สาหร่ายไก
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
| สาหร่ายไก Cladophora |
|
|---|---|
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Plantae |
| หมวด: | Chlorophyta |
| ชั้น: | Ulvophyceae |
| อันดับ: | Cladophorales |
| วงศ์: | Cladophoraceae |
| สกุล: | Cladophora Kütz., 1843 |
สาหร่ายไก เป็นสาหร่ายน้ำจืดสีเขียวสกุล Cladophora ที่พบทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะแถบ แม่น้ำน่าน ในอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน และแม่น้ำโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งสาหร่ายชนิดนี้สามารถนำมารับประทานได้
เนื้อหา |
ชื่อพื้นเมือง [แก้]
มีหลายชื่อได้แก่ ไกเหนียวหรือไกค้าง, ไกเปื้อยหรือไกไหม,ไกต๊ะ,สาหร่ายไก,สาหร่ายไคร,ไกค่าว เตา (ภาคเหนือ) นิยมนำมายำใส่ปลาทู มะเขือเปาะ
ชนิด [แก้]
สาหร่ายไกมี 3 ชนิด คือ
- ไกเหนียว (ไกค้าง) - มีสีเขียวเข้ม ลักษณะยาว ไม่แตกแขนง เนื้อไม่ฟู มีน้ำหนักพอสมควร มีความยาวประมาณ 2 เมตร
- ไกเปื้อย (ไกไหม) - ลักษณะจะเกาะอยู่กับหินเป็นกระจุกแล้วจึงกระจายแผ่ออกเป็นฝอยจำนวนมาก ลักษณะเส้นจะเหนียวและลื่น มีสีเขียวซีด มีความยาวประมาณ 80 เซนติเมตร
- ไกต๊ะ - ลักษณะเป็นกระจุกอยู่ปนกับไกไหม ลักษณะเส้นจะสั้นและลื่นมาก
การทำอาหาร [แก้]
สาหร่ายไกมักถูกนำมารับประทานแบบสด และยังสามารถนำมาปรุงเป็น ยำ ห่อนึ่ง โดยให้โปรตีนสูงกว่าการรับประทานเนื้อปลา มีวิตามินและเกลือแร่อยู่กว่า 18 ชนิด อีกทั้งมีสารต้านมะเร็ง และมีกากใยอาหารสูง กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรหนองบัว อ.ท่าวังผา จ.น่าน ได้นำมาแปรรูปผลิตอาหารแปรรูปจากสาหร่ายไกได้กว่า 14 ชนิด [1]