หน่วยความยาวไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

หน่วยความยาวของไทย เป็นหลักในการวัดความยาวต่าง ๆ ในประเทศไทย ซึ่งมีการวัดความยาวมาแต่สมัยก่อน ปัจจุบัน ประเทศไทย นิยมใช้ หน่วยเอสไอ เป็นมาตรฐาน

หน่วยของไทยในประวัติศาสตร์และวรรณคดี[แก้]

หน่วยของไทยมีปรากฏทั้งในประวัติศาสตร์และวรรณคดีดังนี้

พระราชพิธีสิบสองเดือน[แก้]

พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[1] มีข้อความต่อไปนี้อยู่ “เสาโคมชัยใช้ไม้ยาว 11 วา” (พระราชพิธีจองเปรียง) “เกยสูง 4 ศอก ไม้ยาว 4 ศอก” (พิธีกะติเกยา) “ศิวลึงค์ตั้งอยู่บนฐานที่เรียกว่าโยนิ สูงตั้งแต่ 5 นิ้ว 6 นิ้ว ขึ้นไปจน 2 ศอก เศษ 2 ศอก” (พิธีศิวาราตรี) “ใช้ผ้าลายหกคืบผืน 1 ห้าคืบผืน 1 สี่คืบผืน 1” (พระราชพิธีพืชมงคลและจรดพระนังคัล) จะเห็นว่า หน่วยในหน่วยของไทยมี วา ศอก นิ้ว คืบ

หนังสือ มังรายศาสตร์[แก้]

แปลโดย ดร.ประเสริฐ ณ นคร [2] มีข้อความเช่น “คนจะหลีกช้าง หลีกให้ไกล 30 วา 20 วา ผิช้างดุ ให้หลีกให้ไกล 110 วา 50 วา ผิหลีกม้าให้ไกล 1 วา 2 วา ผิงัวควายดุให้หลีกให้ไกล 3 วา 4 วา 5 วา 6 วา” มีหน่วยวัดเป็น วา

โคลงโลกนิติ[แก้]

มีหน่วยวัดหลายที่ เช่น “ช้างสารหกศอกไซร้ เสียงา” “ขุนเขาสูงร้อยโยชน์ คณนา” “ภุมราอยู่ไกลสถาน นับโยชน์ ก็ดี” เป็นต้น มีหน่วย ศอก โยชน์ [3]

พจนานุกรมศัพท์วรรณคดีไทยสมัยสุโขทัย ไตรภูมิกถา[แก้]

มีหน่วยวัดเช่น “ต้นกัลปพฤกษ์นั้นโดยสูงได้ 10 วา 2 ศอก โดยกว้างได้ 10 วา” “ชั้นฟ้าอันชื่อว่าดุสิดานั้นขึ้นไปเบื้องบนได้ 2,688,000,000 วา ผิแลจะคลนาด้วยโยชน์ได้ 336,000 โยชน์ จนถึงชั้นฟ้าอันชื่อว่านิมมานรดีนั้น” มีหน่วย วา ศอก โยชน์[4]

พงศาวดารโยนก[แก้]

มีข้อความ “สร้างพระมหาสถูป ณ เมืองเชียงแสน ซึ่งเรียกว่าวัดต้นแก้ว ก่อฐานพระเจดีย์กว้าง 15 วา สูง 1 เส้น 5 วา” “พระยาเมงรายได้ฟังคำอธิบายของสมเด็จพระร่วงเจ้าดังนั้น จึงตรัสว่า ข้าแต่สหายเจ้าทั้งสอง ผิดังนั้นเราจะตั้งล่วงแป (ด้านยาว) 1000 วา ล่วงขื่อ (ด้านสกัด) 400 วา เถิด” เป็นต้น มีหน่วย วา เส้น[5]

ดังนั้นตามที่เราทราบกัน หน่วยวัดของไทยที่ใช้กันมาแต่เดิมก็มี ศอก วา คืบ นิ้ว โยชน์ เส้นความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยเหล่านี้ก็คือ 12 นิ้วเป็น 1 คืบ, 2 คืบเป็น 1 ศอก, 4 ศอกเป็น 1 วา, 20 วาเป็น 1 เส้น, และ 400 เส้นเป็น 1 โยชน์

หน่วยของไทยกับต่างประเทศ[แก้]

นิ้วของไทยก็ไม่ใช่เท่ากับ นิ้วของฝรั่งที่บอกว่าเป็นความยาวของข้าวบาเลย์ 3 เมล็ดเรียงกัน และก็ไม่ได้เท่ากับ นิ้วมาตรฐานในหน่วยอังกฤษปัจจุบัน แต่นิ้วของไทยนั้นใช้ความยาวเท่ากับ ข้อปลายของนิ้วกลาง [6] ซึ่งนิ้วของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอยู่แล้ว ดังนั้นจะเอามาตรฐานแบบความยาวทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันไม่ได้ เรื่องความยาวนิ้วที่สัมพันธ์กับเมล็ดข้าวหรือเม็ดข้าวนั้น ใน “สารานุกรมพระพุทธศาสนา” ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส [7] ก็มีกล่าวถึงเหมือนกัน ว่า 7 เม็ดข้าวเป็น 1 นิ้ว และมีข้อความระบุไว้ว่า “ได้เอาข้าวเหนียวทั้งเปลือกเรียงเทียบนิ้ว ข้าวเหนียวดำโตไป เพียง 6 เมล็ดก็ได้นิ้วหนึ่ง ข้าวเหนียวขาว 7 เมล็ดพอดี แต่เศษของนิ้วแบ่ง 8 สะดวกกว่า” เขียนถึงตรงนี้ ก็นึกถึงว่าที่ไม้บรรทัด สเกลเป็นนิ้วก็มีแบ่งเป็น 8 ส่วนด้วย นอกเหนือจากที่มีแบ่งเป็น 10 ส่วนแล้ว และของไทยเราก็มีการใช้ขนาดที่เรียกว่า หุน ซึ่ง 8 หุนเท่ากับ 1 นิ้ว ถ้าพูดว่าท่อน้ำขนาด 4 หุนก็คือท่อขนาดครึ่งนิ้วนั่นเอง หน่วยหุนนี่เข้าใจว่ามาจากหน่วยของจีน

คำที่ตรงกับคำว่านิ้วมีอยู่คำหนึ่งคือ องคุลี (คงทำให้เรานึกถึงองคุลีมาล ซึ่งฆ่าคนเอานิ้วมาร้อยเป็นสร้อยคอแขวนไว้) ในนิราศภูเขาทอง ของสุนทรภู่ [8] ก็มีบทที่เกี่ยวกับขนาดความยาวเป็นองคุลีหรือนิ้วอยู่ คือ บทที่ว่า

งิ้วนรกสิบหกองคุลีแหลม ดังขวากแซมเสี้ยมแซกแตกไสว
ใครทำชู้คู่ท่านครั้นบรรลัย ก็ต้องไปปีนต้นน่าขนพอง”

แสดงว่าหนามงิ้วนั้นยาวมาก ยาว 16 นิ้ว และคงอยู่ติด ๆ กัน เพราะถ้าอยู่ห่าง ๆ กัน คนที่ตกนรกโดนปีนต้นงิ้วคงเหยียบปีนได้สบาย

คำกล่าวของไทยอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับขนาดก็มีว่า ร่างกายของคนเรานั้น กว้างศอก ยาววา หนาคืบ ดังนั้นถ้าร่างกายของใครที่กว้างเกินศอก หนาเกินคืบของคนนั้น ก็เห็นจะต้องไปพิจารณาลดขนาดลงบ้างก็ดี

หน่วยขนาดยาวมากของไทย[แก้]

สำหรับหน่วยที่ยาวเกินวาของไทยเราที่มีคำ เส้น กับ โยชน์ นั้น คำว่าโยชน์นี้ที่เป็นขนาดความยาวที่มาก ๆ ของไทย เลยถูกนำไปใช้เวลาแปลชื่อเรื่อง 20,000 leagues under the sea ของจูลส์ เวิร์น ตามที่กล่าวมาแล้ว ของไทยโบราณที่ใช้กันก็คงมีแค่ เส้น กับ โยชน์ แต่ในหนังสือ สารานุกรมพระพุทธศาสนา ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส [7] ยังกล่าวถึงหน่วยอื่นอีก คือ

25 วาเป็น 1 อสุภะ 80 อสุภะ เป็น 1 คาวุต 4 คาวุต เป็น 1 โยชน์

และ 4 ศอกเป็น 1 ธนู 500 ธนูเป็น 1 โกสะ 4 โกสะเป็น 1 คาวุต 4 คาวุตเป็น 1 โยชน์

หน่วยขนาดที่เล็กของไทย[แก้]

แล้วขนาดที่เล็กกว่า นิ้ว มีอะไรบ้าง บางคนอาจเคยท่องได้ว่า 4 กระเบียด เป็น 1 นิ้ว แสดงว่ามีขนาดที่เรียกว่า กระเบียด อีกคำ บางแห่งมีคำ อนุกระเบียด อีก คือ 2 อนุกระเบียดเป็น 1 กระเบียด

ไม่มีหน่วยที่เล็กกว่านี้อีกแล้วของไทย มีแต่คำเล็ก ๆ ที่ไม่ใช่หน่วย เช่น ธุลี (ละออง, ฝุ่น) อนุภาค(ชิ้นหรือส่วนขนาดเล็กมาก, ในทางวิทยาศาสตร์มักใช้เรียกส่วนที่มีขนาดเล็กกว่าอะตอม เช่น อนุภาคแอลฟา อนุภาคบีตา ภาษาอังกฤษใช้ว่า particle) อณู (ส่วนของสารที่ประกอบด้วยปรมาณู) และมีคำ ปรมาณู ซึ่งตรงนี้มีความสัมพันธ์ที่น่าสนใจแต่ไม่ทราบที่มาว่า 36 ปรมาณู เป็น 1 อณู [6]ใครทราบกรุณาให้ความรู้ด้วย จะขอบพระคุณยิ่ง

และมีหน่วยระยะห่างที่ใกล้กันมาก ๆ คือ ห่างกันแค่เส้นยาแดงผ่าแปด ซึ่งในพจนานุกรมบอกว่าเป็นภาษาพูด หมายถึงห่างกันนิดเดียว ซึ่งคำว่า ยาแดง ในที่นี้ คงหมายถึงยาสูบชนิดหนึ่งของจีน เส้นแดง ซึ่งเป็นเส้นขนาดเล็ก ๆ อยู่แล้ว เอามาผ่าแปดส่วนอีก ขนาดก็ยิ่งเล็กลงไป บางทีก็ใช้คำว่า เส้นผมผ่าแปด

อ้างอิง[แก้]

  1. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, “พระราชพิธีสิบสองเดือน”, พิมพ์ครั้งที่ 18, สำนักพิมพ์บรรณาคาร, พ.ศ. 2542
  2. ประเสริฐ ณ นคร, “มังรายศาสตร์”, โรงพิมพ์พระจันทร์, พ.ศ. 2516
  3. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร, “โคลงโลกนิติ”, พิมพ์ครั้งที่ 10, บริษัทเรือนปัญญา จำกัด, พ.ศ. 2545
  4. ราชบัณฑิตสถาน, “พจนานุกรมศัพท์วรรณคดีไทยสมัยสุโขทัย ไตรภูมิกถา”, ราชบัณฑิตสถาน, พ.ศ. 2544
  5. พระยาประชากิจกรจักร์ (แช่ม บุนนาค) , “พงศาวดารโยนก”, พิมพ์ครั้งที่ 7, สำนักพิมพ์คลังวิทยา, พ.ศ. 2516
  6. 6.0 6.1 ราชบัณฑิตสถาน, “พจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2542” , นานมีบุ๊คส์พับลิเคชันส์, พ.ศ. 2546
  7. 7.0 7.1 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส, “สารานุกรมพระพุทธศาสนา”, พิมพ์ครั้งที่ 2, มหามกุฏราชวิทยาลัย, พ.ศ. 2539
  8. สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ, “ชีวิตและงานของสุนทรภู่”, พิมพ์ครั้งที่ 10, สำนักพิมพ์เสริมวิทย์บรรณาคาร, พ.ศ. 2518

ดูเพิ่ม[แก้]