ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส อภิมหาสงครามแค้น
| ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส อภิมหาสงครามแค้น |
|
|---|---|
โปสเตอร์ภาพยนตร์ อภิมหาสงครามแค้น |
|
| กำกับ | ไมเคิล เบย์ |
| ผลิต | สตีเวน สปีลเบิร์ก (executive) Lorenzo di Bonaventura Ian Bryce Tom DeSanto Don Murphy |
| เขียน | Roberto Orci Alex Kurtzman Ehren Kruger |
| แสดง/ พากย์ |
ไชอา เลอบัฟ เมแกน ฟอกซ์ จอช เดอเมล ไทรีส กิบสัน จอห์น เทอเธอโร พากย์: ปีเตอร์ คัลเลน ฮิวโก วีฟวิง จอห์น เทอร์เทอร์โร่ Mark Ryan Frank Welker Jess Harnell Charlie Adler Robert Foxworth Tony Todd ทอม เคนนี เกรย์ ดีไลล์ André Sogliuzzo |
| เพลง | Steve Jablonsky ลินคินพาร์ก |
| กำกับภาพ | Ben Seresin |
| ตัดต่อ | Roger Barton Paul Rubell Joel Negron Thomas Muldoon |
| สำนัก | Paramount Pictures Dreamworks Pictures Di Bonaventura Pictures |
| เผยแพร่ | Paramount Pictures |
| ฉาย | สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์: 19 มิถุนายน ค.ศ. 2009 อเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และไทย: 24 มิถุนายน ค.ศ. 2009 |
| ยาว | 147 นาที[1] |
| ประเทศ | สหรัฐอเมริกา |
| ภาษา | อังกฤษ |
| งบประมาณ | 200 ล้านเหรียญสหรัฐ |
| รายได้ | 813,909,960 เหรียญสหรัฐ[2] (27,673 ล้านบาท) |
ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส อภิมหาสงครามแค้น (อังกฤษ: Transformers: Revenge of the Fallen) เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวนวนิยายวิทยาศาสตร์ แอ็กชัน ออกฉายวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2009 ในสหราชอาณาจักรและในวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 2009 ในอเมริกาเหนือ[3] เป็นภาคต่อของ มหาวิบัติจักรกลสังหารถล่มจักรวาล ในปี 2007 โดยไมเคิล เบย์และสตีเวน สปีลเบิร์ก กลับมารับหน้าที่เป็นผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้าง ตามลำดับ ขณะที่ไชอา เลอบัฟก็รับบทเดิมคือ แซม วิตวิกกี มนุษย์ที่อยู่ภายใต้สงครามระหว่างออโตบอตส์และดีเซปติคอนส์ ภาพยนตร์ยังมีหุ่นใหม่ ๆ เพิ่มอีกหลายตัวและยังขยายอาณาเขตไปหลายประเทศ โดยเฉพาะที่เด่นชัดอย่างในพม่าและไซบีเรีย
อุปสรรคของภาพยนตร์ในขั้นตอนการผลิต คือการประท้วงของกลุ่มนักเขียนบทในสหรัฐอเมริการะหว่างปี 2007-2008 เช่นเดียวกับการประท้วงของของสมาคมผู้กำกับแห่งอเมริกาและสมาคมนักเขียนบท เบย์เสร็จสิ้นภาคผลิตทันเวลาจากความช่วยเหลือในการทำภาพร่างหนัง และเขียนบทโดย โรเบอร์โต ออร์ซิ, อเลกซ์ เคิร์สซแมน และเอห์เรน ครูเกอร์ ภาพยนตร์ถ่ายทำระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน 2008
สำหรับในประเทศไทย มีการจัดงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 2009 ณ เซ็นทรัลเวิลด์สแควร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ก่อนจะมีการฉายรอบสื่อมวลชน ทั้งในระบบฟิล์มปกติ ณ เอส เอฟ เวิลด์ ซีนีมา และในระบบไอแม็กซ์ ดีเอ็มอาร์ ณ กรุงศรี ไอแม็กซ์ เธียเตอร์ พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน
เนื้อหา |
[แก้] เนื้อเรื่อง
สองปีผ่านไป นับแต่หนุ่มน้อย แซม วิทวิคกี้ (ไชอา เลอบัฟ) ได้ช่วยจักรวาลให้รอดพ้นจากศึกขั้นเด็ดขาดระหว่างหุ่นยนต์จากต่างดาวที่กำลังสู้รบกันอยู่ แม้จะสร้างวีรกรรมอันกล้าหาญสุดขั้วมาแล้ว แต่แซมยังคงเป็นวัยรุ่นธรรมดาที่มีปัญหาว้าวุ่นใจไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการต้องไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย การต้องทิ้ง มิเคล่า (มีแกน ฟ็อกซ์) แฟนสาวของเขาเอาไว้ที่บ้านเกิด และต้องแยกห่างจากพ่อแม่ของเขา รอน และจูดี้ (เควิน ดันน์ และจูลี่ ไวท์) เป็นครั้งแรก แน่นอน ยังมีเรื่องหนักใจอื่นๆ อีกเมื่อแซมต้องพยายามอธิบายให้เพื่อนใหม่ของเขาฟังว่าทำไมเขาถึงต้องจากมา เพื่อนคนใหม่ที่ว่าก็คือหุ่นยนต์ที่คอยคุ้มครองดูแลเขาอย่างบัมเบิลบี สำหรับแซมแล้ว เป้าหมายของเขาก็คือการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างเด็กนักศึกษาธรรมดาๆ แต่การจะทำตัวให้ธรรมดาได้ เขาต้องทำเป็นไม่สนโชคชะตาของตัวเขาเองเสียก่อน
ในขณะเดียวกันอาจารย์ของเมกะทรอนหรือเดอะฟอลเล่น (The Fallen) ผู้ก่อตั้งดีเซ็ปติคอนส์ ต้องการให้เมกะทรอน(ที่ถูกแรงอัดของเดอะ คิ้วบ์ และนำซากไปโยนทิ้งลงทะเล )ฟื้นคืนชีพมาอีกครั้งจึงได้ส่งลูกน้องที่นำโดยแรฟเวจ (Ravage)ไปกู้เมกะทรอนคืน
เมื่อพวกลูกน้องของเดอะฟอลเล่น (The Fallen)ไปถึงใต้ทะเล โวเบีย (Wobia)จึงบอกให้นำชิ้นส่วนของ สแครปเปอร์ (Scraper)มาเป็นชิ้นส่วนในการปลุกเมกะทรอน ซึ่งเมื่อเมกะทรอนฟื้นคืนชีพมา สงครามจึงอุบัติขึ้นอีกครั้ง
ขณะที่แซม พยายามทำดีที่สุดเพื่อทิ้งปัญหาต่างๆ เอาไว้ที่มิสชั่นซิตี้ และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ อย่างไรก็ดี สงครามระหว่างพวกออโต้บ็อทส์ กับดีเซ็ปติคอนส์ ซึ่งดำเนินไปอย่างลับๆ ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย เซ็คเตอร์ 7 ถูกยุบไป และเจ้าหน้าที่ซิมม่อนส์ (จอห์น เทอร์เทอร์โร่) นายทหารผู้ภักดีกับเซ็คเตอร์ 7 ถูกไล่ออก และที่ถูกตั้งขึ้นมาแทนที่ก็คือเนสท์ (NEST) องค์กรใหม่ ซึ่งเลือกใช้งานนายทหารผู้มีประสบการณ์ภาคสนามอย่างเลนน็อกซ์ (จอช ดูฮาเมล) และเอ็ปป์ส (ไทรีส กิ๊บสัน) พยายามหาวิธีทำงานเคียงข้างไปกับกลุ่มออโต้บ็อทส์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพวกดีเซ็ปติคอนส์ โชคร้ายที่ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ธีโอดอร์ กัลโลเวย์ (จอห์น เบ็นจามิน ฮิคกี้) เหมือนจะเล็งเห็นถึงอันตราย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะยึดครองอำนาจควบคุมขององค์กรทุกหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม รวมไปถึงอำนาจของแต่ละองค์กรเหล่านั้น ขณะเดียวกันก็จะได้กำจัดหน่วยงานรัฐบาลที่เขาเห็นว่าไม่มีความสำคัญทิ้งไป กัลโลเวย์ จึงพยายามปิดเนสท์ ทิ้ง โดยเขาเชื่อว่าภัยคุกคามจากสงครามที่สร้างความวอดวายของกลุ่มหุ่นยนต์ต่างดาวสองกลุ่มนี้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว เขาเชื่อว่ามนุษย์ไม่สนใจในความขัดแย้งที่ออโต้บ็อทส์ มีต่อพวก ดีเซ็ปติคอนส์
เมื่อชีวิตของ แซม ในที่เรียนใหม่เริ่มเข้าที่เข้าทาง โดยเขาสามารถปรับตัวเข้ากับลีโอ (ราม่อน ร็อดริเกซ) เพื่อนร่วมห้องคนใหม่ที่เป็นจอมจุ้นจ้าน และอลิซ (อิซาเบล ลูคัส) เพื่อนสาวคนใหม่ที่จุ้นพอกัน แต่พอดีเป็นผู้หญิงเลยน่าสนใจกว่า จู่ๆ แซมก็เกิดความว้าวุ่นขึ้นอีกจนได้เมื่อเขาเห็นภาพที่แว่บขึ้นมาในหัวของเขาราวกับสายฟ้าแล่บ ด้วยความหวาดกลัวว่าเขาอาจกำลังวิกลจริตเหมือนปู่ของเขา แซมจึงเก็บภาพที่เขาเห็นในหัวเอาไว้เป็นความลับ จนกระทั่งเขาไม่อาจทนเมินเฉยต่อข้อความและสัญลักษณ์ที่แทรกซึมเข้าไปในความคิดของเขาได้
ถึงจะวางแผนมาเป็นอย่างดี แต่ แซม พบว่าเขาต้องไปติดอยู่กลางศึกระหว่าง ออโต้บ็อทส์ และ ดีเซ็ปติคอนส์ โดยมีชะตากรรมของจักรวาลเป็นเดิมพันอีกเช่นเคย แต่ที่แซมยังไม่รู้ก็คือเขาคือผู้กุมกุญแจที่จะไขไปสู่ผลลัพธ์ของการทำศึกระหว่างความชั่วและพลังแห่งความดี ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ รวมไปถึงเพื่อนที่เนสท์ และแม้กระทั่งพ่อกับแม่ของเขาเอง ในที่สุดแซม ก็ได้เรียนรู้ที่จะยอมรับความเป็นวิทวิคกี้ที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด เขาไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนตัวเองจากคำขวัญประจำตระกูลที่ว่า “ไม่เสียสละ ชัยชนะก็ไม่เกิด!” อีกต่อไป
[แก้] ตัวละคร
[แก้] ออโต้บ็อทส์
- อ็อพติมัส ไพรม์ (Optimus Prime) ผู้นำของฝ่ายออโต้บอท สามารถเป็นหุ่นยนต์ตลอด แปลงร่างเป็นรถบรรทุกปีเตอร์บิลท์ สีน้ำเงินแดง ในภาคนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ หน่วยจู่โจมลับ นาม เนสท์(NEST)องค์กรที่รัฐบาลสหรัฐฯ ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อทำงานร่วมกับกลุ่ม สหรัฐอเมริกา
- บัมเบิ้ลบี (Bumblebee) หุ่นยนต์สีเหลือง เป็นหุ่นยนต์ที่คอยพิทักษ์ แซม วิทวิคกี้ และมิเคล่า
- ไอรอนไฮด์ (Ironhide) เป็นหุ่นยนต์นักรบแถวหน้า ของอ็อพติมัส ไพรม์ และจะมีรอยแผลจากการรบมากที่สุดในหมู่พี่น้อง สามารถเป็นหุ่นยนต์ตลอด ซึ่งช่ำชองในการใช้อาวุธหนัก
- แร็ดเชต (Rachet) หุ่นยนต์แพทย์ สามารถเป็นหุ่นยนต์ตลอด
- สกิ๊ดส์และมัดแฟล็ปส์ (Skids & Mudflap) หุ่นฝาแฝด ทั้งคู่สามารถเป็นหุ่นยนต์ตลอด สกิ๊ดส์แปลงร่างเป็นรถเชฟโรเล็ตบีทสีเขียว มัดแฟลปแปลงร่างเป็นรถเชฟโรเล็ต แทร็กซ์สีแดง ทั้งคู่ชอบคิดว่าตัวเองดีกว่าอีกตัวหนึ่ง
- อาร์ชี (Arcee) หุ่นยนต์เพศหญิง สามารถแปลงร่างเป็นรถมอเตอร์ไซค์ได้
- โจลท์ (Jolt) หุ่นยนต์ที่มีแส้ไฟฟ้าเป็นอาวุธ สามารถแปลงร่างเป็นรถเชฟโรเล็ต โวลต์ สีน้ำเงิน
- ไซด์สไวป์ (SideSwipe) หุ่นที่เชี่ยวชาญในการต่อสู้ด้วยดาบ
- เจ็ทไฟร์ (Jetfire) อดีตหุ่นยนต์ฝ่ายดีเซ็ปติคอนส์ ที่กลับตัวกลับใจมาอยู่ฝ่ายออโต้บ็อทส์ เจ็ทไฟร์สามารถเป็นหุ่นยนต์ตลอด แปลงร่างเป็นเครื่องบินแบล็คเบิร์ด เอสอาร์ 71 และได้เข้ารวมตัวกับอ็อพติมัส ไพรม์ และทำให้อ็อพติมัส ไพรม์ บินได้
[แก้] ดีเซ็ปติคอนส์
- เมกะทรอน (Megatron) ภาคแรกเม็กกาทรอนถูกแรงอัดของเดอะ คิ้วบ์ และนำซากไปโยนทิ้งลงทะเล ในภาคนี้เขาถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง แถมยังแข็งแกร่งกว่าเดิม ด้วยพลังงานจากออลสปาร์ค ที่ฝังอยู่ในตัวเขา
- สตาร์สครีม (Starscream) สมุนเอกของเม็กกาทรอน แปลงร่างเป็นเครื่องบินแร็ปเตอร์ เอฟ-22 สามารถเป็นหุ่นยนต์ตลอดกาล
- สกอร์โปนอค (Scorponok) หุ่นยนต์แมงป่องที่หางขาดในสงครามทรานส์ฟอร์มเมอร์สครั้งที่ 2
- ซาวนด์เวฟ (Soundwave) อดีตหุ่นยนต์ที่แปลงร่างเป็นเครื่องเล่นเทป ซึ่งถูกอัพเกรดให้กลายเป็นยานไซเบอร์ทรอเนี่ยน ที่สามารถส่งสัญญาณดาวเทียมได้
- แบล็คเอ้าท์ (Blackout) แปลงร่างเป็นเฮลิคอปเตอร์ สามารถเป็นหุ่นยนต์ตลอด
- ลอง ฮอลล์ (Long Haul) หุ่นยนต์สีเขียว ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องที่ปลุกเม็กกาทรอนให้ฟื้นคีนชีพขึ้นมาอีกครั้ง
- แรฟเวจ (Ravage) หุ่นยนต์เสือจาร์กัวร์ตาเดียวที่สามารถเป็นหุ่นยนต์เสือจาร์กัวร์ตาเดียวตลอด
- ไซด์เวย์ส (Sideways) หุ่นยนต์ที่ซ่อนตัวอยู่กับดีโมลิชเชอร์ในเซี่ยงไฮ้ จนกระทั่งกลุ่มออโต้บ็อทส์มาเจอตัวเขาเข้า
- ดีโมลิชเชอร์ (Demolishor) หุ่นยนต์ผู้ปกป้องฝ่ายดีเซ็ปติคอนส์ที่อยู่ในเซี่ยงไฮ้ สามารถแปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ตลอด
- ดีวาสเตเตอร์ (Devastator) หุ่นยนต์ยักษ์สูง 46 ฟุต ซึ่งด้วยขนาดตัวใหญ่โตมโหฬาร ทำให้มันต้องเดินสี่ขาลักษณะเดียวกับลิงกอริลล่า
- เดอะฟอลเล่น (The Fallen) หนึ่งในทรานส์ฟอร์สเมอร์สยุคโบราณ ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้เม็กกาทรอน ก่อตั้งกลุ่มดีเซ็ปติคอนส์ขึ้นมา ถึงแม้ว่าจะติดอยู่อีกมิติหนึ่ง แต่เขาก็สามารถสื่อสารกับดีเซ็ปติคอนส์ผ่านประตูระหว่างมิติได้
- โวเบีย(Wobia) หุ่นยนต์นักวิทยาศาสตร์ของดีเซ็ปติคอนส์ภายหลังโดนมิเคล่าใช้สายไฟฟ้าช๊อตเข้าที่ตาซ้ายและเกิดหลง(รัก)มิเคล่าจึงได้มาช่วยพวกของแซม
[แก้] การสร้าง
[แก้] อ้างอิง
- ^ Larry Carroll. "Michael Bay Reveals ‘Transformers: Revenge Of The Fallen’ Runtime, Longer Than First Film", MTV Movies Blog, 2009-04-13. สืบค้นวันที่ 2009-05-09
- ^ รายได้ของภาพยนตร์, จาก Box Office Mojo, (6 ส.ค. 2552), สืบค้นวันที่ 8 ส.ค. 2552 (อังกฤษ)
- ^ "Release dates". Official site. http://www.transformersmovie.com/intl/releasedates/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-05-16.
- ภาพยนตร์อเมริกัน
- ภาพยนตร์ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2552
- ภาพยนตร์ที่กำกับโดย ไมเคิล เบย์
- ภาพยนตร์ไซไฟ
- ภาพยนตร์แอ็คชั่น
- ภาพยนตร์ภาคต่อ
- ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส
- ภาพยนตร์โดยพาราเมาต์พิกเจอส์
- ภาพยนตร์โดยดรีมเวิร์กส
- ภาพยนตร์หุ่นยนต์
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในลอสแอนเจลิส
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในปารีส
- ภาพยนตร์ที่มีฉากในวอชิงตัน ดี.ซี.
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในรัฐเพนซิลเวเนีย
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในรัฐนิวเม็กซิโก
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในรัฐแอริโซนา
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในรัฐนิวเจอร์ซีย์
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในวอชิงตัน ดี.ซี.
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในประเทศอียิปต์
- บทความเกี่ยวกับ ภาพยนตร์ ที่ยังไม่สมบูรณ์