สามแยกปากหวาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สัญลักษณ์รายการ สามแยกปากหวาน

สามแยกปากหวาน เป็นรายการทอล์คโชว์ทางหน้าปัดวิทยุที่ออกอากาศทางคลื่นวิทยุ HOT915 Live&Share ที่ความถี่ 91.5 FM โดยจะออกอากาศทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 21.00 น. จนถึงเวลา 23.00 น. ซึ่งมีดีเจดำเนินรายการทั้งหมด 3 คน รายการนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ยุค โดยในยุคแรกนั้นจะมีดีเจโจ้ อัครพล ธนะวิทวิลาศ, ดีเจโป้ง ณัฐพงษ์ แตงเกษม และดีเจน้าเน็ค เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา จนกระทั่งดีเจโจ้ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งตับ รายการสามแยกปากหวานจึงได้ยุติการออกอากาศไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง จนได้กลับมาออกอากาศอีกครั้งในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2554 โดยดีเจที่มาแทนในตำแหน่งของดีเจโจ้ คือดีเจเผือก พงศธร จงวิลาส

ในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555 ทางทีมงานได้โพสท์สถานะลงแฟนเพจโดยทางรายการจะงดออกอากาศโดยไม่มีกำหนด โดยให้สาเหตุว่าทางผู้จัดการรายการทั้งสามอย่าง ดีเจน้าเน็ค เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา, ดีเจโป้ง ณัฐพงษ์ แตงเกษม และดีเจเผือก พงศธร จงวิลาส ขอหยุดพักการจัดรายการลงชั่วคราว รายการกลับมาออกอากาศอีกครั้งในรูปแบบรายการทางโทรทัศน์ในชื่อรายการ สามแยกทีวี ทางช่อง GMM ONE นับตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

รูปแบบการจัดรายการ[แก้]

รูปแบบในรายการแต่ละอาทิตย์จะเป็นการพูดคุยในประเด็นต่าง ๆ ที่เด่นในช่วงระยะเวลานั้น ๆ แต่ในบางครั้งอาจจะมีประเด็นที่แปลก ๆ และนำมาพูดคุยและด้วยความเข้าใจและความเข้าขากันของทั้ง 3 ดีเจทำให้รายการมีความสนุกสนานและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยรายการนั้นส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 2 ช่วงก็คือ สามแยกแตกประเด็นและปากหวานงานเข้า โดยระหว่างดำเนินรายการทั้ง 3 ก็จะอ่านทั้งข้อความ SMS ที่ส่งมาและรวมทั้งข้อความของผู้ฟังที่โพสท์ลงในหน้าแฟนเพจของสามแยกปากหวานใน Facebook เพื่อให้ความคิดเห็นที่แตกต่างมากขึ้น

โดยนับตั้งแต่ 29 พฤษภาคมเป็นต้นมา ก็มีการเพิ่มกติกาการลงโทษในแต่ละสัปดาห์เข้ามา ทำให้ผู้ฟังสามารถติดตามจนกระทั่งจบรายการ โดยให้ผู้ฟังที่โทรศัพท์เข้ามาหน้าไมค์ทั้งใน 2 ช่วงและให้ทำการโหวตดีเจซึ่งจะตั้งไว้บนประเด็นแต่ละสัปดาห์ซึ่งจะแตกต่างกันไปซึ่งบทลงโทษก็จะแตกต่างไปเช่นกัน โดยช่วงแรก ๆ น้าเน็คจะเป็นคนคิดบทลงโทษแต่ช่วงหลังทางทีมงานก็จะเป็นคนคิดบทลงโทษให้

ที่มา[แก้]

รายการสามแยกปากหวานมีที่มาจากการริเริ่มโดยทางบริษัทที่อยากให้มีรายการทอล์คโชว์ทางหน้าปัดวิทยุ และอยากให้มีผู้ดำเนินรายการถึง 3 คน ทางดีเจไก่ สมพล ปิยะพงศ์สิริ ก็เลยชักชวนดีเจน้าเน็ค เกตุเสพสวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ที่รับบทน้าเหลือมในรายการเกมฮอตเพลงฮิตให้มาทำรายการนี้คู่กับดีเจโจ้ อัครพล ธนะวิทวิลาศและดีเจโป้ง ณัฐพงษ์ สมรรคเสวี โดยทั้ง 3 ได้ทำการคิดเกี่ยวกับรายการตรงบริเวณบันไดหนีไฟของตึกและต่างแซวผู้หญิงที่เดินผ่านตามประสาของทั้ง 3 ดีเจ โดยน้าเน็คได้กล่าวว่า ตี้ ซึ่งเป็นน้องครีเอทีฟรายการได้เดินมาแซวทั้ง 3 เล่น ๆ ว่า นี่มันสามแยกปากหมานี่หว่า! แต่ก็เดินกลับมาแก้อีกครั้งให้เบาลงว่า สามแยกปากหวานละกัน ซึ่งก็ถือเป็นจุดกำเนิดของชื่อรายการ สามแยกปากหวาน ในปัจจุบัน

ผู้ดำเนินรายการ[แก้]

พิธีกรสามแยกปากหวานในยุคสอง (จากซ้ายไปชวา) น้าเน็ค-แปะโป้ง-บัวลอยเผือก

แบ่งได้เป็นสองยุคอย่างง่าย ๆ ก็คือ ยุคโจ้-โป้ง-เน็ค และ ยุคน้าหนวด-แปะโป้ง-บัวลอยเผือก ในปัจจุบัน

ยุคแรก[แก้]

โจ้-โป้ง-เน็ค พ.ศ. 2544 - พ.ศ. 2548

ยุคสอง[แก้]

น้าหนวด-แปะโป้ง-บัวลอยเผือก ตั้งแต่ 16 มกราคม พ.ศ. 2554 - 30 กันยายน พ.ศ. 2555

  • ดีเจน้าเน็ค เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา มีสมญาว่า น้าหนวด, พี่หนวด, น้าเง็ก, น้าแง็ก, ผู้ใหญ่แฟ็ก, นายห้าง นอกจากนั้นเวลาหน้าไมค์ให้เรียกว่า ไอ้หนวด (ชื่อในวงการหนังโป๊ : แตงอ่อน วัวลาย)
  • ดีเจโป้ง ณัฐพงษ์ แตงเกษม มีสมญาว่า เทพหน้าปัด, ราชาหนังแผ่น, โป้ง 100เสียง นอกจากนั้นเวลาหน้าไมค์ให้เรียกว่า เทพหน้าปัด (ชื่อในวงการหนังโป๊ : ก๊อง เนินพระ)
  • ดีเจเผือก พงศธร จงวิลาส มีสมญาว่า เฮียผา, บัวลอยเผือก, หมวดจอห์นนี่ นอกจากนั้นเวลาหน้าไมค์ให้เรียกว่า เฮียปู (ชื่อในวงการหนังโป๊ : ริชาร์ด ราชเทวี)
  • คุณร่ำไร กีต้าร์ประจำรายการเพื่อใช้บรรเลงประกอบจังหวะเพลงที่จะร้องในรายการ

ในยุคนี้ เหล่าผู้ฟังได้ตั้งชื่อให้กลุ่ม 3 ดีเจนี้ว่า สามสูบ เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกที่ดูเป็นชื่อเฉพาะและเป็นคำพูดที่ติดปากง่ายต่อการจำ

นอกจากนี้ในบางอาทิตย์จะมีกรณีที่มาไม่ครบสามสูบทำให้มีดีเจมาทดแทนซึ่งดีเจเหล่านี้จะมีชื่อเรียกว่า ดีเจอะไหล่ ซึ่งตลอดเวลาออกอากาศที่ผ่านมานั้นก็มีดีเจมาแทนทำหน้าที่เป็นดีเจอะไหล่ดังนี้

ในอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ ตอน สามแยกซิมิ ทางน้าเน็คได้กำหนดให้มีการตั้งสมญานามให้กับคนที่มาหน้าไมค์ เพื่อให้จดจำได้ง่ายและไม่สับสนกัน โดยมีคนที่ได้รับสมญาคนแรกคือ เต๋า โดยตั้งให้เป็น เต๋าปลาแกด

ในอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2555 ทีมงานควายโบ้ออกมาประกาศผ่านทาง www.facebook.com/hot3yack ว่า สามแยกปากหวาน เน็ก โป้ง เผือก ขอหยุดพักการจัดรายการ งดออกอากาศไปอย่างไม่มีกำหนด

ทีมงานของรายการ[แก้]

1ในทีมงานสามแยกปากหวาน
ยุ้ย-ควาย-โบ้

ทุกรายการนั้นต้องมีทีมงาน ซึ่งในรายการนี้ก็มีเช่นกันเพียงแต่มีสมญานามให้เรียกเพื่อง่ายต่อการจำ โดยให้ต่อหลังจากชื่อเล่นทีมงานว่า ...-ควาย-โบ้ ซึ่งเป็นการผสมคำระหว่าง ควาย กับ แรมโบ้ ซึ่งหมายความว่าเป็นคนที่ทำงานได้ถึกและทำได้ทุกอย่าง แต่น้าเน็คยังเสริมอีกว่าเป็นคนที่ทำงานได้ทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องที่ไม่เอาไหน

ซึ่งก็มีทีมงานหลัก ๆ ดังนี้

  • ยุ้ย-ควาย-โบ้

เป็นโค-โปรแกรมที่มีหน้าที่รับสายผู้ที่โทรมาหน้าไมค์และเป็นอัดบันทึก cd รวมไปถึง ตั้งกล้องถ่ายวิดีโอ และ หน้าที่สำคัญ คือ ชงกาแฟให้น้าเนค กินในแต่ละสัปดาห์

  • อู๊ด-ควาย-โบ้, แนน-ควาย-โบ้ และ แอน-ควาย-โบ้

เป็นครีเอทีฟ, คุมรายการ, ดูภาพรวม, ถ่ายกล้องวิดีโอ, ประสานงาน, คุมเวลา, คิดหัวข้อเพื่อนำเสนอประเด็น, สามแยกแตกประเด็น, คิดบทลงโทษ, ตัดไฮไลท์ on air ในแต่ละอาทิตย์ โดย อู๊ด ควายโบ้ จะเป็นแกนนำหลักนำเทปไปให้ทีมตัดต่อเอาไปถ่ายทอดต่อใน YouTube และ เว็บ www.hot915.fm

วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เป็นวันที่เหล่าแฟน ๆ ผู้ฟังจัดตั้ง แฟนเพจ แนน ควายโบ้ Fanpage ซึ่งถือเป็นทีมงานคนแรกที่มีแฟนเพจเป็นของตัวเอง

วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555 1 ในทีมงานควายโบ้อย่าง แมน-ควาย-โบ้ ได้ประกาศว่า จะยุติหน้าที่การเป็นทีมงานในฝ่ายครีเอทีฟ เนื่องจากต้องการออกไปหาประสบการณืใหม่ ๆ เพราะฉะนั้น สามแยกปากหวาน ตอน "แต่งงาน" จึงเป็นตอนสุดท้ายในการทำงานของ แมน-ควาย-โบ้

วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 มีการประกาศทีมงานรายการคนใหม่เป็น แอน-ควาย-โบ้ มาทำหน้าที่เสริม

รูปแบบรายการ[แก้]

ยุคแรก[แก้]

รูปแบบรายการหลัก ๆ ในยุคนี้ จะเป็น การตอบจดหมาย ที่มาจากผู้ฟังทางบ้านและ หนีแม่มาหน้าไมค์ โดยการตอบจดหมายนั้นก็มีกติกาอยู่ที่ว่า 7 บรรทัดซัดเต็ม ๆ ก็คือเขียนอะไรก็ได้แต่ขอให้เขียนส่งอยู่ในกระดาษ 7 บรรทัด แต่ก็เป็นเรื่องตลกที่ผู้ฟังทางบ้าน เขียนจดหมายมาตามขวางของกระดาษซะงั้น ซึ่งการอ่านจดหมายของแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกันไป ตามสไตล์ของแต่ละคน

  • ดีเจโจ้ : ตอบสไตล์กลอน, ตอบสไตล์ทำนองของเพลงที่เปิด, ตอบสไตล์เพลงเทค
  • ดีเจเน็ก : ตอบในสไตล์รถขายกับข้าว, ตอบสไตล์บอลโลก, ตอบสไตล์ชายเน็คอ่อนล้า

นอกจากนี้ยังมีการสมมุติตัวเองเป็น F4 ที่เป็นที่นิยมในสมัยนั้นในการตอบจดหมายและดำเนินรายการในยุคนั้น

ส่วนการหนีแม่มาหน้าไมค์นั้น จะเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างดีเจกับผู้ฟังในประเด็นต่าง ๆ

ยุคสอง[แก้]

บรรยากาศในห้องกระจายเสียง
HOT915

ตามปกติแล้วรายการจะมีรูปแบบหลัก ๆ แบ่งเป็น 2 ช่วงคือ สามแยกแตกประเด็น และ ปากหวานงานเข้า แต่ในช่วงแรก ๆ จะมี 3 ช่วงนั้นก็คือ สามแยกแตกประเด็น, ปากหวานงานเข้า และ ตอบจดหมายและข้อความจากผู้ฟัง แต่ภายหลังก็ตัดช่วงที่ 3 นี้ออกแทน

จนกระทั่งถึงอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคมที่เป็นเทปที่ ดีเจพล่ากุ้ง มาแทนในตำแหน่งของ ดีเจเผือก พร้อมกับประเด็น "ถ้าคุณเป็นซุป'ตาร์ที่สวย, รวยและเก่ง คุณจะเลือกผู้ชายแบบไหน? ระหว่างหน้าตาดีมีเสน่ห์กับหน้าห่วยแต่รวยอารมณ์ขัน" (ซึ่งเป็นการตั้งประเด็นมาจากข่าวการแยกทางของ อั้ม-โน็ต ในช่วงนั้น) โดยน้าเน็คให้ผู้ฟังที่โทรมาหน้าไมค์นั้นโหวตจากทั้ง 3 ดีเจว่า "ถ้าเหลือผู้ชายเพียง 3 คนในโลก น้าเน็ค-พี่โป้ง-พล่ากุ้ง คุณจะเลือกใคร?" โดยคนที่ได้คะแนนน้อยสุดจากการโหวตตลอด 2 ชั่วโมงจะถูกทำโทษด้วยการ เผาขนหน้าแข้งด้วยไฟแช็ก Zippo ซึ่งถือเป็นการลงโทษครั้งแรกของรายการสามแยกปากหวานและคนที่โดนลงโทษครั้งแรกก็คือ ดีเจพล่ากุ้ง นั้นเอง

ซึ่งถ้านับจนถึงปัจจุบัน รายการก็สามารถแบ่งเป็น 3 ช่วงก็คือ

  • สามแยกแตกประเด็น เป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ฟังที่โทรมาหน้าไมค์และผู้ฟังที่ส่งข้อความมาทางแฟนเพจและSMS กับผู้ดำเนินรายการทั้งสามสูบ ซึ่งตลอดการพูดคุยนั้นจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันรวมทั้งดีเจก็จะเล่าเรื่องที่ตัวเองประสบพบเจอหรือเตรียมไว้ด้วย ซึ่งทั้ง 3 จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปในการพูดคุย
  • ปากหวานงานเข้า เป็นการพูดคุยกับผู้ฟังที่โทรมาหน้าไมค์เพื่อรับฟังและแก้ไขปัญหา โดยช่วงหลัง ๆ นั้นสายหน้าไมค์ที่เข้ามาส่วนใหญ่จะมีมากสุดคือ 3 สายเท่านั้น และเป็นช่วงสุดท้ายของรายการก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงบทลงโทษ โดยจากสถิติที่ผ่านมา ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีคะแนนพลิกแพลงมากที่สุด โดยผู้ที่มีคะแนนน้อย ๆ มักจะกลับมามีคะแนนโหวตมากขึ้นจากการที่ผู้ที่หน้าไมค์โหวตและทำให้คนที่มีคะแนนน้อยรอดจากการลงโทษประจำสัปดาห์
  • บทลงโทษ เปรียบเสมือนช่วงโบนัสท้ายรายการที่จะมีการลงโทษ 1 ใน 3 สูบที่มีคะแนนน้อยที่สุดซึ่งในแต่ละอาทิตย์บทลงโทษจะแตกต่างกันไปตามประเด็นที่พูดคุยในช่วงนั้น ๆ ซึ่งช่วงแรก ๆ น้าเน็คจะเป็นคนเตรียมบทลงโทษแต่ส่วนใหญ่บทลงโทษที่น้าเตรียมมาจะโดนซะเอง ช่วงหลังทีมงานจึงเป็นคนเตรียมบทลงโทษให้

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูล[แก้]