หย่งฉี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หย่งฉี
หรงฉุนชินอ๋อง
ดำรงตำแหน่ง ค.ศ.1765-1766
พระนามเต็ม
อ้ายซินเจวี๋ยหลัว หย่งฉี (愛新覺羅 永琪)
ราชวงศ์ ชิง
พระบิดา จักรพรรดิเฉียนหลง
พระมารดา พระมเหสีเอกหยู
ประสูติ ค.ศ.1741
สวรรคต ค.ศ.1766 (25 พรรษา)

องค์ชายหย่งฉี (永琪) เป็นองค์ชายแห่งจักรวรรดิต้าชิง เป็นพระราชโอรสลำดับที่ห้าของสมเด็จพระจักรพรรดิเฉียนหลง ที่ประสูติกับพระมเหสีเอกหยู (愉貴妃) องค์ชายหย่งฉีเป็นคนรอบคอบและขยันหมั่นเพียรตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ในบรรดาองค์ชายทั้งหมด ทรงเป็นท่านแรกที่ไปถึงสถานที่เรียนเสมอ ทรงสนิทสนมกับองค์ชายหย่งเหยียน พระอนุชาต่างพระราชมารดา ทรงปรีชาสามารถในการตรัสภาษาแมนจูเรียและภาษามองโกลอย่างคล่องแคล่ว และยังทรงรอบรู้ด้านดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการคำนวณปฏิทินจันทรคติ ทรงมีผลงานคือหนังสือเรื่อง เจียวถ่ง เถิงเกา (蕉桐幐稿) องค์ชายหย่งฉี ยังทรงปรีชาสามารถในด้านการแต่งบทกวี และประดิษฐ์ตัวอักษร และอีกทั้งยังทรงมีฝีพระหัตถ์ในด้านการขี่ม้าและยิงธนู จากพรสวรรค์เหล่านี้ทำให้พระองค์ทรงเป็นที่สนิทเสน่หาของสมเด็จพระราชบิดายิ่งนัก ในค.ศ.1763 เกิดไฟไหม้ในพระราชวังฤดูร้อนเก่า และองค์ชายหย่งฉีได้ทรงแบกสมเด็จพระราชบิดาไว้บนหลังและพาไปที่ปลอดภัย สองปีต่อมาสมเด็จพระจักรพรรดิเฉียนหลงได้ทรงสถาปนาพระองค์ขึ้นเป็น “องค์ชายหรงที่หนึ่ง” (榮親王) และเป็นพระราชโอรสองค์แรกที่ได้รับพระนามอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ตัวอักษรคำว่า “หรง” (榮) นั้นหมายถึง “บารมี” หรือ “เกียรติ” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสมเด็จพระจักรพรรดิเฉียนหลง ทรงตั้งความหวังไว้สูงมากกับพระราชโอรสองค์นี้

สิ้นพระชนม์[แก้]

องค์ชายหย่งฉี สิ้นพระชนม์ใน ค.ศ.1766 หลังจากทรงทุกข์ทนทรมานจากโรค "วัณโรคกระดูก" เป็นเวลาหลายเดือน (ทรงเริ่มประชวรตั้งแต่ได้รับพระนามเป็นองค์ชายหรงที่หนึ่ง) ทรงได้รับพระนามหลังสิ้นพระชนม์ว่า “ชุน” (純) อันหมายถึง “บริสุทธิ์” พระนามเต็มหลังสิ้นพระชนม์คือ “องค์ชายหรงชุนที่หนึ่ง” (榮純親王)

พระสุสาน[แก้]

องค์ชายหย่งฉี มีพระสุสานอยู่ใกล้กับ “องค์ชายหย่งหวง” (永璜) พระราชโอรสองค์โตของสมเด็จพระจักรพรรดิเฉียนหลงที่สิ้นพระชนม์ในวัยเพียง 22 พรรษา พระสุสานในบางครั้งถูกเรียกว่า “พระสุสานรัชทายาท” ตั้งอยู่ในตอนเหนือของกรุงปักกิ่งไปทางทิศตะวันออก อยู่ใกล้กับ อาคารบูเหลาถุน ในปี ค.ศ.1958 ที่ของพระสุสานถูกทำลายเพื่อทำการก่อสร้าง โครงกระดูกถูกเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวังและถูกนำไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์

การถูกสนับสนุน[แก้]

พระราชมารดาขององค์ชายหย่งฉี ไม่ได้เป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีแต่เป็นเพียงพระมเหสีเอก แต่องค์ชายหย่งฉี กลับได้ถูกสถาปนาขึ้นเป็นองค์ชายหรงที่หนึ่ง และมีสัญญาณว่าสมเด็จพระจักรพรรดิเฉียนหลงได้ทรงมีการพิจารณาให้องค์ชายหย่งฉีเป็นรัชทายาท แทนที่องค์ชายหย่งเหลียน และ องค์ชายหย่งชง ที่ประสูติกับสมเด็จพระจักรพรรดินี เช่นนี้ก็เป็นที่เชื่อและมั่นใจได้ว่าสมเด็จพระจักรพรรดิเฉียนหลง ได้ทรงสนับสนุน ส่งเสริม และหมายมั่นที่จะให้พระราชโอรสองค์นี้สืบราชบัลลังก์ต่อจากพระองค์ องค์ชายหย่งฉี เป็นองค์ชายที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาพระราชโอรสของสมเด็จพระจักรพรรดิเฉียนหลง และทรงเลือกที่จะประสบความสำเร็จเหมือนกับสมเด็จพระราชบิดา แต่มันก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ทรงสิ้นพระชนม์เพียง 25 พรรษา ใน ค.ศ.1793 เมื่อสมเด็จพระจักรพรรดิเฉียนหลงได้พบกับทูตอังกฤษชื่อ จอร์จ มาคาร์ทนีย์ ทูตคนนี้ก็พูดยกย่องและชื่นชอบในตัวองค์ชายหย่งฉีเป็นอันมาก

พระบรมวงศานุวงศ์[แก้]

  • พระราชบิดา: จักรพรรดิเฉียนหลง
  • พระราชมารดา: พระมเหสีเอกหยู จากสกุลเคอลี่เย่เท่อ
  • พระชายา
    • พระชายา จากสกุลซีหลินเจี๋ยหลัว
    • พระชายา จากสกุลซั่วชั่วหลัว
    • พระชายา จากสกุลหู
  • พระราชโอรส
    • องค์ชาย(ไม่ปรากฏพระนาม)
    • องค์ชาย(ไม่ปรากฏพระนาม)
    • องค์ชาย(ไม่ปรากฏพระนาม)
    • องค์ชาย(ไม่ปรากฏพระนาม)
    • องค์ชายเหมียนอี้ (绵亿,1764-1815) หรงเค่อจุ้นอ๋อง(榮恪郡王,1784-1815)
    • องค์ชาย(ไม่ปรากฏพระนาม)
  • พระราชธิดา
    • องค์หญิงกู้ซานเก๋อเก๋อ