มหาวิทยาลัยทักษิณ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พิกัดภูมิศาสตร์: 7°09′47.41″N 100°36′32.30″E / 7.1631694°N 100.6089722°E / 7.1631694; 100.6089722

มหาวิทยาลัยทักษิณ
Thaksin University
TSU LOGO.png
คติพจน์ ปัญญา จริยธรรม นำการพัฒนา
สถาปนา 1 ตุลาคม พ.ศ. 2511 - สถาปนา "วิทยาลัยวิชาการศึกษา สงขลา"
1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 - สถาปนาขึ้นเป็น "มหาวิทยาลัยทักษิณ"
ประเภท สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ
อธิการบดี รองศาสตราจารย์ ดร.วิชัย ชำนิ
นายกสภาฯ ศ.ดร.จรัญ จันทลักขณา
ที่ตั้ง

วิทยาเขตสงขลา
140 หมู่ 4 ถนนกาญจนวานิช ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
วิทยาเขตพัทลุง
222 หมู่ 2 ถนนสายเอเชีย ตำบลบ้านพร้าว อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง

ศูนย์สามเสนใน
133 อาคารซีโนบริต ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ
เว็บไซต์ www.tsu.ac.th

มหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ ตั้งอยู่ในจังหวัดสงขลา เดิมเป็นวิทยาเขตหนึ่งของ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ต่อมา ได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ มีชื่อว่า มหาวิทยาลัยทักษิณ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยทักษิณได้ผ่านกระบวนการตามกฎหมายครบทุกขั้นตอน และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2539 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 ซึ่งถือเป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัยทักษิณ โดยชื่อ มหาวิทยาลัยทักษิณ สื่อถึง "มหาวิทยาลัยแห่งภาคใต้"

มหาวิทยาลัยทักษิณ จัดอยู่ในกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาที่เน้นการผลิตบัณฑิตและพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรม ได้รับการประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับดี โดยเฉพาะในด้านการบริการแก่สังคม ด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมและด้านการประกันคุณภาพภายในที่ได้รับการประเมินในระดับดีมาก ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยประกอบด้วย 2 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตสงขลาและวิทยาเขตพัทลุง รวมทั้งมีศุนย์อยู่ในกรุงเทพมหานคร 1 แห่ง จัดการเรียนการสินในระดับปริญญาตรี โท และเอก ครอบคลุมสาขาวิชาทางวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์

เนื้อหา

ประวัติมหาวิทยาลัย[แก้]

ป้ายมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒสงขลา

เริ่มต้นจากวิทยาลัยวิชาการศึกษา ด้วยศรัทธาสร้าง“ ปราชญ์ผู้ทรงศีล”

เมื่อ พ.ศ. 2492 กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้ง “ โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง ถนนประสานมิตร” ขึ้นที่ถนนประสานมิตร อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร โรงเรียนฝึกหัดครู แห่งนี้ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี ก็ได้รับการยกฐานะเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษา(College of Education) เมื่อ พ.ศ. 2497 และได้เริ่มเปิดหลักสูตรปริญญาการศึกษาบัณฑิต โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะส่งเสริมวิชาชีพและวิทยฐานะของครู อาจารย์รวมไปถึงเจ้าหน้าที่บริหารการศึกษา

วิทยาลัยวิชาการศึกษาได้พัฒนาและเจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ พร้อมกับการขยายการจัดการศึกษาไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อกระจายโอกาสในการเข้าศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษาของนักเรียนส่วนภูมิภาค และเพื่อเป็นการสกัดไม่ให้เกิดการเลื่อนไหลของนักเรียนเข้าสู่ ส่วนกลางมากนัก จึงได้ขยายวิทยาเขตเพิ่มขึ้นรวม 8 วิทยาเขต ประกอบด้วย วิทยาเขตปทุมวัน (ปีพุทธศักราช 2498) วิทยาเขตบางแสน จังหวัดชลบุรี (ปีพุทธศักราช 2498) วิทยาเขตพิษณุโลก (ปีพุทธศักราช 2510) วิทยาเขตมหาสารคาม (ปีพุทธศักราช 2511) วิทยาเขตสงขลา (ปีพุทธศักราช 2511) วิทยาเขตพระนคร (ปีพุทธศักราช 2512) และวิทยาเขตพลศึกษา (ปีพุทธศักราช 2513) โดยมีวิทยาเขตประสานมิตรเป็นศูนย์กลางการบริหาร

1 ตุลาคม พ.ศ. 2511 “วิทยาลัยวิชาการศึกษา สงขลา” เริ่มต้นการเรียนการสอนที่ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา ตามมติสภาวิทยาลัยวิชาการศึกษา ในการขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาไปยังพื้นที่ภาคใต้ ในระยะแรกเปิดสอนเฉพาะหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต 2 ปี โดยคัดเลือกนักศึกษาที่เรียนดีจากวิทยาลัยครู ทั่วประเทศเข้าเรียนชั้นปี ที่ 3 ในวิชาเอกภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เคมี และสังคมศึกษา ลักษณะเช่นนี้ได้ดำเนินการต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาหลายปี จึงสามารถขยายเปิดรับนิสิตวิชาเอกอื่นๆ ในหลักสูตร เดียวกันได้เพิ่มมากขึ้น นับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนามาเป็นมหาวิทยาลัยทักษิณในปัจจุบัน ดังนั้นวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2511 จึงถือเป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัยทักษิณ

ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยลือระบิล นาม“ศรีนครินทรวิโรฒ”อุโฆษไกล

29 มิถุนายน พ.ศ. 2517 วิทยาลัยวิชาการศึกษาได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ได้รับพระราชทานนามว่า “มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ” ซึ่งมีความหมายว่า “มหาวิทยาลัยที่เจริญเป็นศรี สง่าแก่มหานคร” ตรามหาวิทยาลัยเป็นเส้นกราฟของสมการ Y = ex ซึ่งหมายถึงการเพิ่มหรือการงอกงาม ตรงกับปรัชญาของมหาวิทยาลัยว่า “การศึกษา คือ การงอกงาม” (สิ กฺขา วรุ ฬฺหิ สมฺ ปตฺ ตา) สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีเทา-แดง สีเทาเป็นสีของสมอง หมายถึง ความคิด สีแดงเป็นสีของเลือด หมายถึง ความกล้าหาญ เทา-แดง จึงแปลว่า คิดอย่างกล้าหาญ หรือกล้าที่จะคิด

ในระยะแรกมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา ได้เริ่มเปิดสอนหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต 4 ปี สังกัดคณะศึกษาศาสตร์ ต่อมาปีการศึกษา 2519 ได้ขยายงานโดยเริ่มหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต วิชาเอกภาษาและวรรณคดีไทย และปีการศึกษา 2520 เปิดวิชาเอกภาษาและวรรณคดีอังกฤษ พร้อมทั้งเปิดคณะใหม่อีก 2 คณะ คือ คณะมนุษยศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ โดยเปิดสอนหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต วิชาเอกประวัติศาสตร์ และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต วิชาเอกคณิตศาสตร์ และวิชาเอกชีววิทยา

ปีการศึกษา 2523 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา ได้มีจัดการเรียนการสอนใน ระดับบัณฑิตศึกษา หลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต วิชาเอกการอุดมศึกษา หลักจากนั้น 2 ปี ได้ขยายหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต วิชาเอกการบริหารการศึกษาและภาษาไทย ในปี ต่อๆ มามหาวิทยาลัยได้ขยายหลักสูตรต่างๆ ทั้งในระดับปริญญาตรี และบัณฑิตศึกษาเพิ่มขึ้นอีกหลายสาขาวิชา นับเป็นความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ด้วยมหาวิทยาลัยตระหนักในหน้าที่และภาระงานด้านการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องกับการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ

ขยายงานจากสงขลาสู่พัทลุง หมายมุ่งสร้างชีวิตบัณฑิตใหม่

ในระหว่างปีพุทธศักราช 2532 – 2533 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตสงขลา ได้เริ่มวางแผนขยายงานไปยังพื้นที่จังหวัดพัทลุง เนื่องด้วยพื้นที่เดิม ณ ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง สงขลา มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ไม่เพียงพอต่อการรองรับการจัดตั้งคณะใหม่ๆ และการขยายงานในอนาคต โดยคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2533 ได้มีมติอนุมัติในหลักการให้มหาวิทยาลัยขยายงานไปยังพื้นที่จังหวัดพัทลุง และให้บรรจุโครงการดังกล่าวไว้ในแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2535 - 2539)

ต่อมาในการประชุมสภามหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2535 มหาวิทยาลัยได้รับการกำหนดชื่อใหม่เป็น “มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ ภาคใต้” เนื่องจากเขตปฏิบัติงานมีพื้นที่ทั้งในจังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุงและโดยคำนึงภารกิจของมหาวิทยาลัยอันเกี่ยวเนื่องกับภาคใต้เป็นส่วนรวมไม่เฉพาะแต่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง

เป็นมหาวิทยาลัยทักษิณคู่ถิ่นไทย ยึดมั่นในจริยธรรมนำพัฒนา

มหาวิทยาลัยได้ขยายงานอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานและการบริหารงานมีความคล่องตัวมากขึ้น จึงได้มีการทำแผนเพื่อยกฐานะมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภาคใต้ เป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ ชื่อว่า “มหาวิทยาลัยทักษิณ” เป็นนิติบุคคล มีฐานะเป็นกรม ในทบวงมหาวิทยาลัย พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยทักษิณได้ผ่านกระบวนการด้านนิติบัญญัติครบทุกขั้นตอน และได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2539 มีผลบังคับใช้ในวันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539

มหาวิทยาลัยทักษิณได้พัฒนาเจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ ในปีการศึกษา 2547 เริ่มเปิดการเรียนการสอนอย่างเป็นทางการในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยที่ตำบลบ้านพร้าว อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง และสภามหาวิทยาลัยทักษิณ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ได้มีมติให้มหาวิทยาลัยทักษิณมีการบริหารงานแบบ 2 วิทยาเขต ประกอบด้วย วิทยาเขตสงขลา (พื้นที่บ้านอ่าวทราย ตำบลเกาะยอ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันทักษิณคดีศึกษา และตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา) และวิทยาเขตพัทลุง (พื้นที่ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน และตำบลบ้านพร้าว อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง) และนับตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 จวบจนปัจจุบัน มหาวิทยาลัยทักษิณได้พัฒนาไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ แต่อยู่ในกำกับของรัฐ ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นอิสระและมีความคล่องตัว สามารถจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2551 และภายใต้ปรัชญาของมหาวิทยาลัย “ปัญญา จริยธรรม นำการพัฒนา”

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

ตราสัญลักษณ์

ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

มหาวิทยาลัยทักษิณมีตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยเป็นรูปตำราการศึกษา 3 เล่ม สีเทา (สีประจำมหาวิทยาลัย) สะท้อนปรัชญาของมหาวิทยาลัย “ปัญญา จริยธรรม และการพัฒนา” ล้อมรอบด้วยอักษรสีฟ้า (สีประจำมหาวิทยาลัย) เป็นภาษาไทย “มหาวิทยาลัยทักษิณ” และภาษาอังกฤษ “THAKSIN UNIVERSITY” ซึ่งหมายถึงมหาวิทยาลัยแห่งภาคใต้ ด้านบนเหนือรูปตำราการศึกษาเป็นมงกุฎเปล่งรัศมีสีฟ้า ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นเลิศและเกียรติยศ ด้วยในปีพุทธศักราช 2539 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตภาคใต้ ได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยทักษิณ ตรงกับวโรกาสอันเป็นมหามงคลสมัยปีกาญจนาภิเษก ในศุภวาระที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 50 ปี

ไฟล์:ต้นปา.jpg
ต้นปาริชาติ

ปรัชญามหาวิทยาลัย[แก้]

ปัญญา จริยธรรม นำการพัฒนา

ปณิธานมหาวิทยาลัย[แก้]

ผลิตบัณฑิตที่มีความรับผิดชอบ รอบรู้ สู้งาน มีประสบการณ์เชิงปฏิบัติ

วิสัยทัศน์มหาวิทยาลัย[แก้]

มหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศ ที่มีความเป็นเลิศในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคม ที่มีองค์รวมแห่งความรู้ ปัญญาและจริยธรรม สามารถบูรณาการและ ต่อยอดภูมิปัญญา เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตและสังคมที่ดี

พันธกิจมหาวิทยาลัย[แก้]

สร้างความเป็นเลิศด้านศิลปวิทยาศาสตร์ (Liberal Arts) เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สุขภาพ บนฐานชุมชน วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น

ต้นไม้และดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

มหาวิทยาลัยทักษิณมีต้นไม้และดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือ ต้นปาริชาต หรือปาริฉัตร หรือทองหลาง (ชื่อสามัญ: Tiger’s Claw หรือ Indian Coral Tree ชื่อวิทยาศาสตร์:Erythrina variegata L.) เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ อยู่ในวงศ์ถั่ว (LEGUMINOSAE หรือ FABACEAE) ดอกมีลักษณะเป็นช่อสีแดงเข้ม เป็นต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในพระไตรปิฎก คนไทยโบราณเชื่อว่าเป็นไม้มงคล หรือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ปลูกบนสวรรค์ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ต้นประวาลพฤกษ์ ซึ่งประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์จะเริ่มออกช่อดอกแล้วบานสะพรั่งเมื่อถึงปลายเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่นิสิตมหาวิทยาลัยทักษิณสำเร็จการศึกษา

สีประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

สีประจำมหาวิทยาลัยทักษิณ สืบเนื่องมาจากสีประจำวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา คือสีเทา-ฟ้า

███ สีเทา เป็นสีของสมอง หมายถึง ความคิดหรือปัญญา
███ สีฟ้า เป็นสีของทะเล และท้องฟ้า หมายถึง ความกว้างไกล

สีเทา - ฟ้า จึงหมายถึง ความคิดที่กว้างไกล หรือคิดอย่างมีวิสัยทัศน์

เพลงประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

  • เพลงมาร์ชมหาวิทยาลัยทักษิณ
  • เพลงร่มปาริชาต (1 ใน 2 เพลงประจำมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา)
  • เพลงขวัญตาฟ้าเทา
  • เพลงตะลุงรับขวัญ
  • เพลงทักษิณ ถิ่นรัก
  • เพลงอยากรำด้วย
  • เพลงอาลัยปาริชาต (1 ใน 2 เพลงประจำมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา)
  • เพลงลาเพื่อน
  • เพลงทักษิณถวายชัยจอมราชัน

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

พระพุทธศรีศากยมุนินทร์ศรีนครินทรวิโรฒมงคล[แก้]

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทรงถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระพุทธศรีศากยมุนินทร์ ศรีนครินทรวิโรฒมงคล” ซึ่งมีความหมายว่า “องค์พระพุทธเจ้า ที่เป็นมิ่งมหามงคล แห่งมหาวิทยาลัย” และมหาวิทยาลัยได้กระทำพิธัอัญเชิญพระพุทธศรีศากยมุนินทร์ศรีนครินทรวิโรฒมงคลมาประดิษฐาน ณ มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534

ทวดเลียบ[แก้]

ทวดเลียบ ทวดศักดิ์สิทธิ์ในรูปต้นไม้(ต้นเลียบขนาดใหญ่)ผู้ทำหน้าที่ป้องปกในความเชื่อของชาวมหาวิทยาลัยทักษิณ ความเชื่อในเรื่องของทวดเลียบ หรือปู่เลียบ ที่นิสิตของมหาวิทยาลัยทักษิณ เชื่อกันนั้นก็ล้วนมีความเกี่ยวพันธ์กันกับสภาวะทางจิตใจของผู้นับถือเป็นยิ่ง เพราะต่างเชื่อกันว่าถ้ามีการมาบนบานขอพรกับทวดเลียบ หรือปู่เลียบที่ปรากฏเป็นต้นไม้ใหญ่ใจกลางมหาวิทยาลัยแล้วจะทำให้อยู่เย็นเป็นสุขสามารถที่จะบรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ได้อย่างราบรื่น เป็นต้น เมื่อคนหมู่มากเชื่อเป็นเช่นนั้นแล้วจึงเกิดการสร้างศาลสำหรับเป็นที่อยู่ของดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นามว่า ทวดเลียบ ขึ้น ซึ่งก็ปรากฏว่ามีผู้ศรัทธาทั้งที่เป็นนิสิต-บุคลากรของมหาวิทยาลัย และชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงนำเครื่องเซ่นไหว้มาบูชา มาแก้บนกันเป็นจำนวนมาก

ส่วนเครื่องเซ่นที่ดูว่า ท่านจะโปรดปรานเป็นพิเศษนี่จากการนั่งสังเกตอยู่นานแล้วนั้นพบว่า ท่านโปรดของแก้บนที่เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเป็นที่สุด ยาคูลท์คือสิ่งที่นิสิตของที่นี่นิยมนำมาเป็นเครื่องเซ่นไหว้ บ้างก็นำมาเป็นเครื่องแก้บน อย่างปกติก็สามารถที่จะพบเห็นขวดยาคูลท์ที่มีหลอดสำหรับดูดเรียบร้อยวางเรียงรายอยู่รอบศาลปู่เลียบมากพอควร (ราว 100-200 ขวด) แต่ถ้าเป็นช่วงวันรับปริญญาก็มีให้ได้เห็นเป็นพันๆขวดเลย ส่วนเรื่องที่ทำไม่ต้องแก้บนด้วยยาคูลท์สอบถามไปสอบถามมาได้ความว่าน่าจะเป็นเพราะพวกนักศึกษารุ่นแรก(รุ่นพี่) มาทำการบนแล้วสำเร็จจึงจัดการแก้บนด้วยของที่เป็นที่นิยมทานกันในสมัยนั้น ประมาณว่ายาคูลท์ราคาไม่แพง หาง่าย ใครมีมากก็ทำมากใครมีน้อยก็ทำน้อยแล้วแต่กำลังศรัทธา ต้นเลียบ ต้นดังกล่าวจะยังคงเป็นที่สถิตของทวดเลียบและยืนต้นตระหง่านอยู่คู่กับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไปอีกนาน แม้นในอนาดตสักวันหนึ่งต้นไม้ต้นนี้จะต้องล้มหายตายจากไปก็ตาม แต่ก็เชื่อได้ว่าความเชื่อในเรื่องของ ทวดเลียบจะไม่สูญหายสลายไปกับกาลเวลาอย่างแน่นอนคนที่นี่เขาเชื่อกันอย่างนั้น

ทำเนียบอธิการบดีมหาวิทยาลัย[แก้]

นับแต่ปี พ.ศ. 2511 เป็นต้นมา วิทยาลัยวิชาการศึกษา สงขลา,มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา,มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภาคใต้,มหาวิทยาลัยทักษิณ มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารมาแล้ว ดังนี้

วิทยาลัยวิชาการศึกษา สงขลา
รายนามรองอธิการประจำวิทยาเขต วาระการดำรงตำแหน่ง
1.ศาสตราจารย์ ดร.สมพร บัวทอง (พ.ศ. 2511 - พ.ศ. 2517)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา
รายนามรองอธิการบดีประจำวิทยาเขต วาระการดำรงตำแหน่ง
1. ศาสตราจารย์ ดร.สมพร บัวทอง (พ.ศ. 2517 - พ.ศ. 2518)
2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปรีชา สิงขโรทัย (พ.ศ. 2518 - พ.ศ. 2520)
3. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประหยัด หาสิตะพันธ์ (พ.ศ. 2520 - พ.ศ. 2521)
4. ศาสตราจารย์ ดร.เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ (พ.ศ. 2521 - พ.ศ. 2526)
5. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บันลือ ถิ่นพังงา (พ.ศ. 2526 - พ.ศ. 2535)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภาคใต้
รายนามรองอธิการบดีประจำวิทยาเขต วาระการดำรงตำแหน่ง
1.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บันลือ ถิ่นพังงา (พ.ศ. 2535 - พ.ศ. 2538)
2.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ไพโรจน์ อินทรศิริสวัสดิ์ (พ.ศ. 2538 - พ.ศ. 2539)
มหาวิทยาลัยทักษิณ
รายนามอธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ไพโรจน์ อินทรศิริสวัสดิ์ (พ.ศ. 2539 - พ.ศ. 2544)
2. รองศาสตราจารย์ ดร.สมบูรณ์ ชิตพงศ์ (พ.ศ. 2544 - พ.ศ. 2548)
3. รองศาสตราจารย์ ดร.สมเกียรติ สายธนู (พ.ศ. 2548 - พ.ศ. 2556)
4. รองศาสตราจารย์ ดร.วิชัย ชำนิ (พ.ศ. 2556 - ปัจจุบัน)

หมายเหตุ คำนำหน้านามของผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัย เป็นคำนำหน้านามตามตำแหน่งทางวิชาการในขณะนั้น

หน่วยงานในมหาวิทยาลัย[แก้]

วิทยาเขต[แก้]

  • วิทยาเขตสงขลา มีพื้นที่ปฏิบัติการ 2 แห่ง คือ
    • พื้นที่ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โทรศัพท์ 074-317600 มีพื้นที่ 142 ไร่ ปัจจุบันใช้จัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา
    • พื้นที่บ้านอ่าวทราย ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา มีพื้นที่ 24 ไร่ เป็นที่ตั้งของสถาบันทักษิณคดีศึกษา
  • วิทยาเขตพัทลุง มีพื้นที่ปฏิบัติการ 2 แห่ง คือ
    • พื้นที่ตำบลบ้านพร้าว อำเภอป่าพะยอม โทรศัพท์ 074-609600 มีพื้นที่ 3,500 ไร่ ปัจจุบันใช้จัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา
    • พื้นที่ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน มีพื้นที่ 1,500 ไร่ เป็นที่ตั้งของวิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน
  • ที่ทำการใหญ่ วิทยาลัยการจัดการเพื่อการพัฒนา(U-MDC)
    • 133 อาคารซีโนบริต ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 0-2644-8282, 0-2644-8448 โทรสาร 0-2644-8550-1 (ตรงข้ามโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย)

คณะ[แก้]

วิทยาลัย[แก้]

โรงเรียน[แก้]

สำนัก/สถาบัน/ศูนย์[แก้]

สมาคม[แก้]

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร[แก้]

ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการประกอบพระราชพิธีต่าง ๆ ในกิจการของมหาวิทยาลัยทักษิณ และพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตของมหาวิทยาลัยทักษิณเป็นประจำทุกปีนับแต่แรกเริ่มก่อตั้งจวบจนกาลปัจจุบัน โดยพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยจัดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน ณ หอประชุมปาริชาต มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา

งานเทา-งามสัมพันธ์[แก้]

กิจกรรมเทา-งามสัมพันธ์ เกิดขึ้นหลังจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒวิทยาเขตต่างๆ ได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยใหม่ ซึ่งประกอบด้วย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยนเรศวร แม้ว่าวิทยาเขตต่างๆ จะได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ แต่ด้วยความตระหนักถึงความผูกพันทั้ง 5 มหาวิทยาลัย จึงมีปณิธานที่จะร่วมมือกันในภารกิจอันควรแก่มหาวิทยาลัย ดังนั้นจึงได้ร่วมมือกันจัดงานเทา-งามสัมพันธ์ ขึ้น โดยใช้สี “เทา” ซึ่งเป็นสีประจำโดยรวมของทุกวิทยาเขตเป็นพื้นฐาน และเพิ่มคำว่า “งาม” ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายและมีคุณค่ายิ่ง มีความหมายรวมเป็น “เทา-งามสัมพันธ์” ในปี 2538 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตสงขลา หรือมหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นเจ้าภาพโดยมีรูปแบบกิจกรรมที่เน้นด้านกีฬาและด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นหลัก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 ทั้ง 5 มหาวิทยาลัย โดยอธิการบดีร่วมเล็งเห็นความสำคัญต่อภารกิจของมหาวิทยาลัยและประเทศชาติ จึงได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือมหาวิทยาลัยในเครือเทา-งามสัมพันธ์ เป็นต้นมา ซึ่งมีข้อตกลงชัดเจนใน 4 ด้านคือด้านการวิจัย ด้านการบริหารวิชาการแก่สังคม ด้านการสร้างความสามัคคีระหว่างมหาวิทยาลัยในเครือเทา-งาม ตลอดจนถึงการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและการกีฬา และด้านการพัฒนาองค์กรบริหาร การจัดการและวิชาการ

วัตถุประสงค์

  • เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเทา-งามสัมพันธ์ ได้ร่วมกันในภารกิจในด้านต่าง ๆ ตามข้อตกลงความร่วมมือของมหาวิทยาลัยในเครือเทา-งาม
  • เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเทา-งามสัมพันธ์ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านงานวิชาการและวิจัย
  • เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเทา-งามสัมพันธ์ ได้มีโอกาสสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน และทำกิจกรรมร่วมกันทั้งกิจกรรมด้านวิชาการและด้านกิจการนิสิต
  • เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานเทา-งามสัมพันธ์ โดยเฉพาะนิสิตได้มีโอกาสทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมในการ ออกค่ายนิสิตเทา-งามสัมพันธ์

หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย[แก้]

เป็นแหล่งรวบรวม ประเมิน คุณค่า จัดเก็บและจัดทำฐานข้อมูลเพื่อการสืบค้นและให้บริการ แก่ผู้ที่สนใจศึกษาค้นคว้า รวมทั้งได้ทราบถึงพัฒนาการของ มหาวิทยาลัยทักษิณ

สำนักคอมพิวเตอร์[แก้]

เป็นหน่วยงานบริการทางวิชาการมีฐานะเทียบเท่าคณะ มีประวัติการก่อตั้งสำนักคอมพิวเตอร์ ก่อตั้งวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 เริ่มต้นจากการเป็น “ศูนย์บริการการศึกษาและประมวลผลไมโครคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา” ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒสงขลา โดยคณะกรรมการบริหารวิทยาเขต ได้อนุมัติให้ใช้เงินสำรองของมหาวิทยาลัย จัดตั้งขึ้น เป็นโครงการเงินทุนหมุนเวียน ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์คอมพิวเตอร์มศว สงขลา” และ “ศูนย์คอมพิวเตอร์ มศว ภาคใต้” ตามลำดับการดำเนินงานใช้รูปแบบคณะกรรมการดำเนินการประจำศูนย์คอมพิวเตอร์และดำเนินงานด้วยค่าใช้จ่ายจาก เงินงบประมาณรายได้ของมหาวิทยาลัย

พ.ศ. 2529 มหาวิทยาลัยได้อนุมัติงบประมาณเงินรายได้ จำนวน 736,000 บาท ( เจ็ดแสนสามหมื่นหกพันบาทถ้วน) ให้ก่อสร้างอาคารที่ทำการหลังแรก ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียวมีพื้นที่ปฏิบัติการ 220 ตารางเมตร การก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2530

พ.ศ. 2532 เริ่มได้รับอนุมัติให้บรรจุข้าราชการคือ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ระดับ 3 และต่อมาก็บรรจุตำแหน่ง พนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์ ระดับ 2 เพื่อเป็นบุคลากรช่วยใน การพัฒนาด้านคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย

พ.ศ. 2536 ได้รับงบประมาณแผ่นดิน จำนวน 24,668,000 บาท (ยี่สิบสี่ล้านหกแสนหกหมื่น-แปดพันบาทถ้วน) เป็นงบประมาณผูกพันระยะเวลา 3 ปี เพื่อทำการก่อสร้างอาคารที่ทำการหลังใหม่ (อาคารปัจจุบัน) เป็นอาคาร 2 ชั้น มีพื้นที่ 2,793 ตารางเมตร การก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนมีนาคม 2538 และ เปิดให้ใช้การได้ในปีเดียวกัน

พ.ศ. 2539 เมื่อมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภาคใต้ ได้รับการยกวิทยฐานะเป็นมหาวิทยาลัยทักษิณ ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2539 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง ส่วนราชการ ในมหาวิทยาลัยทักษิณ ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2541 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 115 ตอนที่ 89ก ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2541 หน้า 4-5 กำหนดให้สำนักคอมพิวเตอร์เป็นส่วนราชการหนึ่งในมหาวิทยาลัยทักษิณ ได้เริ่มดำเนินงานมาจนถึงปัจจุบัน

สำนักหอสมุด[แก้]

เดิมเป็นอาคาร 2 ชั้นเริ่มเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2512 ต่อมาเนื่องจากอาคารเสื่อมสภาพ ประกอบกับวัสดุห้องสมุดและผู้ใช้บริการเพิ่มจำนวนมากขึ้น จึงได้สร้างอาคารใหม่ขึ้นเป็นอาคาร 5 ชั้น มีเนื้อที่ 9,660 ตารางเมตร ที่นั่งอ่านประมาณ 1,200 ที่นั่ง เปิดให้บริการ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2538 เป็นหน่วยงานบริการทางวิชาการ ของมหาวิทยาลัย

ดำเนิน งานโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ความสนับสนุนความเป็นเลิศ ของมหาวิทยาลัย ทั้งในด้าน การสอน การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่ชุมชน และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม มีภารกิจ ที่สำคัญคือ ทำหน้าที่เป็นศูนย์วิชาการที่รวบรวม วัสดุสารสนเทศ สำหรับให้บริการด้าน การเรียน การสอน และ การศึกษาค้นคว้าวิจัยแก่นิสิต อาจารย์ ข้าราชการ และบุคลากรอื่น ๆ ของ มหาวิทยาลัย ตลอดจนบุคคลภายนอก

ปรัชญา แหล่งความรู้ สู่ปัญญา พัฒนาสังคม สร้างสมคุณธรรม เลิศล้ำบริการ

ปณิธาน หอสมุดมุ่งสู่ความเป็นเลิศในการบริการสารสนเทศด้วยจิตสำนึกที่ดีและเทคโนโลยีที่เหมาะสม

วิสัยทัศน์ สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นห้องสมุดมีชีวิตที่ให้ความพึงพอใจสูงสุดในด้านการให้บริการและทรัพยากรสารสนเทศทุกรูปแบบ ทั้งที่เป็นสากลและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมีการประสานความร่วมมือในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน และเชื่อมโยงเครือข่ายทางการศึกษาเพื่อผู้ใช้บริการสามารถ เข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ อันเป็นประโยชน์ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมที่ดี

พันธกิจ สำนักหอสมุดเป็นองค์กรที่มีการจัดหา รวบรวม สร้างสรรค์ และพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ ทุกรูปแบบ ทั้งภูมิปัญญา ท้องถิ่นและสากล มีระบบการให้บริการอ่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความ พึงพอใจแก่ผู้ใช้บริการด้วยเทคโนโลยี่ทันสมัย ดยมีการบริหารและจัดการที่

สถาบันวิจัยและพัฒนา[แก้]

องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนจะขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้ต้องอาศัยการวิจัยและพัฒนาเป็นเครื่องมือที่สำคัญ มหาวิทยาลัยก็เช่นเดียวกันจำเป็นต้องกำหนดให้งานวิจัยเป็นภารกิจหลัก ภารกิจหนึ่งที่ทุกคนในองค์กรต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ ทั้งนี้เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่สำหรับพัฒนาการเรียน การสอน และนำไปพัฒนาแก้ไขปัญหาท้องถิ่น ซึ่งจะส่งผลต่อความเจริญก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจและสังคมของชาติโดยรวม มหาวิทยาลัยจึงต้องเป็นแหล่งผลิตนักวิจัยและสร้างผลงานวิจัยที่สำคัญยิ่งให้แก่ประเทศเพื่อ สร้างวิทยาการหรือภูมิปัญญาในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศในอนาคตได้

ภาพรวมของภารกิจวิจัยของมหาวิทยาลัยทักษิณในอดีตจนถึงปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่ามหาวิทยาลัยได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง อาจอ่อนล้าและเข้มแข็งบ้างในบางช่วงเวลา ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการขาดแคลนบุคลากร งบประมาณ และครุภัณฑ์ ที่เสริมสร้างแรงจูงใจให้กับบุคลากรซึ่งต้องทำงานหนักอยู่แล้วมีกำลังมากพอที่จะต้องทำงานหนักขึ้นไปอีก มหาวิทยาลัยเองมีส่วนเป็นอย่างมากที่จะสร้างแรงจูงใจขั้นพื้นฐานให้กับบุคลากรแต่ก็ไม่ได้ทำอย่าง ต่อเนื่องซึ่งดูได้จากการให้ความสำคัญกับภารกิจนี้ค่อนข้างน้อยในอดีตที่ผ่านมา กล่าวคือบางสมัยกำหนดภารกิจวิจัยให้อยู่ภายใต้การดูแลของกลุ่มงานส่งเสริมและประกันคุณภาพการศึกษา ในบางสมัยก็ให้อยู่ภายใต้การดูแลของกลุ่มงานบริการการศึกษา บุคลากรที่จะรองรับก็ไม่มีเนื่องจากเป็นงานฝาก เริ่มจะมีอัตรากำลัง เพื่อรับผิดชอบงานจริงๆ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2546 จำนวน 1 คน และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2547 อีก 1 คน จึงไม่เป็นที่น่าสงสัยเลยว่าทำไมงบประมาณวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้รับเพียง 700,000-800,000 บาท ต่อปีเท่านั้น และเริ่มกระเตื้องขึ้นบ้างในปีงบประมาณ พ.ศ. 2548 ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จำนวน 3,000,000 บาท

การขับเคลื่อนการวิจัยของมหาวิทยาลัยดำเนินการอย่างเชื่องช้ามาตลอดเวลานั้นเพราะในระยะที่ผ่านมายังขาดการส่งเสริมและสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย จึงเป็นผลทำให้เกิดจุดอ่อนของงานวิจัย เช่น ขาดนักวิจัยที่มีคุณภาพ งานวิจัยส่วนมากเป็นการวิจัยเฉพาะเรื่องขาดการบูรณาการร่วมกัน และสิ่งที่สำคัญคือ ความอ่อนแอของหน่วยประสานงานที่จะไปช่วยส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัย ซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากขาดแคลนบุคลากรในด้านการดำเนินงาน และไม่มีนโยบายสนับสนุนการวิจัยของมหาวิทยาลัยอย่างชัดเจน ดังนั้นในปี 2548 ภารกิจส่งเสริมการวิจัย ภายใต้กลุ่มงานบริการการศึกษา ซึ่งมีบุคลากรในการดำเนินงานเพียง 2 คน ได้เริ่มต้นกำหนดเป้าหมายการวิจัยของมหาวิทยาลัยชัดเจนขึ้น ภายหลังการกำหนดกลยุทธ์ร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และภารกิจส่งเสริมการวิจัย และดำเนินการในหลายกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้นักวิจัยเริ่มพัฒนาชุดโครงการวิจัย ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างสูงจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ โดยมี ศ.ดร.เกษม จันทร์แก้ว เป็นประธานกรรมการพัฒนาชุดโครงการวิจัย จากผลการดำเนินงานดังกล่าวทำให้สามารถพัฒนาชุดโครงการวิจัยที่มีคุณภาพและผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงบประมาณ จำนวน 8 ชุดโครงการ และโครงการเดี่ยว 4 โครงการ โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณในปี 2549 เป็นเงิน 13,687,800 บาท เป็นโครงการต่อเนื่องผูกพันงบประมาณ เป็นเวลา 3 ปี (2549-2551) รวมงบประมาณทั้งสิ้นเป็นวงเงินประมาณ 26 ล้านบาท การพัฒนาที่ทำให้เกิดผลสำเร็จอย่างสูงนี้เป็นผลมาจากทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งของนักวิจัย หน่วยประสานงานและหน่วยสนับสนุนงบประมาณ

การพัฒนางานวิจัยให้บรรลุผลสำเร็จได้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ประสาน ส่งเสริมและสนับสนุนการการวิจัยทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย การพัฒนาศักยภาพนักวิจัยเพื่อนำไปสู่งานวิจัยที่มีคุณภาพ การแสวงหาแหล่งทุนการสนับสนุนทรัพยากรด้านการวิจัย การสร้างบรรยากาศการวิจัยเพื่อจูงใจให้บุคลากรทำวิจัยมากขึ้นและการส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานวิจัยในรูปแบบการบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี และเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2548 สภามหาวิทยาลัยทักษิณได้ประกาศจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนา ขึ้น

นิสิตเก่าและบุคคลสำคัญของมหาวิทยาลัย[แก้]

การจัดอันดับมหาวิทยาลัย[แก้]

การจัดอันดับโดย เว็บโอเมตริกซ์ (Webometrics) ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแสดงความตั้งใจของสถาบันต่าง ๆ ในการเผยแพร่ความรู้สู่เว็บไซต์ และเป็นความริเริ่มเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้อย่างเปิดกว้าง (Open Access) ทั่วโลก โดยบ่งบอกถึงปริมาณและคุณภาพของสิ่งตีพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ของสถาบัน เพื่อใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ ในการประเมินผลงานวิจัยของสถาบัน ซึ่งทางเว็บโอเมตริกซ์ได้จัดอันดับปีละ 2 ครั้งในเดือนมกราคม และกรกฎาคม ล่าสุดเดือนมกราคม พ.ศ. 2554 มหาวิทยาลัยทักษิณ อยู่ในอันดับที่ 2,772 ของโลก อันดับที่ 99 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันดับที่ 35 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย[1]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]