หวัง หมิงเต้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หวัง หมิงเต้า
WangMingdao.jpg
เกิด 25 กรกฎาคม ค.ศ. 1900
ปักกิ่ง, ประเทศจีน
เสียชีวิต 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1991
เซี่ยงไฮ้, ประเทศจีน

หวังหมิงเต๋า (จีน: 王明道; พินอิน: Wáng Míngdào; เวด-ไจลส์: Wang4 Ming2-Tao4) เป็นศิษยาภิบาลและผู้ประกาศข่าวประเสริฐชาวจีนในศตวรรษที่ 20 ที่ถูกรัฐบาลจีนข่มเหงเนื่องจากเขาเชื่อคริสต์ศาสนา

ประวัติโดยย่อ[แก้]

อาจารย์หวัง หมิงเต้า เดิมทีท่านมีชื่อว่า “ตี้ซื่อ” พออายุ 9 ขวบแม่ของท่านก็ส่งท่านไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนประถม แอล. เอ็ม. เอส. ขุ่ยเวง พร้อมกับชื่อใหม่ว่า หยุงเฉง อาจารย์หวังเกิดมาในครอบครัวคริสต์ศาสนิกชน ในวันที่ 25 กรกฎาคม 1900 แม่ของท่านได้ให้กำเนิดบุตรสี่คนแล้ว ก่อนที่จะให้กำเนิดอาจารย์หวังมา เพียงแต่มีลูกสาวคนเดียวเท่านั้นที่รอดมาได้

ชีวิตในวัยเด็ก[แก้]

ชาวบ้านที่อยู่ในระแวกเดียวกันเรียกว่า “ตี้” หรือ “เหล็ก” ชาวบ้านบางคนก็เรียกว่า “ไอ้เหล็ก, ลูกชายเหล็ก” เพราะว่าในวัยเด็กนั้นท่านเป็นเด็กที่แข็งแรงมีชีวิตชีวา ช่วยหาเลี้ยงครอบครัวตั้งแต่เด็ก โดยทุกเช้าก่อนที่ท่านจะไปโรงเรียนนั้น ท่านจะหิ้วตะกร้าออกไปเก็บถ่านหินและกากถ่านหินออกจากกองขยะของบ้านคนรวยที่อยู่ในระแวกใกล้เคียง ดีที่ครอบครัวอาจารย์หวังมีเพื่อนบ้านเป็นคริสเตียน และด้วยความอยากรู้อยากเห็นของอาจารย์หวัง เป็นเหตุให้อาจารย์หวังอยากอ่านคัมภีร์ไบเบิลและหนังสือเพลงที่มีอยู่ตามบ้านเพื่อนบ้าน การได้อ่านพระคัมภีร์นี้เองที่กระตุ้นให้อาจารย์หวังเกิดคำถามต่างในใจและเป็นความสงสัยว่า “มนุษย์มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร” และ “เมื่อมนุษย์ตายแล้วจะไปไหน” เมื่ออาจารย์หวังไปคุยกับลุงที่นับถือศาสนาพุทธ ถูกผู้เป็นลุงแนะนำให้บวชเป็นพระอยู่ในวัด

พออาจารย์หวังอายุ 9 ขวบ แม่ของท่านก็ได้ส่งท่านไปเรียนในโรงเรียนแห่งใหม่ โดยใช้ชื่อใหม่ว่า หยุงเฉง ซึ่งมีความหมายว่า อุดมสมบูรณ์ไม่มีสิ้นสุด การย้ายมาอยู่ที่นี่เป็นโอกาสที่ทำให้อาจารย์หวังได้หลุดพ้นจากสภาพความเสื่อมโทรมแถวบ้าน ตั้งแต่เด็กแล้วอาจารย์หวังเป็นเด็กฉลาดพร้อมกับตั้งใจเรียน และนี่จึงเป็นเหตุทำให้ท่านมีความโดดเด่นในด้านการเรียน อีกทั้งยังสอบได้ที่หนึ่งในชั้นตลอดด้วย อุปนิสัยที่เด่นชัดของอาจารย์หวัง อาจารย์หวังได้เขียนถึงชีวิตวัยเด็กของท่านว่า “ในตัวผมมีสัญชาตญาณอยู่สองอย่างคือ ถ้าผมเห็นว่าเปลี่ยนอะไรไม่ได้ ก็จะไม่มีวันที่ผมจะยอมให้มันเปลี่ยน แต่ถ้าผมเห็นว่าสิ่งนั้นเปลี่ยนได้ ผมก็ต้องเปลี่ยนชนิดถอนรากถอนโคนเลย และเพราะเหตุนี้เองที่ทำให้หลายคนเป็นห่วงเกี่ยวกับตัวผมตั้งแต่ผมเป็นวัยรุ่นและผมเองก็ต้องเจอกับปัญหาบ่อย ๆ เพราะเป็นคนแบบนี้”

ชีวิตช่วงกลับใจ[แก้]

อาจารย์หวังได้กลับใจมาเชื่อพระเจ้าในปี 1914 ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ผ่านรุ่นพี่คนหนึ่งที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อรุ่นน้อง รุ่นพี่คนนี้เองที่ได้สอนให้อาจารย์หวังอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ และท้าทายให้บันทึกการเติบโตฝ่ายวิญญาณของท่านเอง ท่านได้บันทึกการกลับใจไว้ในไดอารี่ของท่านว่า “จากวันที่ผมได้รับเชื่อ ผมมีเป้าหมายในชีวิตและร้อนรนที่จะทำอะไรใหม่ๆ แต่กระนั้นก็ยังมีสงครามในใจผมตลอดเวลา เป็นสงครามระหว่างความดีกับความชั่ว ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวดในชีวิตของผม” ท่านได้รับการท้าทายที่จะดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องตามหลักพระคัมภีร์ตลอดชีวิตของท่าน ผ่านหนังสือที่เพื่อนคนหนึ่งได้เอาให้กับท่าน ซึ่งเป็นหนังสือที่เน้นเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของคริสเตียน ท่านได้บันทึกไว้อย่างนี้ว่า “ทุกครั้งที่ผมพลาดพลั้งในการพูดหรือการกระทำ ผมมักรู้สึกสียใจและตำหนิตัวเองในใจ ร้องไห้กับความบาปที่ผมนำมาสารภาพต่อพระเจ้า” ขณะที่อาจารย์หวังยังเรียนอยู่แค่มัธยมสองนั้น รุ่นพี่ที่เป็นกำลังฝ่ายวิญญาณก็จบออกไป ทิ้งให้อาจารย์หวังเป็นพยานผู้สัตย์ซื่อเพียงลำพัง อาจารย์หวังทั้งถูกแกล้ง ทั้งถูกล้อจากเพื่อนๆ เมื่ออายุได้ 15 ปี ท่านจึงตัดสินใจว่าอยากจะเป็นนักการเมืองโดยมีอับราฮัม ลินคอล์นเป็นวีรบุรุษในดวงใจ ท่านจึ้งได้ทุ่มเทในการเรียนและกระตือรือร้นในการรับใช้พระเจ้าด้วย ทำให้ท่านเกิดความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นนักเทศน์ ท่านต้องต่อสู้กับความในใจนานถึง 4 ปี

ช่วงชีวิตแห่งการตัดสินใจ[แก้]

เมื่อท่านมีความตั้งใจที่อยากจะเป็นนักการเมืองแต่ในเวลาเดียวกันก็ใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นนักเทศน์ด้วย ในปี 1920 จึงถือเป็นปีแห่งการสิ้นสุดความขัดแย้งในใจของท่าน เพราะท่านได้ตัดสินใจที่จะถวายตัวของท่านรับใช้พระเจ้า และตั้งชื่อให้ตัวเองใหม่อีกครั้งว่า “หมิงเต้า” ซึ่งแปลว่า “พยานสู่ความจริง” วันที่ 21 พฤศจิกายน เป็นวันสำคัญอีกวันของท่าน เพราะเป็นวันที่ท่านได้สำรวจใจตัวเอง เขียนรายการออกมาเป็นข้อ ๆ เพื่อจะสารภาพต่อพระเจ้า ทำให้ท่านมั่นใจว่าท่านได้รับการอภัยบาปจากพระเจ้าอย่างเต็มร้อยเป็นครั้งแรกในชีวิต

ช่วงชีวิตแห่งการรับใช้ที่เติบโต[แก้]

ในปี ค.ศ. 1921 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนได้เข้าปกครองประเทศ ศาสนาต่าง ๆ กลายเป็นเป้าของการถูกโจมตี อาจารย์หวังเริ่มมีชื่อเสียงว่าเป็นคนกล้าบ้าบิ่น กล้าพูด กล้าวิจารณ์ เป็นคนตรงไปตรงมา และนี่จึงกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของท่านไป พระเจ้าทรงเรียกอาจารย์หวังและได้รับของประทานจากพระวิญญาณ ความสามารถที่จะให้ท่านเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ตั้งแต่ท่านมีอายุเพียง 22 ปี อาจารย์หวังรับใช้พระเจ้าในการเทศนาเพื่อท้าทายให้คริสเตียนเป็นคริสเตียนแท้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คริสเตียนข้าวสาร อาจารย์หวังไม่เห็นด้วยกับการกระทำของมิชชันนารี ต่อมาในวันที่ 4 มีนาคม 1924 ท่านได้มีโอกาสร่วมงานกับมิชชันนารีและท่านได้บันทึกไว้ในเวลาต่อมาว่า “พวกมิชชันนารีส่วนใหญ่ไม่สมควรที่จะได้ชื่อว่าเป็นผู้รับใช้พระเป็นเจ้า ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมรู้ถึงความไม่สัตย์ซื่อ ความหยิ่งยโส ความยากจนและความน่าเวทนาของคริสตจักรในเมืองจีนมมากขึ้น นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ผมกระตือรือร้นในงานรับใช้พระเจ้ามากขึ้น” ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับมิชชันนารีนั้นเป็นแรงกระตุ้นให้ท่านอยากศึกษาพระคัมภีร์อย่างเจาะลึก ท่านกล่าวว่า “ผมยอมรับทุกสิ่งที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ ผมเชื่อความจริงทุกอย่างที่อยู่ในพระคัมภีร์และผมจะไม่ยอมรับเหตุผลที่ไม่อาจค้นหาได้ในพระคัมภีร์”

ช่วงชีวิตของการแต่งงานและคริสตจักรใหม่[แก้]

ในปี ค.ศ. 1924 เป็นการรวมกลุ่มครั้งแรกในเดือนตุลาคม หลังจากที่ท่านได้ตัดสินใจสอนพระคัมภีร์ในบ้านของท่านแถวถนนกันยูหูตุง อาจารย์หวังได้ถูกรับเชิญจากคริสตจักรแถวนั้นเพื่อให้ไปเทศนาตามคริสตจักร ตลอดเวลาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1925 ท่านได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนประเทศจีนมาแล้วถึง 24 มณฑลจาก 28 มณฑล อาจารย์หวังได้แต่งงานในปี ค.ศ. 1928 มีบุตรในอีกสองปีถัดมา และในวันที่ 1 สิ่งหาคม ปี 1937 ก็ได้ทำพิธีถวายคริสตจักรอาคารหลังใหม่ ในปี 1941 เป็นปีที่เกิดสงครามระหว่างจีนกับญี่ปุ่น และญี่ปุ่นเป็นฝ่ายชนะในครั้งนี้ ทำให้คริสตจักรต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลญี่ปุ่น แต่เพราะอาจารย์หวังยืนหยัดไม่ยอมอยู่ใต้คำสั่งญี่ปุ่น สุดท้ายทางรัฐบาลญี่ปุ่นก็ยอมอ่อนข้อให้ท่านให้ท่านเทศนาต่อไปได้ และในปี ค.ศ.1950 ท่านก็ได้พิมพ์หนังสือที่บันทึกเกี่ยวกับความสัตย์ซื่อของท่านในการติดตามพระเจ้าอย่างสัตย์ซื่อออกมา แต่ในปี 1954 เป็นปีที่อาจารย์หวังถูกจับในข้อหาต่อต้านรัฐบาล ถูกจำคุกอยู่ 15 ปีจึงเป็นอิสระ อาจารย์หวังสติขาดจากการถูกกดดันซักฟอก ท่านจึงยอมลงนามรับผิดในเอกสาร แต่เมื่อสติกลับคืนมาอีกครั้งอาจารย์หวังก็ชี้แจงให้รัฐบาลคอมมิวนิสต์ว่าคำสารภาพผิดนั้นเป็นเพราะท่านถูกบังคับ ไม่ใช่เพราะความสมัครใจ นั่นจึงเป็นเหตุให้ท่านถูกจำคุกอีกครั้ง ครั้งนี้ท่านถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิตของท่าน จนกระทั่งในปี 1980 อาจารย์หวังมีอายุ 80 ปี ท่านจึงถูกปล่อยเป็นอิสระอีกครั้ง

ผลงาน[แก้]

ท่านได้เริ่มต้นงานเขียนของท่านในปี ค.ศ. 1926 และ 1927 หนังสือเล่มแรกที่พิมพ์ออกมาชื่อเรื่องว่า A Most Important Matter (เรื่องสำคัญที่สุด), A Cry amid the Evil Word (เสียงร้องท่ามกลางโลกที่ชั่วร้าย), Christians and Idols (คริสเตียนกับรูปเคารพ), Who is Jesus? (พระเยซูคือใคร?), The Cross of Christ (ไม้กางเขนของพระคริสต์), และในปี 1927 ท่านได้ออกวารสารชื่อ Spiritual Food Quarterly (อาหารฝ่ายจิตวิญญาณ) ออกทุก ๆ สามเดือนนานถึง 25ปี

ช่วงชีวิตสุดท้าย[แก้]

อาจารย์หวังได้จากโลกนี้ไปในวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 1991 เวลาเก้าโมงเช้า มีคนให้คำสรรเสริญกับท่านว่า กล้าอย่างดานิเอล กล้ายืนเด่นผู้เดียว กล้ายึดมั่นในความสัจจา กล้าอย่างดานิเอล

อ้างอิง[แก้]

  • เลสลี ไลอัลล์ "สองวีรบุรุษแห่งจีนแผ่นดินใหญ่" พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพมหานคร: กนกบรรณสาร, 2001.
  • http://www.christianthai.net/Author.htm