สุจินต์ บริหารวนเขตต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สุจินต์ บริหารวนเขตต์
สุจินต์ บริหารวนเขตต์.jpg
เกิด 13 มกราคม พ.ศ. 2469
จังหวัดอุบลราชธานี
สัญชาติ ไทย
รู้จักในสถานะ ผู้เชี่ยวชาญด้านพุทธศาสนา และ ประธานกรรมการ มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา
บิดามารดา หลวงบริหารวนเขตต์(ฉัตร ชูเกียรติ)
นางเจริญ ปุณสันถาร

อาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพุทธศาสนา และ ประธานกรรมการ มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา

ประวัติ[แก้]

น.ส. สุจินต์ บริหารวนเขตต์ เกิดวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2469 ที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นบุตรีคนที่ 3 ของหลวงบริหารวนเขตต์ (ฉัตร ชูเกียรติ) และนางเจริญ (ปุณสันถาร)

อาจารย์สุจินต์เริ่มศึกษาพระอภิธรรมที่พุทธสมาคม ในปี พ.ศ. 2496 กับอาจารย์ แนบ มหานีรานนท์ อาจารย์บุญมี เมธางกูร คุณพระชาญบรรณกิจ คุณหญิงระเบียบ สุนทรลิขิต จากนั้นก็ได้ศึกษาพระธรรมจากพระไตรปิฎก และอรรถกถาตลอดมา โดยอาศัยความอนุเคราะห์ของพระเถระผู้ทรงคุณวุฒิแห่งสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นผู้แปลภาษาบาลีและให้คำแนะนำ

ผลงาน[แก้]

อาจารย์สุจินต์ได้บรรยายพระอภิธรรม ณ สถานที่ต่างๆ

ปัจจุบันอาจารย์สุจินต์ได้บรรยายพระอภิธรรมเป็นประจำที่ มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา และมีการบันทึกเทปเพื่อนำออกอากาศในรายการ “บ้านธัมมะ” ทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุในกรุงเทพและต่างจังหวัด

เกียรติประวัติ[แก้]

  • พ.ศ. 2528 ได้รับพระราชทานโล่ห์จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา
  • 30 พฤษภาคม 2545 ได้รับปริญญาศาสนศาสตรมหาบัณฑิต กิตติมศักดิ์ (พุทธศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
  • 7 มีนาคม 2550 ได้รับรางวัลสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนา เนื่องในวันสตรีสากลขององค์การสหประชาชาติ
  • 25 พฤษภาคม 2551 ได้รับปริญญาศาสนศาตรดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพุทธศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการ มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา

การโจมตีจากสำนักอื่นและการโจมตีจากคนทั่วไป[แก้]

  • แนวทางการบรรยายธรรมะของสุจินต์ มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว เธอมีกลวิธีการพูดที่เป็นเอกลักษณ์ ฉะฉาน ชัดเจน แน่นอน มั่นคงตามแนวทางของตนเอง มีนำ้เสียงเรียบนิ่ง ไพเราะ ไม่แสดงอารมณ์ มีจริตกิริยาและบุคลิกภาพที่น่าสนใจ สะกดผู้ฟัง ทำให้หลายคนตกหลุมกลวิธีการบรรยายธรรมะของเธอ มากกว่าการสนใจคำสอนทางพระพุทธศาสนา
  • มีผู้ศรัทธาคำสอนของสุจินต์จำนวนมาก ที่พยายามลอกเลียนกิริยาอาการหรือบุคลิกภาพของเธอ และลอกเลียนกลวิธีการบรรยายธรรมะของเธอ จนหลายคนสูญเสียบุคลิกภาพส่วนตัวไป ไม่ว่าจะเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดทั้งชาย หญิง หรือเพศที่ 3 จนหลายคนล้อเลียนว่า คนพวกนี้ถูกล้างสมองจากเธอเสียแล้ว ลักษณะเช่นนี้ไม่ต่างจากสาวกของนายไชยบูลย์ (พระธมฺมชโย) แห่งสำนักธรรมกายหลายคน ที่พยายามลอกเลียนกิริยาอาการของเจ้าสำนัก
  • สุจินต์เชื่อว่า น้อยคนจะเข้าใจสภาพธรรมะหรืออาจไม่มีเลยในปัจจุบัน และจากเหตุการณ์ต่างๆ ในการบรรยายธรรมะของเธอสื่อให้เห็นว่า แทบไม่มีผู้ใดรู้จักธรรมะของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริงเลย ยกเว้นตัวเธอเท่านั้นที่พยายามบรรยายธรรมเสมือนว่า เป็นการโน้มน้าวใจให้ผู้อื่นเชื่อว่าตัวของเธอได้เข้าถึงธรรมะที่แท้จริงแล้ว
  • มีลูกศิษย์จำนวนหนึ่งของสุจินต์เชื่อว่า เธอบรรลุธรรมชั้นโสดาบันแล้ว ในขณะเดียวกันก็มีลูกศิษย์จากสำนักอื่นๆ เชื่อว่า เธอบิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้า และอาจมีนรกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ไม่ต่างจากที่บางสำนักเคยโจมตีท่านพุทฺธทาสภิกฺขุว่า มีนรกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า เนื่องจากสาเหตุเดียวกันกับสุจินต์
  • คำสอนของสุจินต์ถูกขนานนามจากคนบางกลุ่มว่า เป็นพวกสายปัญญาบ้าง เป็นพวกอภิธรรมนิยมบ้าง หรือเป็นพวกเกิด-ดับนิยมบ้าง
  • เมื่อมีคนสอบถามความรู้ทางพระพุทธศาสนาจากสุจินต์ เธอมักตั้งคำถามคืนต่อผู้ถามโดยเธอจะพยายามบ่ายเบี่ยงเรื่องของผู้ถาม แล้ววกกลับเข้าไปสู่แนวทางคำสอนของตนเอง เช่น เมื่อถามเรื่องภูติผีวิญญาณเธอก็มักจะปฏิเสธ และวกการสนทนาเข้าสู่เรื่องการเกิดดับของจิตบ้าง การรับรู้ของจิตในแต่ละขณะบ้าง โดยเธอพยายามทำให้ขอบข่ายของบทสนทนาถูกจำกัดอยู่ในหลักของพระอภิธรรมตามทรรศนะส่วนตัวของเธอ ซึ่งเรื่องเหล่านี้บ่อยครั้งก็เป็นเรื่องที่ผู้ถามไม่อยากรู้ และบ่อยครั้งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ถามไม่ได้รับคำตอบที่ตรงประเด็น
  • คนบางกลุ่มโจมตีสุจินต์ว่า เธอรู้พระวินัยน้อย และรู้พระสูตรน้อย เธอรู้แต่อภิธรรมมากกว่าพระวินัยและพระสูตรไม่มากนัก
  • สุจินต์บรรยายธรรมโดยไม่เน้นภาษาบาลี เป็นเหตุให้เธอถูกโจมตีว่า เป็นพวกไม่รักษาภาษาทางพระพุทธศาสนาและอ่อนบาลี ต่างจากสำนักต่างๆ ในประเทศไทยที่พากันนิยมอ้างบาลีเป็นส่วนใหญ่ แม้กระทั่งในสถานศึกษาต่างๆ หรือคัมภีร์โบราณต่างๆ ล้วนแต่กล่าวถึงภาษาบาลีทั้งนั้น
  • ศิษย์ใกล้ชิดของสุจินต์บางคนกล่าวโจมตีพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของคนไทย โดยตัวของเธอเองไม่ได้ห้ามปรามลูกศิษย์แต่ประการใด เช่น โจมตีว่าพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ว่าเป็นพระอรหันต์จอมปลอม โจมตีว่าพระเทพสิงหบุราจารย์ หรือหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ว่าเป็นพวกกรรมฐานปลาติดข้อง โจมตีว่าพระเถระที่นิยมปฏิบัติธรรมกรรมฐานบางสายซึ่งมีอัฐิธาตุแปรเป็นแก้ว (พระธาตุ) นั้น ล้วนเป็นเรื่องเหลวใหลทั้งสิ้น เป็นต้น
  • หลายคนยกย่องสุจินต์ในฐานะนักพุทธปรัชญา หรือนักปรัชญาพระพุทธศาสนา มากกว่าจะยกย่องเธอในฐานะผู้บรรยายธรรมะของพระพุทธศาสนาอย่างตรงไปตรงมา ที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากว่า การบรรยายธรรมะของเธอบ่อยครั้งมักเป็นการบรรยายธรรมะแบบอัตโนมติตามทรรศนะความเห็นของเธอ มากกว่าการอ้างพระไตรปิฎกโดยตรง
  • สำนักของเธอไม่เชื่อว่าเจ้ากรรมนายเวรมีจริง ซึ่งขัดแย้งกับคำสอนเรื่องกฏแห่งกรรมในพระพุทธศาสนาเถรวาท
  • สำนักของเธอไม่เชื่อว่าผีมีจริง ซึ่งขัดแย้งกับคำสอนเรื่องการเกิด กฎแห่งกรรม และภพภูมิในพระพุทธศาสนาเถรวาท
  • สำนักของเธอตีความการปฏิบัติธรรมในรูปแบบใหม่ โดยไม่สนใจการเจริญสมาธิภาวนาตามรูปแบบดั้งเดิมของพระพุทธศาสนาเถรวาท เธออธิบายว่า การปฏิบัติธรรมนั้นไม่มีจริง เพราะไม่มีการนำเอาอะไรมาปฏิบัติทั้งนั้น การที่จะเข้าถึงธรรมะได้ต้องสั่งสมการฟังธรรมะให้มาก ในขณะที่ฟังทุกอย่างจะเกิดดับไปตามสภาพธรรมะ แนวคิดที่ปฏิเสธการปฏิบัติธรรมซึ่งอธิบายวิธีการปฏิบัติผ่านทางคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาจากพระอรรถกถาจารย์นี้ มีพฤติกรรมคล้ายกับแนวคิดของพระคึกฤทธิ์ ในสำนักพุทธวจน ที่พยายามปฏิเสธคัมภีร์ชั้นรองต่างๆ ของพระพุทธศาสนาเถรวาท
  • การบรรยายธรรมะโดยแสดงอากัปกิริยาจีบปากจีบคอ และบรรยายเสมือนไม่ให้เกียรติผู้ร่วมฟังและผู้ร่วมตั้งคำถาม การไม่รับฟังความคิดเห็นผู้ฟังของเธอ ทำให้หลายคนรังเกียจและไม่คิดจะเดินทางเข้าไปสำนักของเธอเป็นครั้งที่ ๒