สัตยะ สาอี บาบา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สัตยา ไส บาบา

สัตยา ไส บาบา[1] (เตลูกู: సత్య సాయిబాబా [sætjæ saɪ bæbæ]; กันนาดา: ಸತ್ಯ ಸಾಯಿ ಬಾಬ; ทมิฬ: சத்ய சாயி பாபா; มาลายาลัม: സത്യസായിബാബ; สันสกฤต: सत्य साईबाबा) หรือที่รู้จักกันดีและนิยมเรียกว่าไส บาบา เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2469 มีชื่อจริงว่าสัตยนารายัณ ราชู เป็นนักบวชชื่อดังของอินเดียใต้แห่งรัฐทมิฬนาฑู เขาสามารถระลึกชาติได้ว่าตนเองเป็นสาอี บาบาแห่งศิรฑีกลับชาติมาเกิด สัตยะ สาอี บาบาเป็นผู้ก่อตั้งองค์กรสัตยะ สาอี (Sathya Sai Organization) คำสอนของเขาคือ "คนเราเกิดมา ความรักมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องดีเสมอไป"[ต้องการอ้างอิง] สำหรับคำว่าไสนั้นเกี่ยวเนื่องกับวันพฤหัสบดีหรือที่เรียกว่าวันไส (อังกฤษ: Sai Day) เสียชีวิตที่รัฐอานธรประเทศเมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554

คำสอน[แก้]

สัตยา ไส บาบา กล่าวว่า สมาธิที่แท้จริงคือการที่จิตใจของเราอยู่กับพระเจ้าหรือพุทธะหรือจิตบริสุทธิ์ตลอดเวลา มันเป็นสภาวะที่จิตใจของเราผูกพันอย่างแนบแน่น จนกลมกลืนเป็นอันหนึ่งเดียวกันกับพระเจ้าหรือจิตบริสุทธิ์ ซึ่งสภาวะนี้ทุกคนสามารถฝึกฝนให้บรรลุได้ด้วยความเพียรพยายาม และพรของพระผู้เป็นเจ้าหรือพระผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพ[2] คำสอนอื่นๆ งาน (Work) เปรียบเหมือนเมล็ด การบูชา (Worship) เปรียบเหมือนต้นไม้ ปัญญา (Wisdom) เปรียบเหมือนผลไม้

การฝึกสมาธิด้วยแสงสว่าง[แก้]

สมาธิด้วยแสงสว่าง (อังกฤษ: Jyothi Meditation) เริ่มต้นฝึกโดยการนึกถึงแสงสว่าง และนำแสงสว่างไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย เพื่อเป็นอุบายให้จิตใจคล้อยตามไปในทางที่ถูกต้อง จนกระทั่งจิตใจสงบขึ้น ในการเริ่มทำสมาธิรวมถึงการนึกคิดหรือรู้ตัวอยู่ว่ากำลังทำสมาธิ นั่นไม่ใช่สมาธิที่แท้จริง เพราะสมาธิที่แท้อยู่เหนือการนึกคิด เมื่อจิตใจสงบนิ่งดีแล้ว และกำลังจะแผ่ขยายแสงสว่างออกไปจากตัวเรา ตอนนี้เองที่ร่างกายและตัวตนจะถูกลืมเลือนและจมดิ่งลึกอยู่กับแสงสว่างที่กระจายออกไปปรากฏอยู่ในทุกชีวิต ทุกหนทุกแห่ง นี่คือการเริ่มเข้าสู่สมาธิที่แท้จริง

ข้อกล่าวหา[แก้]

มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเสกวัตถุขึ้นมาว่าเป็นการหลอกลวง โดยใช้เทคนิคของมายากล รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศเด็กชาย[3]

อ้างอิง[แก้]

  1. ตามพจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ 3 หน้า 220 ใช้การทับศัพท์ชื่อชาวอินเดีย Baba ว่าบาบา
  2. หนังสือภชันไทย มูลนิธิสัตยาไส
  3. รายงานข่าว เอเอฟพี 24 เมษายน พ.ศ. 2554