สำเนียงตากใบ
ภาษาไทยถิ่นใต้สำเนียงตากใบ หรือภาษาเจ๊ะเห เป็นภาษาไทยถิ่นใต้กลุ่มหนึ่ง ที่พูดกันมากตั้งแต่อำเภอปานาเระ อำเภอสายบุรีของจังหวัดปัตตานี ลงไปจนถึงชายแดนไทย-มาเลเซียฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส รวมถึงในเขตอำเภออื่นๆ ของจังหวัดนราธิวาสด้วย นอกจากนี้ ภาษาเจ๊ะเห ยังใช้พูดกันในกลุ่มคนมาเลเซียเชื้อสายไทยในรัฐกลันตันของมาเลเซียด้วย ถือเป็นภาษาไทยถิ่นใต้ที่มีเอกลักษณ์พิเศษ มีการคำที่แตกต่างจากภาษาไทยถิ่นใต้ทั่วไปค่อนข้างมากคำพูดและสำเนียงภาษาได้สร้างความพิศวงแก่ชาวใต้ด้วยกันเองรวมไปถึงชาวไทยกลุ่มอื่นด้วย คือสำเนียงพูดเสียงชาวใต้ผสมกับภาษากับภาษาไทยถิ่นเหนือ เช่นถ้าชาวตากใบถามว่ามาทำไม เขาจะพูดว่า ”มาเยียได” ปลายประโยคทอดเสียงยาวว่า “มาเยียด้าย”
เนื้อหา |
ประวัติ [แก้]
มาร์วิน บราวน์ (Marvin Brown) ศึกษาภาษาถิ่นของไทยและให้ความเห็นว่าภาษาไทยถิ่นใต้สำเนียงตากใบมีวิวัฒนาการมาจากภาษาสุโขทัยโดยตรง ในตากใบเองก็มีตำนานที่เกี่ยวข้องกับเมืองเหนือ เช่น กรุงสุโขทัย จนทำให้ภาษามีเอกลักษณ์เฉพาะ ตำนานแรกเล่าว่าตากใบเคยอยู่ภายใต้การปกครองของสุโขทัย จึงมีขุนนางสุโขทัยเดินทางมาปกครองต่างพระเนตรพระกรรณ จึงสันนิษฐานว่ามีกำแพง และวัง หรือวัดปรักหักพังที่บ้านโคกอิฐ และเมื่อขุนนางสุโขทัยเดินทางมาที่ตากใบแล้วย่อมมีบริวารตามมาหลายคน ด้วยเหตุนี้เอง วัฒนธรรมภาษาพูดเมืองเหนือจึงผสมผสานกับภาษาชาวตากใบ และวัฒนธรรมอื่นๆ เช่น สถาปัตยกรรมในวัด ไม่ว่าจะเป็นวิหาร ศาลาการเปรียญ มีรูปแบบและศิลปะค่อนไปทางเหนือ ส่วนตำนานที่สองกล่าวถึงชาวสุโขทัยติดตามช้างเชือกสำคัญมาทางเมืองใต้ ในที่สุดมาตั้งหลักแหล่งที่ตากใบ เป็นที่น่าสังเกตว่ามีชื่อหมู่บ้าน และตำบลเกี่ยวข้องกับช้าง เช่น บ้านไพรวัลย์ มาจากคำว่า บ้านพลายวัลย์ สถานที่ช้างลงอาบน้ำ เดิมเรียก บ้านปรักช้าง ต่อมาเปลี่ยนเป็น ฉัททันต์สนาน ซึ่งเป็นชื่อวัดในหมู่บ้านนี้ เล่ากันว่ามีช้างสำคัญมาล้มที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ภายหลังเรียกว่า บ้านช้างตาย ปัจจุบันตั้งอยู่ในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ปัจจุบันเรียกเป็นภาษามลายูว่า บ้านกาเยาะมาตี อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า เมื่อครั้งทัพไทยสมัยโบราณยกไปตีหัวเมืองมลายู มีคนไทยลงมาตั้งหมู่บ้านคอยต้อนรับกันเป็นทอดๆ จะเห็นว่าปัจจุบันมีบางหมู่บ้านที่มีชาวบ้านพูดจาคล้ายๆเสียงของชาวตากใบ เช่นที่อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี ในจังหวัดปัตตานี และชาวบ้านในอำเภอสุไหงปาดี และอำเภอแว้ง ในจังหวัดนราธิวาส
บางตำนานบอกว่า คนที่พูดภาษาเจ๊ะเห เป็นเชื้อกษัตริย์อาณาจักรฟูนาน เมื่อครั้งคริสต์ศตวรรษ ที่ 6 เกิดสงครามแย่งชิงบันลังก์ ทำให้ฝ่ายกษัตริย์ฟูนานแพ้ เลยอพยพมาทางเรือ ขี้นเรือที่ตากใบ[ต้องการอ้างอิง]
ลักษณะของภาษา [แก้]
ปัจจุบันมีคนพูดภาษาไทยถิ่นใต้สำเนียงตากใบ (เจ๊ะเห) มีผู้พูดภาษานี้คือชาวไทยพุทธในอำเภอมายอ อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอกะพ้อ และอำเภอไม้แก่น ในจังหวัดปัตตานี ในอำเภอบาเจาะ อำเภอรือเสาะ อำเภอศรีสาคร อำเภอยี่งอ อำเภอเจาะไอร้อง อำเภอเมือง อำเภอตากใบ อำเภอระแงะ อำเภอจะแนะ อำเภอสุไหงปาดี อำเภอแว้ง อำเภอสุคิรินในจังหวัดนราธิวาส [1] รวมไปถึงชาวมาเลเซียเชื้อสายไทยที่อาศัยอยู่ในรัฐกลันตัน เช่น เมืองตุมปัต เมืองปาซีร์มัส เมืองโกตาบารู และเมืองปาซีร์ปูเตะห์ เป็นต้น จากการศึกษาความหนาแน่นของการใช้คำยืมและคำที่ใช้ร่วมกันกับภาษามลายูปัตตานีพบว่าพื้นที่ของภาษาถิ่นตากใบใช้ 78.25%[2] ภาษาไทยถิ่นใต้สำเนียงตากใบยังแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มตากใบ และกลุ่มพิเทน ซึ่งภาษานี้พูดในอำเภอทุ่งยางแดง และกะพ้อในจังหวัดปัตตานี นอกจากนี้ภาษาไทยถิ่นใต้สำเนียงตากใบยังมีความใกล้เคียงกับภาษาถิ่นสะกอม ที่ใช้ในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
ชื่อของภาษา [แก้]
ภาษานี้เป็นภาษาที่มีผู้พูดอาศัยกระจายในวงกว้าง ชื่อเรียกของภาษานี้จึงมีให้เรียกต่างๆกันไปอย่าง ภาษาเจ๊ะเห มาจากชื่อตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ภาษาไทยถิ่นใต้สำเนียงตากใบ เป็นคำเรียกในวงกว้าง ชี้เฉพาะว่าภาษานี้มีผู้พูดกลุ่มใหญ่อยู่ในอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส หรือภาษาตุมปัต ที่เรียกในกลุ่มชาวมาเลเซียเชื้อสายไทยในรัฐกลันตัน โดยเฉพาะที่เมืองตุมปัต ที่มีคนเชื้อสายไทยเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีเรียกตามท้องถิ่นอย่าง ภาษาสายบุรี เป็นต้น
ตัวอย่างคำ [แก้]
- ดอย แปลว่า ตาย เช่น ดอยแล้ว (ตายแล้ว) นอนดอย (นอนตาย)
- อังกะปั๋ง แปลว่า งง
- ยะรัง แปลว่า ป่วย ป่วยไข้
- ฝากบ่าว แปลว่า การหมั้น
- อีหละ แปลว่า เกี้ยวพาราสี
- กล้วยหลา แปลว่า มะละกอ (ที่อำเภอสายบุรีเรียก กล่วยหล่า)
- ดอกไม้จันทน์ แปลว่า ดอกลีลาวดี หรือดอกลั่นทม
- ข้าวกระหยา แปลว่า ข้าวยำ
- แม่กระดอก แปลว่า โสเภณี
- แกแหร แปลว่า มะม่วงหิมพานต์ (ที่อำเภอสายบุรี เรียกแต๋แหร๋)
- จี้ไปเรไหน คือ จะไปเที่ยวที่ไหน (จี้ = จะ , เร = เที่ยว)
- ก่ะหรัด แปลว่า มาก เช่น ของพวกนี้แพงกะหรัด (ของเหล่านี้แพงมาก)
- จีใด๋ หรือ ยี่ใด๋ แปลว่า ทำไม เช่น จีใด๋ (ยี่ใด๋) เท่ม่ายห้อนจำ (ทำไมที่ไม่เคยจำ)
- ผ๋ะไหน๋ แปลว่า ยังไง เช่น ผะไหน๋เท่ม่ายโร้จักเท่จี่แล (ทำไมไม่รู้จักที่จะดู)
- วิมัง แปลว่า เป็นห่วง เช่น สาวิมังพี่น้องเท่โย้ปาหละ (รู้สึกเป็นห่วงญาติที่อยู่ปาลัส)
- ค๊ะแนแน แปลว่า วงศาคณาญาติ
- โย้ แปลว่า อยู่
- ม่ายไหร๋ แปลว่า ไม่เป็นไร
- ม่ายโร้ แปลว่า ไม่รู้
- ห่าม่าย แปลว่า ไม่มี
- ล่ะหมี๋ หรือล่ะมิ แปลว่า หรือยัง เช่น กินข้าวละหมี๋? (กินข้าวหรือยัง)
- ระแห้ก แปลว่า ขาด
- เริน แปลว่า บ้าน
- เพละ แปลว่า บูดู (ภาษาเก่าคนไม่นิยมใช้แล้ว)
- ต่ะหลาด แปลว่า ตลาด
- ท่าคลอง แปลว่า ฝั่งคลอง
- ห๊าดเล แปลว่า ทะเล
- ยาม แปลว่า นาฬิกา[3]
- กลด แปลว่าร่ม[4]
ทิศ [แก้]
- ท่าต่ะอ๊อก แปลว่า ทิศตะวันออก
- ท่ากะเตาะก (ต.เต่า สระเอาะ ก.ไก่) แปลว่า ทิศตะวันตก
- ท่าหัวนอน แปลว่า ทิศใต้ (นิยมนอนหันหัวไปทางทิศใต้)
- ท่ากะตีน แปลว่า ทิศเหนือ (นิยมนอนหันเท้าไปทางทิศเหนือ)
คำศัพท์ที่ใช้เรียกผลไม้ [แก้]
- ยะหนัด แปลว่า สับปะรด
- กล้วยหลา แปลว่า มะละกอ (ที่อำเภอสายบุรี เรียกกล่วยหล่า)
- ซะหว่า แปลว่า ละมุด
- กาหยี๋ แปลว่า ลูกหยี๋
- ย่ามู แปลว่า ชมพู่
- ชมโพ่ แปลว่า ฝรั่ง
- ข้าหนุน แปลว่า ขนุน
- กะไต๋ แปลว่า สะตอ
- คะเนียง แปลว่า ลูกเนียง
- กะไต๋เบา แปลว่า กระถิน
- โลกขาม แปลว่า มะขาม
- ทะเรียน แปลว่า ทุเรียน
- แตงจีน แปลว่า แตงโม
- แตงใส่ปริ แปลว่า แตงไทย
- ลูกพรวน แปลว่า เงาะ
- ลูกปีหนี แปลว่า มะมุด
- โลกมู แปลว่า ชมพู่ และ ฝรั่ง (สุไหงปาดี)
คำศัพท์เกี่ยวกับวัด [แก้]
- พ่อท่าน แปลว่า เจ้าอาวาส
- พ่อหลวง แปลว่า หลวงพ่อ
- ต๋น แปลว่า เรียกพระสงฆ์ ที่อายุน้อยกว่าผู้เรียก
- กะเต๊ะ แปลว่า กุฏิเจ้าอาวาส
ตัวอย่างคำประสม [แก้]
- ขี้ฝน แปลว่า เมฆ (คนใต้ทั่วไป เรียกขี้เมฆ)
- ลูกกะเสื้อ แปลว่า กระดุมเสื้อ
- ปลีแข้ง แปลว่า น่อง
- ลูกไฟ แปลว่า ถ่านไฟฉาย
ตัวอย่างคำนาม+กริยา [แก้]
- คนจัด แปลว่า คนขยัน
- น้ำซ่า แปลว่า น้ำส้ม
- นกขี้คร้าน แปลว่า นกตบยุง
- ไฟบีบ แปลว่า ไฟฉาย
- แหล็กไฟ แปลว่า ไฟแช็ก
- แหล็กไฟรัง แปลว่า ไม้ขีด
ตัวอย่างคำกริยา+คำนาม [แก้]
- บานกรด แปลว่า กางร่ม
- ปล้ำไม้ แปลว่า โค่นต้นไม้
- ใส่ลูกแป้ง แปลว่า ทาแป้ง
- ลอยช้อน แปลว่า ช้า ชักช้า
ตัวอย่างคำกริยา+กริยา [แก้]
- นอนดอย แปลว่า นอนตาย
- นอนพาลน แปลว่า นอนพลิกไปพลิกมา
- นั่งแพงเชิง แปลว่า นั่งสมาธิ
คำยืมภาษาบาลี-สันสกฤต และภาษาเขมร [แก้]
มีการยืมคำมาจากคำบาลี-สันสกฤต และเขมร ซึ่งในภาษาไทยเป็นคำราชาศัพท์ แต่ชาวตากใบเรียกใช้กับชาวบ้านทั่วไป
- อภิเษก แปลว่า แต่งงงาน
- บรรทม แปลว่า นอน
- ประสูติ แปลว่า เกิด
- สนับเพลา แปลว่า กางเกง
- สรงน้ำ แปลว่า อาบน้ำ
- หน้าเพลิง แปลว่า ไม้ขีดไฟ
คำยืมภาษามลายู [แก้]
- กะปะ แปลว่า ขวาน
- โตหนัน แปลว่า คู่หมั้น
- บีดัน แปลว่า หมอตำแย
- บือจั๋น แปลว่า กะปิ
- ยามู แปลว่า ชมพู่
- คง หรือยะคง แปลว่า ข้าวโพด
- ลือโปะ แปลว่า ทุเรียนกวน
- สือหลุด แปลว่า ดินโคลน
- มูสัง แปลว่า ชะมด
- ตะหวาก แปลว่า กะแช่
- ดอดอย แปลว่า กะละแม (ชาวใต้ทั่วไปเรียกว่า ยาหนม)
- กือนี แปลว่า กาน้ำ
- ชันชี แปลว่า สัญญา
- บือเกา แปลว่า ยาเส้น (มาจากคำว่า บาเกา)[5]
คำยืมภาษาจีน [แก้]
- ผ้าปิ่นป้อ แปลว่า ผ้าเช็ดหน้า (มาจากภาษาจีนฮกเกี้ยนคำว่า บิ่นโป่ แปลว่าผ้าเช็ดหน้าเช่นกัน)[6]
อ้างอิง [แก้]
- ^ วิจิตร ศรีสุวิทธานนท์, 2528:215
- ^ http://soreda.oas.psu.ac.th/show_detail.php?research_id=64
- ^ http://www.archae.su.ac.th/Anthropology/act/p6.htm
- ^ http://www.archae.su.ac.th/Anthropology/act/p6.htm
- ^ http://www.archae.su.ac.th/Anthropology/act/p6.htm
- ^ http://www.archae.su.ac.th/Anthropology/act/p6.htm
- Brown, J. Marvin. From Ancient Thai to Modern Dialects and other Writings in historical Thai Linguistics. Bangkok : White Lotus Co., Ltd. 2007.