สลาวีชา วอคานอวิช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สลาวีชา วอคานอวิช
Jokka.jpg
วอคานอวิช ในปี พ.ศ. 2556
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม สลาวีชา วอคานอวิช
วันเกิด 16 สิงหาคม พ.ศ. 2511 (46 ปี)
สถานที่เกิด โนวี่ แซด ยูโกสลาเวีย
ส่วนสูง 1.91 ม. (6 ฟุต 3 นิ้ว)
ตำแหน่ง กองกลางตัวรับ
สโมสรเยาวชน
1985–1988 โนวี่ แซด
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
1988–1990 วอจโวดีนา 61 (21)
1990–1993 พาร์ทีซาน 54 (10)
1993–1995 โอวีโด 62 (12)
1995–1999 เทเนรีเฟ 123 (17)
1999–2000 ลาโกรูญา 23 (2)
2000–2002 เชลซี 39 (0)
2003–2004 เมอร์เซีย 6 (0)
รวม 368 (62)
ทีมชาติ
1991 ยูโกสลาเวีย 6 (0)
1994–2002 เซอร์เบีย/มอนเตเนโกร 58 (10)
บริหารทีม
2008–2009 พาร์ทีซาน
2012-2013 เมืองทอง ยูไนเต็ด
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร
นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ

† ลงเล่น (ประตู)

สลาวีชา วอคานอวิช (เซอร์เบีย: Славиша Јокановић; เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2511) เป็นนักฟุตบอลชาวเซอร์เบีย เล่นในยุค 1990-2000 เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับ เขามีเอกลักษณ์คือลูกโหม่งกลางอากาศที่ยอดเยี่ยม

ประวัติการเล่นฟุตบอล[แก้]

วอจโดวินา[แก้]

วอคานอวิช เกิดที่เมือง โนวี แซด เมืองในสาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย เริ่มเล่นฟุตบอลที่บ้านเกิดของตนในชุดเยาวชนกับ เอฟเค โนวีแซด ทำให้เขาได้ก้าวขึ้นไปสู่ทีมชุดใหญ่อย่างรวดเร็วโดยได้ย้ายไปเล่นให้กับทีมใน เอฟเค วอจโดวินา ด้วยอายุ 20 ปี ของเขาซึ่งช่วยให้ทีมวอจโดวินาคว้าอันดับหนึ่งของ ลีกนานาชาติ ได้ในฤดูกาล 1988-89 ด้วยการยิงไป 4 ประตู และลงเล่นไป 24 นัด

พาร์ทิซาน[แก้]

ในปี 1990 วอคานอวิช ได้เซ็นสัญญาร่วมกับ สโมสรฟุตบอลพาร์ทิซาน ในปีที่สองของเขาเขาช่วยสโมสรชนะถ้วยในประเทศและในสามฤดูกาลของเขายิงได้อย่างน่าประทับใจโดยเฉพาะ 13 ประตูในลีก วอคานอวิชเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลายคนที่ให้ช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ได้ลีก ซึ่งเขาได้ช่วยให้สโมสรได้ 103 คะแนน จากการลงเล่น 36 นัดทั้งหมด

เรอัล โอวีโด / เทเนริเฟ[แก้]

หลังจากการโชว์ฟอร์มที่น่าประทับใจของ สโมสรฟุตบอลพาร์ทิซาน วอคานอวิชเซ็นสัญญากับเรอัลโอวีโดใน สเปน โดยในช่วงสองฤดูกาลของเขาที่อยู่กับโอวีโด เขาได้พบเพื่อนจากประเทศเดียวกันหลายคนอาทิเช่น วานโก วานโควิช,นิโคลา เยอร์คาน,โรเบิร์ต โพรชายเนสกี ต่อจากนั้นเขาได้เซ็นสัญญากับทีมในลาลีกาอย่าง เซเด เทเนริเฟ โดยเป็นสื่อในการรวมประเทศหมู่เกาะคานารี ซึ่งสี่ฤดูกาลที่เขาอยู่กับ เทเนริเฟเขาได้ลงเล่นมากกว่า 120 นัด และทำประตูไปได้ 17 ประตู โดยเขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของเทเนริเฟ่ในยุดนั้นเลยก็ว่าได้

เดปอร์ตีโบเดลาโกรูญา[แก้]

ในปี 1999 ในช่วงฤดูร้อน วอคานอวิชในอายุ 31 ปี เซ็นสัญญากับ เดปอร์ตีโบเดลาโกรูญา,ซึ่งเขามีกองกลางชาวบราซิลสองคนอย่าง มายูรู ซิลวาและ โดนาโต กามา ดา ซิลวา มาช่วยกันทำเกมส์และตัดเกมส์จากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งทั้งสามคนเป็นกองกลางคนสำคัญที่มีส่วนร่วมทำให้โกรูญาคว้าแชมป์ ลาลีกา มาครองได้สำเร็ญใน ฤดูกาล 1999-2000

เชลซี / เรอัลเมอร์เซีย[แก้]

หลังจากนั้นเพียงหนึ่งฤดูกาลด้วยกับเดปอร์,วอคานอวิชเซ็นสัญญากับสโมสรฟุตบอลเชลซีทีมในพรีเมียร์ลีกเมื่อเดือน ตุลาคม ค.ศ. 2000 ด้วยค่าตัว 1.7 ล้านปอนด์ เขาได้ลงเล่นค่อนข้างน้อยในช่วงสองฤดูกาลเพราะอายุที่เริ่มมากขึ้นและถูกปล่อยตัวในเดือน กรกฎาคม ค.ศ. 2002 ในวัย 34 ปี,[1] และแขวนสตั๊ดของเขาในช่วงที่สองกับการย้ายมาเล่นในลีกสเปนกับเรอัลเมอร์เซีย ซึ่งได้แค่สามเดือน และลงสนามเพียง 6 นัดเท่านั้น

ประวัติการคุมสโมสร[แก้]

พาร์ทิซาน[แก้]

วอคานอวิชอาศัยอยู่ในมาดริดตอนที่เขาเข้ามาในเดือน กันยายน ค.ศ. 2007 อย่างไรก็ตามสามเดือนต่อมาเขาก็กลายเป็นผู้จัดการทีมของสโมสรฟุตบอลพาร์ทิซาน

ในเดือน พฤษภาคม ค.ศ. 2008 ภายใต้การคุมทีมของวอคานอวิช นำทีมพาร์ทิซานชนะทั้งหมด (ทั้งลีกและถ้วย) เขาได้รับการแต่งตั้งเป็น "โค้ชที่ดีที่สุดในเซอร์เบีย" ในปีเดียวกัน เซอร์เบียเอฟเอ ปฏิเสธที่จะให้ได้รับรางวัลนี้เนื่องจากพาร์ทิซานทำผลได้งานได้แย่ในถ้วยยุโรปอย่าง ยูฟ่าคัพ ฤดูกาล 2008-09 รอบแบ่งกลุ่ม

ในฤดูกาลแรกในการเป็นผู้จัดการทีมของเขา วอคานอวิชนำพาร์ทิซานชนะในลีกกับพร้อมกับแซงหน้าอดีตสโมสรเก่าที่เคยเล่นอย่าง เอฟเค วอจโดวินา ดังนั้นเขาก็กลายเป็นโค้ชคนแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรที่ประสบความสำเร็จได้รับเกียรติอย่างเป็นทางกสน เมื่อวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 2009 อย่างไรก็ตามเขาออกจากตำแหน่งโดยความยินยอมร่วมกัน[2] ด้วยการอำลาสโมสรประมูลผ่านจดหมายเปิดผนึก[3]

เมืองทอง ยูไนเต็ด[แก้]

เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 ทาง สโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้เซ็นสัญญากับวอคานอวิชอย่างเป็นทางการซึ่งได้ลงคุมทีมนัดแรกในนัดปรี-ซีซั่น กระชับมิตร ก่อนเปิดฤดูกาล ที่ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวา 2550 จังหวัดนครราชสีมา กับ สโมสรฟุตบอลจังหวัดนครราชสีมา จบการแข่งขัน ผลเสมอกันไป 0-0 ส่วนการคุมทีมลงสนาม ไทยพรีเมียร์ลีก 2012 นัดแรก ลงสนามพบกับ บีอีซีเทโร ศาสน ที่สนามเอสซีจีสเตเดียม ผล เมืองทองฯ ชนะ 2-1 โดยเมืองทองฯได้ประตูจากลูกยิงไกลของ ดัสกร ทองเหลา และการโหม่งทำประตูของ ดาโน เซียกา ในช่วงท้ายเกม และในฤดูกาล 2555 นี้ได้พาทีม เมืองทองยูไนเต็ดคว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 3 พร้อมสถิติทำไร้พ่าย

อ้างอิง[แก้]