หญ้าหนวดแมว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หญ้าหนวดแมว
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
หมวด: Magnoliophyta
ชั้น: Magnoliopsida
อันดับ: Lamiales
วงศ์: Lamiaceae
เผ่า: Ocimeae
สกุล: Orthosiphon
ชนิด: O.aristatus
ชื่อทวินาม
Orthosiphon aristatus
(Blume) Miq.

หญ้าหนวดแมว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าOrthosiphon aristatus (Blume) Miq. Bolding.ชื่อวิทยาศาสตร์พ้อง: O. grandiflorus Bold, O. stamineus Benth. อยู่ในวงศ์ Lamiaceae (Labiatae) ซึ่งเป็นพืชที่จัดอยู่ในพวกเดียวกับ กะเพราและโหระพา ชื่อสามัญ : Java Tea, Kidney tea, Cat’ s Whiskers ชื่ออื่น ๆ :พยับเมฆ (กรุงเทพฯ), อีตู่ดง (เพชรบูรณ์) บางรัก (ประจวบคีรีขันธ์)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์[แก้]

หญ้าหนวดแมว เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นสี่เหลียม มีสีน้ำตาล ใบเดี่ยวเรียงตัวแบบตรงข้ามสลับตั้งฉาก (decussate) รูปร่างใบแบบ รูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย ช่อดอกแบบกระจุก ปลายยอดคล้ายฉัตร ออกบริเวณปลายยอด และปลายกิ่ง สมบูรณ์เพศ สมมาตรด้านข้าง กลีบดอกมีสีขาว และสีม่วง เชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นรูปปากเปิด

การขยายพันธุ์[แก้]

สรรพคุณทางยา[แก้]

  • ราก : ขับปัสสาวะ
  • ต้น : แก้โรคไต ขับปัสสาวะ โรคนิ่ว โรคเยื่อจมูกอักเสบ

วิธีการใช้[แก้]

  • ยอดอ่อนนำมาหั่นตากให้แห้ง ใช้ ประมาณ 2 กรัม ชงกับน้ำเดือด 1 แก้ว
  • ต้น สด ใช้ประมาณ 90-120 กรัม แห้ง ใช้ประมาณ 40-50 กรัม ชงกับน้ำ 1 แก้ว วันละ 3 ครัง ก่อนอาหาร

ข้อควรระวัง[แก้]

  • คนที่เป็นโรคหัวใจ ไต ห้ามรับประทาน เพราะในหญ้าหนวดแมวมี โพแทสเซียมสูงมากถ้าไตไม่ปกติ จะไม่สามารถขับโพแทสเซียมออกมาได้ ทำให้เกิดโทษกับร่างกาย
  • ไม่ควรใช้การต้ม ให้ใช้การชง และควรใช้ใบอ่อน เพราะใบแก่จะมีความเข้มข้นอาจทำให้มีฤทธิ์กดหัวใจ
  • ควรใช้ใบตากแห้ง เพราะใบสดจะทำให้มีอาการคลื่นไส้และหัวใจสั่น
  • ไม่ควรใช้หญ้าหนวดแมวร่วมกับแอสไพริน เพราะสารจากหญ้าหนวดแมวจะทำให้ยาจำพวกแอสไพรินไปจับกล้ามเนื้อหัวใจมากขึ้น

สารเคมี[แก้]

  • ใบ Glycolic acid, Potassium Salt Orthosiphonoside, แทนนิน (Tannin), Flavone Organic acid และน้ำมันหอมระเหย