สเปเชียลแอร์เซอร์วิส
-
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ SAS
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
| แก้ไข สเปเชียลแอร์เซอร์วิส | |
|---|---|
| ประจำการ | พ.ศ. 2484 |
| ประเทศ | |
| รูปแบบ | หน่วยรบพิเศษ |
สเปเชียลแอร์เซอร์วิส (อังกฤษ: Special Air Service; ตัวย่อ: SAS) เป็นหน่วยรบพิเศษทางอากาศแห่งกองทัพอังกฤษ ซึ่งได้รับคำชมเชยและยกย่องเช่นเดียวกันกับ หน่วย Delta Force กับ Navy Seal ของ สหรัฐอเมริกา
SAS โด่งดังไปทั่วโลก จากเหตุการณ์บุกรวบผู้ก่อการร้ายซึ่งจับตัวประกัน ภายในสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำกรุงลอนดอน เมื่อปี ค.ศ. 1980 ได้สำเร็จ และมีอีกหลายปฏิบัติการที่ SAS ส่งสมาชิกของเข้าไปช่วยเหลือ เช่น การลักพาตัว นาย Aldo Moro ที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีของอิตาลีในเวลานั้น , ปฏิบัติการช่วยชิวิตในเหตุการณ์ยึดรถไฟอาเซน, ปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันร่วมกับ German GSG-9 บนเครื่องบินพาณิชย์ของสายการบิน ลูฟ ฮันซา เยอรมนี ซึ่งถูกสลัดอากาศ จับเป็นตัวประกัน ในกรุงโมคาดิชู เมืองหลวงของประเทศโซมาเลีย
หัวใจสำคัญที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จในแต่ละภารกิจนั้นมาจาก การใช้ระเบิด Stun Granade ที่ทำให้หมดสติและการใช้กลยุทธ์อันแยบยล
เนื่องจากชื่อเสียงและภารกิจที่ผ่านมาทำให้หน่วย SAS กลายเป็นต้นแบบของการก่อตั้งหน่วยจู่โจมพิเศษปราบปรามผู้ก่อการร้ายของแต่ละประเทศทั่วโลก
ในปัจจุบันหน่วย SAS กำลังฝึกฝนและพัฒนายุทธวิธีต่อต้านการก่อการร้ายผ่านความร่วมมืออย่างแน่นแฟ้นกับหน่วยจู่โจมพิเศษ ของประเทศตะวันตก อย่างเช่น หน่วย GSG-9 ของเยอรมนี และ Delta Force ของสหรัฐอเมริกา
โศกนาฏกรรม [แก้]
ภารกิจที่ทำพลาดของสเปเชียลแอร์เซอร์วิสก็อยู่มากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น
- ถูกลิเบียจำกุมได้ในขณะกำลังทำภารกิจ (ซึ่งเรื่องนี้ได้ให้ทูติประจำมาทำเรื่องปล่อยตัวแล้ว)
- ภารกิจจู่โจมทางน้ำ ซึ่งขณะที่หน่วย SAS กำลังออกภารกิจโดยกำลังเคลื่อนย้ายจากเรือที่อยู่ ไปยังอีกเรือนึง ซึ่งระหว่างนั้นได้มีมิสไซล์เข้าจู่โจม ทำให้หน่วยรบพิเศษ SAS เสียชีวิตทุกคน