณพ่อย้ายไปประจำที่จังหวัดต่าง ๆ อยู่บ่อยครั้ง จึงต้องเรียนอยู่โรงเรียนประจำ (อัมพรไพศาล จ.ฉะเชิงเทรา) คุณแม่ทำงานบ้าน คุณปู่เป็นเจ้าของผับ ส้มมีน้องชายคนหนึ่ง นอกนั้นเป็นน้องชายลูกพี่ลูกน้อง เรียนจบ นิเทศฯ Communication Arts จาก ม.เอแบค[4]

เริ่มทำหน้าที่ฝ่ายมาเก็ตติ้งของเอ็มโพเรี่ยม [5]

ทางด้านบทบาทการแสดงเธอแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกคือ ช็อกโกแลต รับบทเป็น ซิน อดีตหญิงคนรักของ NO.8 หัวหน้าแก๊งค์มาเฟียไทย ซึ่งจากบทบาทนี้เองทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ ประจำปี 2551 ในสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม[6] นอกจากนี้ยังได้รับเชิญให้เล่นละครเวทีเรื่อง หลังคาแดง เดอะมิวสิคัล ในปี 2555 และได้แสดงนำในภาพยนตร์บู้ แอ๊คชั่นเรื่อง Kill 'em All ในปี 2555 ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย Raimund Huber ด้วย [7]

เธอเคยทำรายการโทรทัศน์ทางช่องยูบีซี 37 เมื่อปี 2543 ได้มีโอกาสท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยเฉพาะทะเล ทำให้เธอสนใจทำงานด้านอนุรักษ์ใต้ท้องทะเล และได้เป็นผู้นำหลักในการจัดงานอนุรักษณ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลที่เกาะเต่าตั้งแต่ปี 2545 จนในปี 2551 รณรงค์ให้คนไปเที่ยวทะเลไม่ไปทำลายปะการังเวลาดำน้ำ จนในที่สุดได้รับเกียรติเป็นตัวแทน 1 ใน 6 คนของประเทศไทย ร่วมวิ่งคบเพลิงโอลิมปิก 2008 เนื่องจากไปในฐานะบุคคลผู้ทำประโยชน์ให้แก่ชาติด้านสิ่งแวดล้อมแวดล้อม[8] นอกจากนี้ส้มยังทำงานด้านการอนุรักษ์อีกหลายงาน เช่น คอนเสิร์ตเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ปาย จ.แม่ฮ่องสอน, คอนเสิร์ตศิลปินอาสา ช่วยภัยน้ำท่วม ที่ร่วมจัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), โปรเจกต์กำจัดขยะในภาวะน้ำท่วม ปีพ.ศ. 2554 ในชื่อทีม Thailand Rescue Team ฯลฯ[9]

ส้มเมีผลงานอัลบั้มแรกชุด Sweetless อัลบั้มที่ 2 ย้ายไปอยู่แกรมมี่ในก้านคอคลับ ออกอัลบั้มชื่อ ซ่า อมรมณ์และมีเพลงดังของอัลบั้มในชื่อเดียวกัน ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น พอมาซิงเกิ้ล playgirl คนรู้จักมากไปทั่ว [10]

ผลงาน[แก้]

อัลบั้ม[แก้]

  • Sweetless (2545)

เพลงในอัลบัม นางสาวไทย / หวาน / ทุกครั้ง / ไม่ผ่าน / เรื่องจริง / ดีกว่า / smile / พัก / moon or sun / ใจลอย / interlude

  • ซ่า อมรมณ์ (2548)

เพลงในอัลบัม ระเบียบรัด / ซ่าอมรมณ์ /แค่ / ลองดี / ธรรมดา / ซะบายนายส้มตำ / Hoo la la/ หวานกว่า / แมงเม่า/ ที่อยู่ของความรัก

Single[แก้]

  • Play Girl (2550) (อยู่ในอัลบัมก้านคอคลับ 2)
  • Shake It Baby (2555)

เพลงพิเศษอื่น ๆ[แก้]

  • เกลียดคนสวย (project พลังอิจฉา) เพลงประกอบโฆษณา Oriental Princess
  • วันสุดท้าย อัลบั้มรวมศิลปิน Yes (2551)
  • ภาวะโลกร้อน (2553)
  • สิ่งที่หวัง (2556)

สำหรับเพลงนี้ ส้มแต่งขึ้นมาเพื่อให้ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็กมหาราชินี ได้ยอดการดาวน์โลท ทั้งหมดไปเพื่อช่วย เด็กที่ป่วยเป็นโรครูมาตอย ผ่านมูลนิธิเด็ก เพื่อให้เด็กที่ครอบครัวไม่ค่อยมีฐานะได้ม­­ีโอกาสรับการรักษาและยาที่จำเป็น ซึ่งต้องใช้เงินถึง500,000 บาทต่อคน/ ปี

  • รักเธอ Feat. Mild (2556) (อยู่ในอัลบั้ม Ford&Friends Sing Stone ศิลปิน ส้ม อมรา Feat. Mild)

ภาพยนตร์[แก้]

อ้างอิง[แก้]