สาวน้อยจอมเวท นาโนฮะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สาวน้อยจอมเวท นาโนฮะ
Nanoha.jpg
ชื่อไทย สาวน้อยจอมเวท นาโนฮะ
ชื่อญี่ปุ่น 魔法少女リリカルなのは
ชื่ออังกฤษ Magical Girl Lyrical Nanoha
แนว ผจญภัย, สาวน้อยเวทมนตร์
ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์
สาวน้อยจอมเวท นาโนฮะ
ผู้กำกับ อากิยูกิ ชินโบ
ผลิตโดย ญี่ปุ่น Seven Arcs
ลิขสิทธิ์ ไทย TIGA
ฉายทาง ญี่ปุ่น Gifu Broadcasting System
ไทย ทรูวิชั่นส์
ฉายครั้งแรก 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 - 25 ธันวาคม พ.ศ. 2547
จำนวนตอน 13 ตอน
ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์
สาวน้อยจอมเวท นาโนฮะ เอส์
ผู้กำกับ อากิยูกิ ชินโบ
ผลิตโดย ญี่ปุ่น Seven Arcs
ลิขสิทธิ์ ไทย TIGA
ฉายทาง ญี่ปุ่น KBS Broadcasting System
ไทย ทรูวิชั่นส์
ฉายครั้งแรก 1 ตุลาคม พ.ศ. 2548 - 24 ธันวาคม พ.ศ. 2548
จำนวนตอน 13 ตอน
ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์
สาวน้อยจอมเวท นาโนฮะ สไตรเกอร์ส
ผู้กำกับ อากิยูกิ ชินโบ
ผลิตโดย ญี่ปุ่น Seven Arcs
ลิขสิทธิ์ ไทย TIGA
ฉายทาง ญี่ปุ่น ATX
ไทย ทรูวิชันส์
ไทย โมเดิร์นไนน์ทีวี (2556)
ฉายครั้งแรก 1 เมษายน พ.ศ. 2550 - 23 กันยายน พ.ศ. 2550
จำนวนตอน 26 ตอน
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

สาวน้อยจอมเวท นาโนฮะ (ญี่ปุ่น: 魔法少女リリカルなのは Mahō Shōjo Ririkaru Nanoha ?) (อังกฤษ: Magical girl lyrical Nanoha) เป็นอะนิเมะของประเทศญี่ปุ่น แนวสาวน้อยเวทมนตร์ ซึ่งประกอบไปด้วย จอมเวท อุปกรณ์ใช้เวท และเวทมนตร์ ผลงานของบริษัทเซเวนอากส์ (Seven Arcs) กำกับโดย อากิยูกิ ชินโบ เริ่มฉายผ่านทางสถานีโทรทัศน์ในญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 มีทั้งหมด 3 ภาคจบ ได้แก่

  1. Magical Girl Lyrical Nanoha
  2. Magical Girl Lyrical Nanoha A's
  3. Magical Girl Lyrical Nanoha StrikerS

สาวน้อยจอมเวท นาโนฮะ ได้มีภาค The Movie 1st และ The Movie 2nd A's ซึ่งได้ออกฉายในโรงภาพยนตร์ในญี่ปุ่นไปแล้ว

ในประเทศไทย สาวน้อยจอมเวท นาโนฮะ ออกจำหน่ายในรูปแบบวีซีดี-ดีวีดีลิขสิทธิ์โดย TIGA และเคยออกอากาศทางช่อง ทรู สปาร์ก ของสถานีโทรทัศน์เคเบิล ทรูวิชั่นส์

เนื้อเรื่อง[แก้]

เนื้อเรื่องภาค 1 (Magical Girl Lyrical Nanoha)

ทาคามาจิ นาโนฮะ เด็กชั้นป.3 ได้พบกับ ยูโน นักเวทจากโลกต่างมิติ ซึ่งกำลังตามเก็บจูเวลซี้ด แต่เสียท่าศัตรูจนสะบักสะบอม ทำให้ได้ค้นพบพลังเวทที่ยิ่งใหญ่ในตัวของนาโนฮะ และนาโนฮะก็เลือกที่จะใช้พลังเวทเพื่อปกป้องผู้คน ซึ่งเป็นภาระอันใหญ่ยิ่งเหลือเกินสำหรับเด็กป.3 แต่กระนั้นเธอก็ยังไม่ย่อท้อ และยังคงตามเก็บจูเวลซี้ดเพื่อช่วยยูโนต่อไป จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอได้พบกับสาวน้อยจอมเวทอีกคนที่ชื่อ เฟท เทสทารอสซ่า ซึ่งตามเก็บจูเวลซี้ดเพื่อแม่ของเธอ ทำให้สาวน้อยทั้งสองต้องมาต่อสู้กัน ในที่สุดแม่ของเฟทก็เปิดเผยความจริงที่ว่าเฟทไม่ใช่ลูกสาวของเธอเป็นเพียงแค่ร่างโคลนของลูกสาวที่เสียชีวิตไปในอุบัติเหตุ และใช้ตัวเฟทในการคืนชีพให้กับลูกสาวของเธอ ต่อมาฝ่ายควบคุมมิติเวลาจากมิดชิลด้า ก็เข้ามาทำลายแผนแม่ของเฟท และและให้เฟทไปเป็นพยานในการตัดสินคดี

เนื้อเรื่องภาค 2 (Magical Girl Lyrical Nanoha A's)

เวลาผ่านไปหลายเดือนหลายสิ่งดูสงบ ก็เกิดเหตุการณ์ใหม่ขึ้น "หนังสือแห่งความมืด" ได้ถูกปลดผนึกขึ้นมาต่อหน้าของ ยางามิ ฮายาเตะ เด็กสาวที่พิการเดินไม่ได้ และทำให้ปลดปล่อยเหล่าอัศวินผู้พิทักษ์ทั้ง 4 คน ประกอบด้วย วีต้า ซิกนัม ชามัล และ ซาฟีร่า ซึ่งทั้ง 4 คนปรารถนาให้หนังสือแห่งความมืดดูดกลืนพลังเวทจนครบ 666 หน้า เพื่อให้ฮายาเตะหายจากอาการป่วยที่ร้ายแรง แต่ฮายาเตะไม่เห็นด้วย ทั้ง 4 คนจึงแอบทำให้หนังสือสมบูรณ์โดยเร็วที่สุดก่อนที่ฮายาเตะจะตาย หนึ่งในผู้ที่ถูกดูดพลังเวทไปด้วยก็คือ นาโนฮะ อุปกรณ์ของเธอก็ได้พังหลังจากต่อสู้กับวีต้า เรซิ่งฮาร์ทและบัลดิชก็ได้อัปเกรดพลังให้เหมือนกับเหล่าอัศวิน ในขณะที่ต่อสู้กันก็มีจอมเวทของหน่วยดูแลมิติจากสำนักงานใหญ่ 2 คนมาโจมตีและจับนาโนฮะกับเฟทขังไว้ แล้วเรียกฮายาเตะออกมาโดยปลอมตัวเป็นนาโนฮะกับเฟทโดยเล่นละครว่าฆ่าวีต้าและซาฟีร่า (เป็นสุนัขจิ้งจอก) ทำให้ฮายาเตะปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของหนังสือแห่งความมืดออกมา สามารถใช้พลังของผู้ที่ถูกดูดพลังได้อีกด้วย และยังดูดร่างของเฟทเข้าไป เมื่อเฟทตื่นขึ้นมา ได้พบกับความฝันที่เป็นจริงของเธอ คือ ครอบครัวที่อบอุ่น เธอได้อยู่กับแม่ และพี่สาวของเธอ(ที่ตายไปแล้ว)เธอปฏิเสธที่จะอยู่ด้วย พี่ของเธอได้บอกวิธีออกจากหนังสือแห่งความมืด เฟทออกมาได้สำเร็จ ฮายาเตะสามารถควบคุมหนังสือแห่งความมืดได้แล้ว แต่ไม่สามารถหยุดโปรแกรมทำลายล้างที่ทำงานอยู่เนื่องจากจนเองได้ปลดปล่อยหลังของหนังสือออกมาทุกคนจึงร่วมมือกับนาโนฮะในการทำลายโปรแกรมของหนังสือแห่งความมืด

เนื้อเรื่องภาค 3 (Magical Girl Lyrical Nanoha Strikers )

6 ปีผ่านไป พันโทยางามิ ฮายาเตะ ได้ก่อตั้งหน่วยแผนกปฏิบัติการที่6 ขึ้นมาเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดจาก ลอสโลเกียร์ปริศนา เรลิค โดยมี นาวาอากาศเอกทาคามาจิ นาโนฮะ มาเป็นครูฝึกประจำหน่วยเพื่อฝึกให้กับเด็กใหม่ได้แก่ ซึบารุ นาคาจิมา เด็กที่นาโนฮะช่วยเคยช่วยชีวิตไว้ เทียน่า แลตเตอร์คู่หูของซึบารุ คาโร รู ลูเชีย นักอัญเชิญมังกรและเอริโอ มอลเดียลเด็กในความดูแลของเฟท และอันตรายครั้งใหม่ได้เกิดจากฝีมือ เจล สกาลิเอ็ตตี้ อาชญากรต่างมิติ กับ 12 มนุษย์จักรกลสงคราม และวีวีโอ้ลูกสาวบุญธรรมของนาโนฮะคือปริศนาที่ต้องไขให้ได้

ตัวละคร[แก้]

ทาคามาจิ นาโนฮะ
เฟท เทสทารอสซ่า
ทาคามาจิ นาโนฮะ (Takamachi Nanoha,高町なのは) 
██
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย ยูคาริ ทามูระ / พากย์เสียงภาษาไทยโดย ศรีอาภา เรือนนาค)
นาโนฮะ อายุ 9 ขวบ อยู่ชั้น ป.3 เป็นเด็กเรียนดี มีครอบครัวที่อบอุ่น และทำกิจการร้านเบเกอรี่ด้วย แต่ก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตอยากจะเป็นอะไร จนกระทั่งได้พบกับยูโน พร้อมกับอาวุธคู่กาย "Raising Heart" (เรซิ่งฮาร์ท)เวทที่ใช้โจมตีเช่น Divine Buster,Divine Shooter เป็นต้น นาโนฮะมีท่าไม้ตายสูงสุดคือ Starlight Breaker เป็นท่าที่ใช้การรวบรวมอณูเวทมนตร์ทั้งหมดที่ล่องลอยอยู่ในสนามต่อสู้ขึ้นมาอีกครั้งเป็นจุดจุดเดียวแล้วยิงออกไปเป็นระเบิดทำลายล้างพลังมหาศาล แต่ภายหลังนาโนฮะได้เสริมพลังใหม่เพื่อให้มีพลังทัดเทียมกับเหล่าอัศวินแห่งเบลก้า สังกัด โวลเคนริเตอร์ได้เรซิ่งฮาร์ทจึงมีชื่อใหม่ว่า "Raising Heart Exelion"
ในภาค Strikers เธอได้ทำงานสังกัดในแผนกปฏิบัติการณ์ที่ 6 มียศอย่างเป็นทางการว่า "นาวาอากาศเอก ทาคามาจิ นาโนฮะ" เป็นหัวหน้าหน่วย Stars และเป็นครูฝึกหน่วยแนวหน้าอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีอะนิเมะในรูปแบบโอวีเอ ที่ ทาคามาจิ นาโนฮะ เป็นตัวละครประกอบด้วย มีชื่อเรื่องว่า Triangle Heart มีท่าไม้ตายชื่อว่า Starlight Breaker
ยูโน สไครเออร์ (Yuuno Scrya ユーノ・スクライア) 
██
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย คาโอริ มิซึฮาชิ / พากย์เสียงภาษาไทยโดย อรุณี นันทิวาส)
นักโบราณคดีผู้ตามหาจูเวลซี้ดบนโลกที่นาโนฮะอยู่ แต่พลาดท่าให้กับจูเวลซี้ดที่ถูกใช้งานจนบาดเจ็บ จึงได้ขอความช่วยเหลือจากนาโนฮะ และเป็นคนที่มอบ Raising Heart ให้กับนาโนฮะ ถนัดเวทมนตร์สายสนับสนุน เช่นเวทค้นหา รักษา ฯลฯ เป็นคนสุขุมรอบคอบเกินวัย งานอดิเรกคือการอ่านหนังสือ ปกติเมื่ออยู่กับนาโนฮะบนโลกจะกลายร่างเป็นเฟอร์เร็ต ภายหลังได้ทำงานที่หอสมุดอนันต์ เป็นบรรณารักษ์
เฟท เทสทารอสซ่า (Fate Tastarossa ,フェイト・テスタロッサ) ภายหลังเธอมีชื่อว่า "เฟท ที ฮาราวน์" 
██
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย นานะ มิซึกิ / พากย์เสียงภาษาไทยโดย วิภาดา จตุยศพร)
เฟท อายุเท่ากับนาโนฮะ เป็นคู่แข่งคนสำคัญของนาโนฮะ แต่ภายหลังเป็นเพื่อนสนิทที่รักกันมาก (นอกจากนาโนฮะแล้ว เฟทยังเป็นคู่ปรับกับซิกนั่มอีกด้วย แต่เฟทก็ยังค้างชำระกับซิกนั่มเนื่องจากทั้งคู่เคยสู้กันแต่ก็ยังไม่รู้ผลทั้งคู่จึงให้สัญญาว่าหากตนเก่งขึ้นเมื่อไรจะกลับมาสู้กันอย่างถูกต้องและยุติธรรม) ครอบครัวของเธอมีแม่ชื่อ เพรเซีย และอสูรรับใช้ที่ชื่อ อัลฟ์ อาวุธคู่กายของเธอคือ "Bardiche" (บัลดิช) มีพลังโจมตีสูง มีทั้งรูปขวาน เคียว และดาบแสง และเวทที่ใช้โจมตีเช่น Photon Lancer,Arc Saber เป็นต้น ท่าไม้ตายสูงสุดคือ Phalanx Shift,Plasma Zanber(A's) ภายหลังเฟทได้เสริมพลังพร้อมๆกับนาโนฮะ บัลดิชจึงมีชื่อใหม่ว่า"Bardiche Assault"
ในภาค Strikers เธอได้ทำงานสังกัดในแผนกปฏิบัติการณ์ที่ 6 เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการ เฟท เทสทารอสซ่า ฮาราวน์ และเฟทเธอได้แม่เลี้ยงชื่อว่า รินดี้ เธอรับเฟทเป็นลูกบุญธรรม และเฟทเป็นหัวหน้าหน่วย Lightning ได้รับเลี้ยงเอริโอและคาโรที่อยู่หน่วยของเธออีกด้วย ในภาค 3
อาร์ฟ (Arf アルフ) 
██
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย นัตสึโกะ คุวาทานิ / พากย์เสียงภาษาไทยโดย ศันสนีย์ ติณห์กีรดีศ)
อสูรรับใช้ของเฟท รักและห่วงใยเฟทเป็นที่สุด แปลงร่างเป็นหมาป่าได้ ถนัดกระบวนท่าต่อสู้ระยะประชิด และเวทเสริมพลัง
โครโน่ ฮาราวน์ (Chrono Halaown クロノ・ハラオウン,) 
██
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่น มิคาโกะ ทาคาฮาชิ / พากย์เสียงภาษาไทยโดย ภัทรวุฒิ สมุทรนาวี)
เจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมมิติเวลา มีศักดิ์เป็นพี่ชายของเฟท(แม่ของเขา รินดี้ ฮาราวน์ รับเฟทเป็นลูกบุญธรรม) ภายหลังได้เป็นกัปตันในสำนักงานใหญ่

ตัวละครใหม่(ในภาค A's)[แก้]

ยางามิ ฮายาเตะ (Yagami Hayate,八神はやて) 
██
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย คานะ อุเอดะ / พากย์เสียงภาษาไทยโดย ศันสนีย์ ติณห์กีรดีศ)
ผู้ครอบครองหนังสือแห่งความมืด (ชื่อเดิม คัมภีย์เวทแห่งรัตติกาล "Book of Night Sky") ผู้ที่เป็นทั้งผู้เคราะห์ร้ายและต้นเหตุของคดีหนังสือแห่งความมืด หลังจากเวลาได้ล่วงเลยไป ก็ได้กลายเป็นเจ้าหน้าที่คนสำคัญของ TSAB ด้วยเวทสายเบลก้าที่หายาก และครอบครองอาติแฟกต์ที่มีพลังมหาศาล พร้อมนักรบคุ้มกาย ทำให้ฮายาเตะสามารถมีตำแหน่งสูงๆได้ในเวลาสั้น ตัวฮายาเตะเองยังคงรู้สึกว่าตนต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในคดีหนังสือแห่งความมืด และพยายามชดใช้สิ่งนั้นไปพร้อมกับครอบครัวที่แสนสำคัญของเธอแต่เพราะหนังสือแห่งความมืดจะดูดพลังจากตัวเธอไป ทำให้เธอป่วยจนเดินไม่ได้ และจะลามมากขึ้นจนไปถึงอวัยวะสำคัญ ถึงขั้นทำให้อวัยวะนั้นหยุดทำงาน มีเพียงวิธีเดียวที่จะหยุดได้คือ ทำให้ตัวฮายาเตะเป็นเจ้าของหนังสือแห่งความมืดที่แท้จริง สี่อัศวินผู้พิทักษ์ (Wolkenritter) จึงพยายามเก็บรวบรวมพลังเวท เพื่อให้หนังสือสมบูรณ์และยอมรับฮายาเตะเป็นเจ้าของที่แท้จริง เพื่อฮายาเตะจะได้ไม่ต้องตาย ซึ่งตัวฮายาเตะไม่ต้องการ แต่อัศวินทั้ง 4 ทำเองไปโดยไม่บอก เมื่อหนังสือสมบูรณ์ ก็มีอาจารย์ของโครโน่ (จอมเวทของหน่วยดูแลมิติ) มาโจมตี โดยเล่นละครว่าฆ่าวีต้าและซาฟีร่า (เป็นหมา) ทำให้ฮายาเตะปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของหนังสือแห่งความมืด แต่ในขณะที่ฮายาเตะโดนหนังสือแห่งความมืดควบคุม ก็ได้เปลี่ยนชื่อหนังสือเป็น Reinforce (มาจากสายลมแห่งโชคลาภ wind of blessed) ทำให้ฮายาเตะสามารถควบคุมหนังสือแห่งความมืดได้ แต่ไม่สามารถหยุดโปรแกรมทำลายล้างที่ทำงานอยู่เนื่องจากตนเองได้ปลดปล่อยหลังของหนังสือออกมา จึงรวมมือกับนาโนฮะในการทำลายโปรแกรมทำลายล้าง
ในภาค Strikers เธอได้เป็นผู้บัญชาการของแผนก 6 มียศเป็น "พันโทยางามิ ฮายาเตะ" พลังเวทของเธอนั้นมากมายกว่านาโนฮะและเฟทเสียอีก แต่เวทของเธอมักจะส่งผลเป็นบริเวณกว้าง จึงต้องอยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการเพราะฮายาเตะนั้นเพียบพร้อมไปทั้งจิตใจที่แข็งแกร่งไม่แพ้แม้พลังของLost Logia สติปัญญาที่เฉลียวฉลาดสามารถวิเคราะห์วางแผน มีความเยือกเย็นและเด็ดขาดสมเป็นผู้นำของเหล่าอัศวินวอลเค่นริคเตอร์ แต่ถึงอย่างนั้นก็กลับเป็นคนสบายๆไม่ซีเรียส ร่าเริงเข้ากับคนอื่นได้ง่าย (จนถึงขนาดบางครั้งก็ชอบแกล้งชอบหยอกคนอื่นๆ) ถึงจะบอกพวกซิกนั่มว่าพวกตนต้องชดใช้ความผิด แต่ก็อย่าได้ฝืนเป็นอันขาด ทำให้เป็นที่รักของลูกน้องและเพื่อน
อัศวินผู้พิทักษ์ (Wolkenritter) / 守護騎士(ヴォルケンリッター)
อัศวินดาบ ซิกนั่ม (Signum / 烈火の将 剣の騎士シグナム) 
██
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย คาโอริ ชิมิซึ / พากย์เสียงภาษาไทยโดย อรุณี นันทิวาส)
หนึ่งในสี่อัศวินผู้พิทักษ์ เป็นสาวห้าวผู้มีร่างกายและจิตใจเยี่ยงอัศวินที่แท้จริง เป็นผู้น้าของ Wolkenritter ดูเป็นคนเย็นชา และเงียบขรึมน่ากลัว แต่ในความเป็นจริง ซิกนั่มเป็นคนใจดีและอ่อนโยน โดยเฉพาะตั้งแต่ได้พบกับมาสเตอร์คนปัจจุบัน ยางามิ ฮายาเตะ อาจเป็นเพราะต้องรับหน้าที่เป็นหัวหน้าและต้องผ่านประสบการณ์มากมายทำให้แสดงออกเป็นคนเย็นชา เพื่อที่จะได้ไม่ถูกอารมณ์ครอบงำจนเสียงาน และควบคุมลูกทีมได้ ปกติก็จะช่วยงานของบ้านยางามิโดยการออกไปเป็นครูสอนเคนโด้

อาวุธคู่กายคือดาบ เลวานทีน (Laevatein) ถนัดการต่อสู้ระยะประชิดและมีท่าไม้ตายโจมตีที่รุนแรง ตัว Laevatein สามารถแยกฝักดาบออกมาใช้ต่างหากเพื่อป้องกันการโจมตีได้ อีกทั้งตัวดาบเปลี่ยนสภาพเป็นดาบแส้ (Schlange form) สำหรับการโจมตีระยะกลาง และสามารถรวมกับตัวดาบให้กลายเป็นโหมดธนูสังหาร (Bogen form)ซึ่งมีท่าไม้ตายโจมตีระยะไกลที่รุนแรง คือ Storm Falcon

ในภาค Strikers เธอเป็นรองหัวหน้าหน่วย Lightning ปกติไม่ค่อยร่วมฝึกสอนกับพวกนาโนฮะ มักจะเฝ้ามองดูพัฒนาการของหน่วยแนวหน้าอยู่เฉยๆ มากกว่า ซิ๊กนั่ม เป็นนักรบเวทสายเบลก้า ซึ่งตัวเธอก็ภาคภูมิใจในเกียรติของอัศวินมาก และจะสู้กับคู่ต่อสู้ตรงๆเสมอ จากคนร้ายที่ทำร้ายผู้คนในคดีหนังสือแห่งความมืด ปัจจุบันได้เป็นลูกทีมของเฟทในทีม Lighting หน่วย Riot6 แต่ก็ไม่วายชอบประมือกับเฟทบ่อยๆ ส่วนนึงก็เพราะชื่นชมในฝีดาบของเฟทตั้งแต่เฟทยังเด็ก สไตล์การต่อสู้ของซิกนั่มจะเป็นแบบเบลก้าโบราณซึ่งหาได้ยาก เน้นการเข้าฟาดฟันศัตรูด้วยDevice รูปแบบดาบ Levathine และจะใช้พลังเวทเพื่อเสริมพลังโจมตีหรือเปลี่ยนรูปแบบDevice หรือ ป้องกันเท่านั้น
อัศวินค้อนเหล็ก วีต้า (Vita / 紅の鉄騎 鉄槌の騎士ヴィータ) 
██
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย อาซามิ ซานาดะ / พากย์เสียงภาษาไทยโดย จารุภา ลิ้มธีระยศ)
หนึ่งในสี่อัศวินผู้พิทักษ์ เป็นเด็กแก่นแก้วเซี้ยวเปรี้ยวซ่า อุปนิสัยขวานผ่าซากและโมโหร้าย เป็นสมาชิกของ Wolkenritter ที่มีนิสัยใจร้อนชอบโวยวาย แข็งๆทื่อๆ เป็นคู่ปรับของนาโนฮะในช่วงคดีหนังสือแห่งความมืด ถึงจะดูเป็นคนเอะอะมะเทิ่ง แต่ก็เป็นที่ถูกใจของผู้สูงอายุ คงเป็นเพราะความสดใสแบบเด็กๆทำให้เป็นที่เอ็นดูของคนสูงอายุ และก็ติดฮายาเตะ คงเพราะดูวัยใกล้เคียงกัน เลยรับบทเป็นน้องสาวของฮายาเตะ
อาวุธคู่กายของเธอคือค้อนยักษ์ กราฟไอเซ่น (Graf Aizen) อะไรขวางหน้า หรือไม่พอใจสิ่งใดเป็นทุบแหลกไม่เลือกหน้า สามารถเปลี่ยนเป็นโหมดจู่โจมทะลุบาเรีย(Rakten form)โหมดเน้นทำลายสิ่งก่อสร้างที่แข็งแกร่ง(Zerstorungs form)และโหมดเน้นพลังทำลาย (Giant form)มีท่าไม้ตายเป็นฆ้อนขนาดยักษ์ (Giant Crusher) วีต้านั้นสนิทกับฮายาเตะที่สุด อยากจะให้ฮายาเตะหายป่วยเร็วๆ จึงใช้หนังสือแห่งความมืดสะสมพลังเวทเพื่อให้ความปรารถนาเป็นจริง
ในภาค Strikers เธอเป็นรองหัวหน้าหน่วย Stars ของนาโนฮะ และช่วยฝึกพวกแนวหน้าให้ด้วยเช่นกัน ในภาค Strikers วีต้า ห่วงและเอาใจใส่นาโนฮะมาก วีต้าก็เป็นนักรบสายเบลก้าแบบซิกนั่มที่เน้นการโจมตีตรงๆด้วยอาวุธ ปัจจุบันได้เป็นลูกทีมของนาโนฮะในทีม Star หน่วย Riot6 ทำหน้าที่คอยเป็นผู้ช่วยครูฝึกของนาโนฮะและดูแลนักเรียนทั้ง 4 ส่วนนึงก็เพื่อดูแลนาโนฮะอย่างใกล้ชิดเพราะเป็นห่วงว่าจะเป็นเหมือนตอนที่นาโนฮะฝืนแล้วพลาดจนบาดเจ็บสาหัสทั้งๆที่ตัวเธอก็อยู่ในที่เกิดเหตุด้วยก็ไม่อาจช่วยเหลือนาโนฮะได้ทำให้เธอมีแผลในใจนับแต่นั้น เธอจึงเป็นห่วงและอยากดูแลตลอด24ชั่วโมง ทำให้เธอโดนนาโนฮะแกล้งอยู่บ่อยครั้ง ถึงแม้เธอจะโดนแกล้งแต่ยังรักนาโนฮะเหมือนเดิม
อัศวินสายธาร ชามอล (Shamal / 風の癒し手 湖の騎士シャマル) 
██
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย เรียวกะ ยูซึกิ / พากย์เสียงภาษาไทยโดย วิภาดา จตุยศพร)
หนึ่งในสี่อัศวินผู้พิทักษ์ คุณแม่ผู้แสนใจดีของบ้านยางามิ ปกติจะคอยดูแลฮายาเตะและทำงานบ้านในฐานะแม่บ้าน และผู้มีพลังรักษา แต่ฝีมือทำอาหารเข้าขั้นเกือบตายได้เลย(น้องแค้วการันตรี) ผู้มีความสามารถทางด้านเวทมนตร์สายสนับสนุน (คล้ายๆกับยูโน่) ห่วงใยฮายาเตะราวกับลูกของตัวเอง อาวุธคู่กายคือวงแหวนสายลม คลาลวินด์ (Klarl Wind)
ในภาค Strikers ได้เป็นหน่วยพยาบาลของแผนกปฏิบัติการณ์ที่ 6
สัตว์อสูรผู้พิทักษ์ ซาฟีร่า (Zafira / 蒼き狼 盾の守護獣ザフィーラ)
██
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย คาซึยะ อิชิโจ / พากย์เสียงภาษาไทยโดย มนูญ เรืองเชื้อเหมือน)
อสูรรับใช้ของฮายาเตะ รักและห่วงใยฮายาเตะมากที่สุด แปลงร่างเป็นหมาป่าได้ ถนัดกระบวนท่าต่อสู้ระยะประชิด และสายป้องกันด้วย

ตัวละครใหม่(ในภาค Strikers)[แก้]

กิงกะ นาคาจิม่า (Ginga Najajima) 
██
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย คิกาว่า เอริโกะ / พากย์เสียงภาษาไทยโดย จารุภา ลิ้มธีระยศ)

พี่สาวของซูบารุ อายุและยศมากกว่าซูบารุสองปี ได้เฟทช่วยไว้จากอุบัติเหตุไฟไหม้เมื่อสี่ปีก่อน ปัจจุบันทำงานอยู่ที่หน่วยภาคพื้นดินที่ 108 เช่นเดียวกับพ่อของเธอ ดีไวซ์ของเธอคือ บลิทซ์ คาลิเบอร์ (Blitz Caliber)และรีวอลเวอร์ นัคเคิล กับโรลเลอร์สเกต ที่เคยเป็นของเมแกน อัลไพน์ เวทมนตร์ของเธอเป็นสายเบลก้าผสมมิดชิลด้า ภายหลังได้อัพเกรดอาวุธให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะทางแผนกปฏิบัติการที่ 6 มอบให้

สึบารุ นาคาจิม่า (Subaru Nakajima) 
██
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย จิวะ ไซโต / พากย์เสียงภาษาไทยโดย วิภาดา จตุยศพร)

เด็กที่นาโนฮะช่วยไว้จากอุบัติเหตุไฟไหม้สนามบินจากลอสต์โลเกียเมื่อสี่ปีก่อน ทำให้เธออยากเป็นจอมเวทเหมือนาโนฮะเพราะเป็นไอด้อลประจำใจและพยามฝึกเวทที่ตัวเองไม่ชอบเพราะ เกลียดการทำร้ายกันเพื่อใช้พลังนั้นช่วยผู้คน หลังจากสอบผ่านการเลื่อนขั้นจอมเวทเป็นB ก็ได้รับการทาบทามจากหน่วยRiot6 เพื่อให้เข้าร่วมหน่วย อาวุธของเธอคือสนับมือชื่อ รีวอลเวอร์ นัคเคิล และโรลเลอร์สเกต เวทมนตร์ของเธอเป็นสายเบลก้าผสมมิดชิลด้า ภายหลังเธอได้อัพเกรดอาวุธให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวสนับมือยังเป็นอันเดิม แต่ได้เปลี่ยนตัวโรลเลอร์สเบลดเป็นดีไวซ์ มัค คาลิเบอร์ (Mach Caliber) ซึ่งมีความเร็วและความทนทานเพิ่มมากขึ้น มีท่าไม้ตายคล้ายท่าของนาโนฮะ คือ Divine buster แต่เป็นระยประชิดและความจริงแล้วซูบารุและพี่สาวกิงกะนั้นเป็นมนุษย์จักรกลสงครามโดยมีต้นแบบมาจากแม่ของซูบารุและกิงกะเพราะไม่มีลูกจึงรับทั้งสองคนไว้ดูแลเลย

เทียน่า แลนสเตอร์ (Teana Lanster) 
██
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย ไม นากาฮาระ / พากย์เสียงภาษาไทยโดย อรุณี นันทิวาส)

เป็นคู่หูกับซูบารู มีปืนเป็นอาวุธ เป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองสูง และวางแผนได้ดี เป็นจอมเวทสายมิดชิลด้าระดับBมีทักษะในด้านการยิงกระสุนเวท และเวทหลากหลาย และยังมีทักษะในด้านวิเคราะห์วางแผนและเป็นผู้นำด้วย เธอสอบตกการสอบเข้าโรงเรียนทัพฟ้าและเข้าโรงเรียนเตรียมทัพบกจนมีคนค่อนขอด ว่าทัพบกมันง่ายกว่าสินะทำให้เธอเจ็บใจ แต่ก็ได้พบกับซูบารุและต้องจับคู่กันช่วงแรกเธอไม่ชอบซูบารุเพราะชอบทำพลาด ซึ่งส่งผลต่อคะแนนของเธอ และเธอคิดว่าซูบารุเป็นลูกคุณหนูเข้ามาเรียนเล่นไม่ก็เส้นเข้ามา แต่หลังจากที่ได้พบความใสซื่อและร่าเริงของซูบารุเธอก็ชอบซูบารุ และกลายเป็นคู่สุดยอดของโรงเรียนไป เธอค่อนข้างฝังใจเรื่องของพี่เธอที่ตายในภารกิจ ปกติเธอจะเป็นคนจริงจังและดูเยือกเย็นแต่จริงๆแล้วกลับชอบฝืนเพราะคิดว่าตัว เองมีปมด้อยเรื่องที่ไม่มีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์เหมือนคนอื่นๆในทีม มีความสามารถในการยิงปืนเวทมนตร์และการสร้างภาพลวงตา ดีไวซ์ของเธอชื่อ ครอส มิราจ (Cross Mirage) ปกติจะอยู่ในรูปการ์ด และจะกลายเป็นปืน และมี Ai ในตัว เมื่อถูกเรียกใช้งาน ความฝันของเธอคือการเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการ เธอรับช่วงต่อจากพี่ชายที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อหกปีก่อน

เอริโอ มอลเดียล (Erio Mondial) 
██
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย มารินะ อิโนอุเอะ / พากย์เสียงภาษาไทยโดย ศรีอาภา เรือนนาค)

เป็นเด็กที่เกิดมาจาก โปรเจกต์ F (โครงงานวิจัยผลิตนักเวทเทียม) แทนลูกชายที่เสียไปของครอบครัวหนึ่ง แต่แล้วก็ถูกลักพาตัวไปทดลองเนื่องจากมีพลังเวทสูงจนแทบสูญเสียความเป็นมนุษย์ โชคดีที่ได้ เฟท ซึ่งทำคดีดังกล่าวช่วยเอาไว้ และพาไปเลี้ยงดูที่บ้านเด็กกำพร้าโดยมีเฟทเป็นผู้ดูแล และมีรินดี้ แม่บุญธรรม ด้วยพลังเวทที่มีมาแต่เกิดของเอริโอทำให้เรียนรู้เวทมนตร์ได้เร็วและตัดสินใจเข้าหน่วยงานบริหารมิติเวลาโดยมีระดับจอมเวทB สายเบลกา เอริโอได้เข้าร่วมกับหน่วย Riot6 พร้อมกับคาโร ในทีมLighting ที่มีเฟทเป็นหัวหน้าทีมซึ่งในช่วงเวลาที่อยู่ในหน่วยก็ได้รับการฝึกสอนโดยนาโนฮะไปพร้อมกับลูกทีมคนอื่นๆ และพัฒนาความสามารถเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะด้านความเร็ว และเวทสายฟ้าซึ่งเรียนมาจากเฟท โดยมีเฟทเป็นคนดูแล และอยู่ในหน่วยของเฟท เป็นคู่หูของคาโร ดีไวซ์คู่กายคือ สตราด้า (Strada) จะอยู่ในรูปของนาฬิกา เมื่อถูกเรียกใช้งานจะกลายเป็นหอกมีพลังโจมตีสูง มีท่าไม้ตายคือ Thunder Rage เขาได้รับการฝึกฝนมาจากเฟท จึงมีรูปแบบและความเร็วในการโจมตีสูง มักจะเป็นแนวหน้ายามปฏิบัติงานกับคาโรเสมอ

คาโร รู ลูเชีย (Caro Ru Lushe) 
██
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย มิคาโกะ ทาคาฮาชิ / พากย์เสียงภาษาไทยโดย อภิญญา พรมานะสุขุม)

เป็นผู้อัญเชิญมังกร ในอดีตเธอเกิดที่โลก Alzas ในเผ่านักอัญเชิญ แต่ด้วยพลังเวทที่มหาศาลของเธอ ทำให้คนในเผ่าได้เนรเทศเธอออกจากเผ่าเพราะความกลัว คาโรร่อนเร่ไปพร้อมกับฟริดจ์มังกรน้อยจนกระทั่งได้หน่วยTSABรับตัวมาแต่ทว่า พลังที่มหาศาลของเธอก็ทำให้เธอไม่สามารควบคุมได้และถูกควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด จนกระทั่งเฟทมารับไปดูแล หลังจากนั้นคาโรก็ไปอยู่หน่วยดูแลสัตว์ป่าที่Supool และคาโรได้พบว่าพลังของเธอเหมาะกับงานนี้ คาโรได้ถูกเชิญเข้าหน่วยRiot 6 จึงได้พบกับเฟทอีกครั้ง เธอได้พบกับเอริโอเด็กอีกคนที่เฟทรับดูแลเช่นกันและเริ่มสนิทกัน และทั้งสองได้อยู่ในทีม Lighting ที่เฟทเป็นหัวหน้าทีม ในตอนจบภาค Strikers คาโรและเอริโอ้ได้กลับไปที่ Supool ไปทำหน้าที่ดูแลสัตว์ป่าด้วยกัน คาโรนั้นเริ่มต้นที่เป็นจอมเวทระดับ C และในตอนท้ายจบลงที่ระดับ A+ คาโรนั้นไม่ถนัดเวทโจมตี แต่ถนัดเวทเสริมความสามารถ ซึ่งจะเร่งความสามารถของเพื่อนร่วมทีมให้มากขึ้น การโจมตีของคาโรจะเป็นการใช้มังกรที่เป็นคู่หู ฟริดจ์ โจมตีแทนมากกว่า ดีไวซ์ของคาโรคือ เครีเคออน (Kerykeion) เป็นดีไวซ์แบบใหม่ที่เรียกว่า Boost Device อยู่ในรูปถุงมือ เป็นกำไลและอยู่ในรูปถุงมือเมื่อถูกเรียกใช้งาน สามารถใช้เวทเพิ่มความสามารถให้กับคนอื่นได้ เช่น Boost up,Speed up ซึ่งเวลาใช้จะมีปีกแสงยื่นออกมา เธอทำงานอยู่ในหน่วยของเฟท เป็นคู่หูของเอริโอ มีสัตว์เลี้ยงเป็นมังกรชื่อ ฟรีดริช เธอสามารถใช้มนต์พิเศษอัญเชิญมังกรได้ 2 แบบ และถนัดการใช้เวทสนับสนุน

รีนฟอร์ส ซไว (Reinforce Zwei)
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย ยูคานะ / พากย์เสียงภาษาไทยโดย จารุภา ลิ้มธีระยศ)

เธอเป็น โซล ยูนิซัน ดีไวส์ (วิญญาณที่สามารถรวมร่างกับนักเวทคนอื่นและเพิ่มความสามารถได้)ที่ตั้งชื่อให้ว่า รีนฟอร์ซ ซไว เพราะเป็นคำสัญญาที่ให้ไว้กับโซล ยูนิซัน ดีไวส์ ของโปรแกรมป้องกันตัวเองจากหนังสือแห่งความมืดที่แยกออกมาตัวดั้งเดิมที่ถูกทำลายในภาค A's แต่จะเรียกสั้นๆว่า รีน มีขนาดตัวเล็กเท่าตุ๊กตา ถนัดมนต์สายสนับสนุน เธอมักจะทำงานร่วมกับฮายาเตะและไปไหนมาไหนกันด้วยเสมอ เธอสามารยูนิซันได้ 3 คนคือฮายาเตะ วีต้า และซิกนัม

ทาคามาจิ วีวีโอ้ (Takamachi Vivio)
(พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย คาโอริ มิซึฮาชิ

เป็นเด็กที่ถูกช่วยเหลือโดยหน่วยที่6 มีพลังเวทมากมายซุกซ่อนอยู่ในตัว ตอนนี้นาโนฮะกับเฟทจะเลี้ยงดูแทนแม่ของวีวีโอ้ โดยที่นาโนฮะเป็นผู้เลี้ยงดูส่วนเฟทเป็นผู้ปกครอง ภายหลังได้ถูกลักพาตัวไปเพื่อใช้ให้ควบคุมเปลแห่งราชาจนพวกนาโนฮะต้องไปช่วยออกมาเธอเป็นเด็กที่น่ารักและเรียกนาโนฮะและเฟทว่าคุณแม่ ทั้งสองใจดีต่อเธอมากจึงทำให้เธอติดทั้งสองมากและนาโนฮะก็รักเด็กคนนี้มากเช่นกัน ซึ่งความจริงแล้วตัวของวีวีโอ้นั้นเป็นร่างของราชาเบลก้าโบราณ

เจล สกาลิเอ็ดตี้ (Jel Skalieti)

เป็นอาชญากรต่างมิติ ที่ถูกออกหมายจับทั่วทุกมิติ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องทั้งหมด และเป็นผู้สร้างมนุษย์จักรกลสงครามทั้ง 12 ตัว รวมทั้งเป็นคนสร้างโปรเจกต์ F(โครงงานวิจัยผลิตนักเวทเทียม)ขึ้นมา มีแผนการที่จะยึดครองโลก โดยใช้เปลแห่งราชา(เปลแห่งเซโอ)เป็นอาวุธในการทำลายโลก

มนุษย์จักรกลสงคราม

เครื่องจักรกลรูปแบบมนุษย์ที่เจล สกาลิเอตี้ สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในแผนการ มี่ทั้งหมด 12 เครื่อง

นัมเบอร์ 1 อูโน่

นัมเบอร์ 2 ดูเอล

นัมเบอร์ 3 เทร IS ไดรอิมเพาล

นัมเบอร์ 4 ควอโทล IS ซิงเวอร์คาเท็น

นัมเบอร์ 5 ซิงเกล IS รับเบอร์ดีโทนาเทิล

นัมเบอร์ 6 เซน IS ดี๊บไดรเวอร์

นัมเบอร์ 7 ออตโต้ IS เรย์สตรอม

นัมเบอร์ 8 เซตเต้ IS ซลอตเตอร์อาร์ม

นัมเบอร์ 9 โนเว IS เบรกไลเนอร์

นัมเบอร์ 10 ดิเอซี่ IS เฮวี่บาเรล

นัมเบอร์ 11 เว็นดี้ IS แอร์เรียลลีฟ

นัมเบอร์ 12 ดี๊ด IS ทวินเบลด

สื่ออื่นๆ[แก้]

Nanoha The Movie 1st[แก้]

ในภาคนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสาวน้อยจอมเวท นาโนฮะโดยยังคงเนื้อหาหลักไว้ แต่เพิ่มส่วนต่างๆเข้าไปให้เติมเต็มเนื้อเรื่องที่ดูขาดหายไป ซึ่งยังไม่มีลิขสิทธิ์ในไทย

Nanoha The Movie 2nd A's[แก้]

เหมือนกับเดอะมูฟวี่ภาคแรกเพียงแค่ปรับเนื้อหานิดหน่อยแต่ยังคงเค้าโครงเดิมไว้ในส่วนของภาค A's

Mahou Shoujo Lyrical Nanoha A's Portable The Gears of Destiny[แก้]

เป็นฉบับเกมชูตติ้งภาคพิเศษของสาวน้อยจอมเวทนาโนฮะ มีเนื้อหาเป็นของภาค A's โดยให้มุมมองของตัวเอกเป็นทาคามาจิ นาโนฮะ ,เฟท เทสทารอสซ่า ,ยางามิ ฮายาเตะ และตัวละครอื่นๆที่มีในภาค A's ครบทุกตัว แต่จะเพิ่มตัวละครบางตัวที่เป็นเหมือนบทกลับ หรือด้านมืดของตัวเอกและตัวละครจากมังงะที่ยังไม่ทำเป็น Anime มีตัวละครเพิ่มดังนี้

รายชื่อตัวละครในสาวน้อยจอมเวทนาโนฮะ เอส เดอะ เกียร์ส ออฟ เดสตินี่[แก้]

ลิมิตี้ ฟลอรัน (Limie Florian)

ลิมิตี้ถูกกำหนดให้เป็นแฝดคนพี่ของตระกูลฟลอรัน แต่กลับเป็นสาวเลือดร้อนในบางเวลา เธอเรียนอยู่ในโรงเรียนมัธยมหญิงล้วนเอลเทรียสวมยูนิฟอร์มเกราะเวทสีน้ำเงินที่คล้ายกับไครี่ มีผมสีเข้มถักเปียเพื่อไม่ให้เกะกะเวลาต่อสู้

ไครี่ ฟลอรัน (Kyrie Florian)

ไครี่เป็นแฝดน้องของตระกูลฟลอรัน มีนิสัยเรียบง่าย มักทำหน้าง่วมซึม ไม่ค่อยสนใจการต่อสู้สักเท่าไหร่ แต่กลับเป็นเด็กสาวที่เก่งกาจแฃละมีพลังมหาศาลอย่างน่าประหลาดใจเรียนอยู่ที่เดียวกันกับลิมิตี้ สวมชุดเกราะสีชมพูอ่อน และมีผมสีอ่อนกว่าลิมิตี้

แมเทอเรียล เอส (Material-S)

แมเทอเรียล เอส หรือ ชื่อจริงคือ สเทิร์น เดอะ เดสทรัคเตอร์ (Stern the Destructor) หรือเรียกย่อๆว่า Stern เป็นเหมือนด้านมืดของนาโนฮะ รูปร่างภายนอกคล้ายกันมากมีส่วนที่ต่างกันคือสีของยูนิฟอร์มซึ่งนาโนฮะเป็นสีขาว แต่เอสเป็นสีดำ มีนิสัยเงียบๆ ดูเย็นชาและดุดันกว่านาโนฮะตัวจริงมาก

แมเทอเรียล แอล (Material-L)

แมเทอเรียล แอล หรือ ชื่อจริงคือ เลวี เดอะ สแลชเชอร์ (Levi the Slasher) หรือเรียกย่อๆว่า Levi เป็นเหมือนด้านมืดของเฟท รูปร่างภายนอกคล้ายกันมาก มีเพียงสีผมและเครื่องแบบที่แตกต่างกันบ้าง มีนิสัยก๋ากั่นและเหมือนเด็กไร้เดียงสา ต่างจากเฟทที่เป็นคนเรียบร้อย และไม่ค่อยร่าเริง

แมเทอเรียล ดี (Material-D)

แมเทอเรียล ดี หรือ ชื่อจริงคือ ลอร์ด เดอ อาร์เช่ (Load de Dearche) หรือเรียกย่อๆว่า Dearche เป็นเหมือนด้านมืดของฮายาเตะ รูปร่างภายนอกคล้ายกันมาก แต่สีผมเป็นสีเทาและเครื่องแบบส่วนมากเป็นสีม่วง มีนิสัยโหดเหี้ยม และมักจะทำหน้าตาดุดันอยู่เสมอ ต่างจากฮายาเตะที่เป็นเด็กสาวร่างเริงยิ้มง่ายและใจดี

ทาคามาจิ วีวีโอ (Takamachi Vivio)

เป็นเหมือนกับคนของผู้มีสายเลือดอดีตราชา ใช้วิชาการต่อสู้แบบ Strike Arts มาจากภาค Mahou Shoujo Lyrical Nanoha Vivid

ไอน์ฮาร์ท สตราทอส (Einheart Stratos)

เป็นเหมือนกับคนของผู้มีสายเลือดอดีตราชาเหมือนกับวีวีโอ แต่ดูท่าทางจะไม่ใช่คนไม่ดีอะไร เพราะเข้ากับวีวีโอได้ดี และสนิทกันในทันที ใช้วิชาการต่อสู้แบบ Kaiser Arts มาจากภาค Mahou Shoujo Lyrical Nanoha Vivid

Thoma Avenir

มาจากภาค Mahō Senki Ririkaru Nanoha Force

เพลงประกอบ[แก้]

เพลงเปิด[แก้]

  • innocent Starter (ภาค 1)
ขับร้องโดย นานะ มิซึกิ
  • ETERNAL BLAZE (ภาค A's)
ขับร้องโดย นานะ มิซึกิ
  • SECRET AMBITION (ภาค Strikers ตอนที่ 1-17)
ขับร้องโดย นานะ มิซึกิ
  • MASSIVE WONDERS (ภาค Strikers ตอนที่ 18-26)
ขับร้องโดย นานะ มิซึกิ
  • PHANTOM MINDS (The MOVIE 1st)
ขับร้องโดย นานะ มิซึกิ
  • BRIGHT STREAM (The MOVIE 2nd A's)
ขับร้องโดย นานะ มิซึกิ

เพลงปิด[แก้]

  • Little Wish 〜lyrical step〜 (ภาค 1)
ขับร้องโดย ยูคาริ ทามูระ
  • Spiritual Garden (ภาค A's)
ขับร้องโดย ยูคาริ ทามูระ
  • Hoshizora no Spica (ภาค Strikers ตอนที่ 1-14)
ขับร้องโดย ยูคาริ ทามูระ
  • Beautiful Amulet (ภาค Strikers ตอนที่ 15-26)
ขับร้องโดย ยูคาริ ทามูระ
  • My wish My love (The MOVIE 1st)
ขับร้องโดย ยูคาริ ทามูระ
  • Hohoemi no Plumage (The MOVIE 2nd A's)
ขับร้องโดย ยูคาริ ทามูระ

เพลงแทรกระหว่างเรื่อง[แก้]

  • Take a shot (ภาค 1 ตอนที่ 12)
ขับร้องโดย นานะ มิซึกิ
  • Snow Rain (ภาค A's ตอนที่ 11)
ขับร้องโดย คานะ อุเอดะ
  • BRAVE PHOENIX (ภาค A's ตอนที่ 12)
ขับร้องโดย นานะ มิซึกิ
  • Sora'iro no Yakusoku (ภาค Strikers ตอนที่ 8)
ขับร้องโดย จิวะ ไซโต
  • Pray (ภาค Strikers ตอนที่ 24)
ขับร้องโดย นานะ มิซึกิ
  • Don't be long (The MOVIE 1st)
ขับร้องโดย นานะ มิซึกิ
  • Snow Rain 〜Ver.Holy Night〜 (The MOVIE 2nd A's)
ขับร้องโดย คานะ อุเอดะ
  • Sacred Force -Extended Mix- (The MOVIE 2nd A's)
ขับร้องโดย นานะ มิซึกิ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]