หัวเหยียน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

นิกายหัวเหยียน หรือฮวาเหยียน (華嚴宗) หรือนิกายวอตังสกะ เป็นหนึ่งในคณะนิกายของพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ถือพุทธธรรมคำสั่งสอนในอวตังสกสูตร หรือพุทธาวตังสกมหาไวปุลยสูตร เป็นหลัก นิกายนี้ก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายราชวงศ์สุย รุ่งเรืองถึงขีดสุดในสมัยราชวงศ์ถัง

ประวัติ[แก้]

ในราวพุทธศตวรรษที่ 9 ท่านพุทธภัทรได้แปลอวตังสกสูตรออกสู่พากย์จีน และต่อมาในสมัยราชวงศ์ถัง ท่านศึกษานันทะได้แปลอีกฉบับหนึ่ง ถือกันว่าเป็นฉบับที่สมบูรณ์ ตั้งแต่พระสูตรถูกแปลเป็นพากย์จีน ก็ถูกกับอุปนิสัยของชาวจีนมาก มีผู้ศึกษากันแพร่หลาย [1]

ต่อมาในราวพุทธศตวรรษที่ 10-11 คณาจารย์ตู้ซุ่น (杜順) ได้เขียนนิพนธ์เรื่อง "ธรรมธาตุวิปัสสนา" (華嚴法界觀門) และปัญจศาสน์สมถวิปัสสนา (華嚴五教止觀) ได้สถาปนารากฐานของนิกายหัวเหยียนขึ้น ต่อมามีคณาจารย์ฝ่าจั้ง (法藏) หรือเสียนโส่ว (贤首) ได้เขียนอรรถกถาหลักธรรมในอวตังสกสูตร นิกายหัวเหยียนจึงเจริญรุ่งเรือง บางทีนิกายนี้ก็ชื่อว่า "เสียนโส่ว" ตามนามของคณาจารย์เสียนโส่ว นิกายนี้มีอิทธิพลคู่เคียงกันนิกายเทียนไท้ตลอดมา [2]

ในช่วงปลายราชวงศ์ถัง นิกายหัวเหยียนเริ่มเสื่อมความนิยมลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการกวาดล้างพุทธศาสนาครั้งใหญ่ในรัชสมัยพระเจ้าถังอู่จง (หรือ การกวาดล้างพุทธศาสนาเมื่อปีค.ศ. 854) จนกระทั่งสูญหายไปจากแผ่นดินจีนในที่สุด ปัจจุบันคำสอนของนิกายนี้ยังเหลือที่เกาหลียังสืบสานแนวทางปริยัติอยู่บ้าง และที่ญี่ปุ่นยังคงไว้ที่สำนักวัดโทไดจิ เมืองนาระ ซึ่งในญี่ปุ่นเรียกว่านิกายเคะงง ส่วนในเกาหลีเรียกว่านิกายฮวาออม

คณาจารย์[แก้]

นิกายหัวเหยียนมีคณาจารย์ หรือบูรพาจารย์ 5 ท่าน สืบทอดมาตั้งแต่เริ่มสถาปนานิกายจนถึงยุครุ่งเรืองสูงสุด เรียกในภาษาจีนว่า "ปัญจบูรพาจารย์" (五祖) มีดังนี้ [3] [4] [5]

บูรพาจารย์รุ่นที่ 1 พระเถระตู้ซุ่น (杜順) หรือ มีช่วงชีวิตอยู่ระหว่างปีค.ศ. 557-640 เป็นผู้ริเริ่มใช้พระสูตรอวตังสกะสอนพุทธธรรม พระเจ้าถังไท่จงมอบสมัญญานามให้แก่ท่านว่า ตี้ซิน (帝心) ผู้คนเรียกท่านว่าอารยะตี้ซิน (帝心尊者) ท่านมีฉายาทางธรรมว่า ตี้ซิน ตู้ซุ่น (帝心杜順) [6]

บูรพาจารย์รุ่นที่ 2 พระเถระจื้อเหยี่ยน (智儼) ได้วางรากฐานคำสอนของนิกายจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตน ผู้คนเรียกท่านว่า อารยะจื้อเซียง (至相尊者) อนึ่งคำว่า อารยะในฝ่ายมหายาน เทียบเท่ากับคำว่าอรหันต์ หรืออริยะบุคคลในฝ่ายเถรวาท [7] ท่านมีฉายาทางธรรมว่า หยุนหัว จื้อเหยียน (雲華智嚴) [8]

บูรพาจารย์รุ่นที่ 3 พระเถระฝ่าจั้ง (法藏) นิกายหัวเหยียน ได้รับความนิยมแพร่หลายในหมู่ชน ได้รับพระบรมราชานุเคราะห์จากพระนางบูเช็กเทียน บางครั้งเรียกขานท่านว่า เสียนโส่ว ฝ่าจั้ง (賢首法藏) ตามฉายาทางธรรมของท่าน [9]

บูรพาจารย์รุ่นที่ 4 พระเถระเฉิงกวน (澄觀) สืบต่อคำสอนจากรุ่นที่แล้ว เป็นพระราชครูของฮ่องเต้หลาย พระองค์ มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับราชสำนักและวงการเมือง ได้รับสมัญญาว่าเป็นโพธิสัตว์หัวเหยียน ท่านมีฉายาทางธรรมว่า ชิงเหลียง เฉิงกวน (淸涼澄觀) [10]

บูรพาจารย์รุ่นที่ 5 พระเถระจงมี่ (宗密) นำคำสอนของนิกายไปผสานเข้ากับการวิปัสนาทำสมาธิของนิกายฉาน ท่านมีฉายาทางธรรมว่า กุยเฟิง จงมี่ (圭峯宗密)[11]

อย่างไรก็ตาม ยังมีการจัดคณาจารย์ของนิกายนี้ออกเป็น 7 ท่าน หรือ สัปตบูรพาจารย์ (七祖) โดยรวมเอาพระอัศวโฆษ (馬鳴) และพระนาคารชุนะ (龍樹) เป็นต้นนิกายลำดับที่ 1 และ 2 ตามลำดับ ทำให้พระเถระตู้ซุ่นเลื่อนมาเป็นลำดับที่ 3 ส่วนพระเถรจงมี่เป็นลำดับที่ 7 โดยการจัดลำดับเป็น 7 ท่านนี้เป็นผลงานของปราชญ์ยุคหลังนามว่า หลี่ถงเสวียน (李通玄)

หลักคำสอน[แก้]

นิกายนี้สอนว่า สรรพสัตว์มีสภาวะเป็นเอกีภาพเรียกว่า "เอกสัตยธรรมธาตุ" ในอวตังสกสูตรมีพระพุทธพจน์ตรัสว่า "น่าอัศจรรย์หนอ ! สรรพสัตว์ทั้งหลาย ไฉนจึงบริบูรณ์ด้วยฌานปัญญาแห่งพระตถาคต เต็มเปี่ยมอยู่แล้วในตัวของเขาเอง" นอกจากนี้ คณาจารย์พระเถระเฉิงกวน แห่งนิกายนี้ยังกล่าวว่า "มหึมาจริงหนอ ! สัตยธาตุนี้ เป็นสมุฏฐานแห่งสิ่งทั้งปวง"[12]

หากจะสรุป คำสอนอันเป็นเอกลักษณ์ของนิกายนี้คือ ทุกสรรพสิ่งล้วนแต่มีพุทธภาวะ นับแต่ปรมาณูจนถึงสากลจักรวาล โดยมีวาทะว่า "เอกะคือสรรพสิ่ง สรรพสิ่งคือเอกะ" นี่คือคำสอนอย่างรวบรับที่สุดของนิกายนี้ ดังปรากฏในพุทธาวตํสกะสูตร ความว่า

"ในทุกอณูฝุ่นผงของสากลโลก

ปรากฏสรรพโลกและสรรพุทธะ

ณ ปลายหนึ่งเกศาพระพุทธองค์

ปรากฏพุทธเกษตรแดนทิพย์มิถ้วน

ในพุทธเกษตรแดนทิพย์มิถ้วน

อยู่ ณ ปลายหนึ่งเกศาพระพุทธองค์" [13]

การแบ่งหลักคำสอน[แก้]

นิกายนี้แบ่งระยะกาลแห่งพระธรรมเทศนาของพระพุทธองค์ออกเป็น 3 กาล เรียกว่า "ตรีการศาสน์" ได้แก่

  1. ปฐมกาล ทรงแสดงอวตังสกสูตร เปรียบด้วยพระอาทิตย์ในอรุณสมัยเริ่มแรกขึ้ต้องยอดเขาหลวง
  2. มัธยมกาล ทรงแสดงพระธรรมเป็นประโยชน์แก่บุคคลทั่วไปอุปมาดั่งแสงสุริยะในเวลาเที่ยง
  3. ปัจฉิมกาล ทรงแสดงธรรม ในการสรุปหลักธรรมในยานทั้งสามเป็นยานเดียว อุปมาดังพระอาทิตย์อัสดง ย่อมส่องแสงสู่ยอดเขาอีกวาระหนึ่ง

[14]

คัมภีร์สำคัญ[แก้]

  • พุทธาวตังสกมหาไพบูลย์สูตร (大方廣佛華嚴經) หรืออวตังสกสูตร พระสูตรนี้มีขนาดยาวมาก และมีความซับซ้อนลึกซึ้ง มีจำนวนถึง 80 ผูก ได้รับการแปลเป็นภาศสอังกฤษครบถ้วนแล้ว
  • ทศภูมิศาสตร์ (十地論) หรือ ทศภูมิกภาสยะ ของท่านวสุพันธุ เป็นอรรถกถาทศภูมิปริวรรตในอวตังสกสูตร ท่านโพธิรุจิแปล อนึ่ง นอกจากนี้ยังมีนิพนธ์ต่างๆเรื่องของคณาจารย์จีนสำนักนี้อีกมากมายหลายเรื่อง [15]

อ้างอิง[แก้]

  1. เสถียร โพธินันทะ. ปรัชญามหายาน. กรุงเทพฯ. มหามกุฏราชวิทยาลัย.
  2. เสถียร โพธินันทะ. ปรัชญามหายาน. กรุงเทพฯ. มหามกุฏราชวิทยาลัย.
  3. William Edward Soothill. (1934). A Dictionary of Chinese Buddhist Terms. Oxford.
  4. Cook, Francis H (1977), Hua-Yen Buddhism: The Jewel Net of Indra, Penn State Press,
  5. Hamar, Imre, ed. (2007), Reflecting Mirrors: Perspectives on Huayan Buddhism. Wiesbaden: Harrassowitz Verlag
  6. William Edward Soothill. (1934). A Dictionary of Chinese Buddhist Terms. Oxford.
  7. William Edward Soothill. (1934). A Dictionary of Chinese Buddhist Terms. Oxford.
  8. William Edward Soothill. (1934). A Dictionary of Chinese Buddhist Terms. Oxford.
  9. William Edward Soothill. (1934). A Dictionary of Chinese Buddhist Terms. Oxford.
  10. William Edward Soothill. (1934). A Dictionary of Chinese Buddhist Terms. Oxford.
  11. William Edward Soothill. (1934). A Dictionary of Chinese Buddhist Terms. Oxford.
  12. เสถียร โพธินันทะ. ปรัชญามหายาน. กรุงเทพฯ. มหามกุฏราชวิทยาลัย.
  13. Dumoulin, Heinrich (2005-A), Zen Buddhism: A History. Volume 1: India and China, World Wisdom Books,
  14. เสถียร โพธินันทะ. ปรัชญามหายาน. กรุงเทพฯ. มหามกุฏราชวิทยาลัย.
  15. เสถียร โพธินันทะ. ปรัชญามหายาน. กรุงเทพฯ. มหามกุฏราชวิทยาลัย.

บรรณานุกรม[แก้]

  • เสถียร โพธินันทะ. ปรัชญามหายาน. กรุงเทพฯ. มหามกุฏราชวิทยาลัย.
  • Cook, Francis H (1977), Hua-Yen Buddhism: The Jewel Net of Indra, Penn State Press,
  • Hamar, Imre, ed. (2007), Reflecting Mirrors: Perspectives on Huayan Buddhism. Wiesbaden: Harrassowitz Verlag
  • William Edward Soothill. (1934). A Dictionary of Chinese Buddhist Terms. Oxford.
  • Dumoulin, Heinrich (2005-A), Zen Buddhism: A History. Volume 1: India and China, World Wisdom Books,