สมเด็จพระมเหสีเจิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สมเด็จพระมเหสีเจิน
恪顺皇贵妃旧照.jpg
พระนาม สมเด็จพระมเหสีเค่อชุ่น
พระอิสริยยศ สมเด็จพระมเหสี
ราชวงศ์ ชิง
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2419
สิ้นพระชนม์ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2443
(พระชนมายุ 24 พรรษา)
พระราชบิดา นายจางซู
พระราชสวามี สมเด็จพระจักรพรรดิกวังซวี่
    

สมเด็จพระมเหสีเจิน (จีน: 珍妃; พินอิน: Zhēnfēi, เจินเฟย) (ประสูติ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2419 — สิ้นพระชนม์ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2443) พระนามที่ทรงได้รับหลังจากการสิ้นพระชนม์แล้วว่า "สมเด็จพระมเหสีเค่อชุ่น" (จีน: 恪顺皇贵妃; พินอิน: Kèshùnhuángguìfēi, เค่อชุ่นหวงกุ้ยเฟย์) หรือพระสมัญญานามอย่างไม่เป็นทางการว่า "มเหสีไข่มุก" (อังกฤษ: Pearl Concubine) เป็นสมเด็จพระมเหสีในสมเด็จพระจักรพรรดิกวังซวี่แห่งราชวงศ์แมนจูของประเทศจีน

เมื่อประสูติทรงพระนามว่า "ตาตาลา" (จีน: 他他拉; พินอิน: Tātālā) โดยทรงเป็นธิดาของนายจางซู (พินอิน: Changxu) ชาวแมนจูเผ่าตาตาลา และเป็นพระน้องนางของสมเด็จพระมเหสีจิน (จีน: 瑾妃; พินอิน: Jīnfēi, จินเฟย) ซึ่งร่วมพระสวามีเดียวกันคือสมเด็จพระจักรพรรดิกวังซวี่

นางตาตาลาถวายตัวเข้าวังใน พ.ศ. 2431 และเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระจักรพรรดิอย่างยิ่ง ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ปีถัดมา ก็โปรดให้สถาปนาขึ้นเป็น "พระมเหสีเจิน"

ในระยะเริ่มแรก ซูสีไทเฮาโปรดในทักษะความสามารถของพระมเหสีเจินอย่างยิ่ง ทรงให้ว่าจ้างศิลปินชั้นนำของประเทศมาสอนพระมเหสีในด้านศิลปะและการดนตรีด้วย อย่างไรก็ดี พระมเหสีเจินได้ชักนำให้สมเด็จพระจักรพรรดิมีพระราชหฤทัยที่กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และเป็นพระองค์เองขึ้น นอกจากนี้ยังทรงผันพระราชหฤทัยสมเด็จพระจักรพรรดิให้หันไปศึกษาและรับเอามาซึ่งสิ่งที่ดีจากต่างชาติ และยังมีบันทึกว่าพระมเหสีทรงสนพระทัยในการถ่ายภาพและทรงเชื้อเชิญให้ชาวตะวันตกเข้ามายังนครต้องห้ามเพื่อมาสอนพระองค์เกี่ยวกับนวัตกรรมนี้ด้วย การนิยมคบค้าสมาคมกับต่างชาติและพระบุคลิกลักษณะอันประหลาดของพระมเหสีเองคือโปรดฉลองพระองค์เป็นบุรุษ ยังให้ซูสีไทเฮาทรงเริ่มจงชังพระมเหสีพระองค์นี้ขึ้นเรื่อย ๆ และเพื่อเป็นการประชดประชัน ซูสีไทเฮาทรงออกพระนามพระมเหสีว่า "คุณย่าเจิน" (อังกฤษ: Grandma Zhen)

เมื่อพระมเหสีเจินสนับสนุนให้สมเด็จพระจักรพรรดิก่อรัฐประหารเพื่อชิงอำนาจทางการเมืองจากซูสีไทเฮา ซูสีไทเฮาซึ่งทรงสดับความก่อนก็เสด็จไปบริภาษพระมเหสีต่าง ๆ นานา และด้วยข้อหาว่าพระมเหสีทรงก้าวก่ายกิจการบ้านเมืองก็มีพระราชเสาวนีย์ให้ลงโทษเฆี่ยนตีและนำพระมเหสีไปจำขังไว้ ณ ตำหนักเย็นนับแต่นั้น

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2443 ในเหตุการณ์ที่กองทหารผสมแปดชาติบุกยึดกรุงปักกิ่งอันเนื่องมาจากการที่ซูสีไทเฮาทรงสนับสนุนกบฏนักมวยให้ทำร้ายชาวต่างชาติ ก่อนกองผสมนานาชาติจะเข้ากรุงได้ ซูสีไทเฮาและบรรดาบุคลากรในพระราชสำนักได้ลี้ภัยไปยังนครซีอาน มณฑลฉ่านซี และก่อนหน้าจะเสด็จลี้ภัย ซูสีไทเฮาได้ทรงเบิกพระมเหสีเจินมาเฝ้าและมีรับสั่งว่า[1]

เมื่อแรก เราตั้งใจจะนำเจ้าไปกับเราด้วย แต่เจ้านั้นยังอ่อนวัยและจิ้มลิ้มนัก เกรงว่าจะถูกพวกทหารต่างชาติกระทำทารุณข่มขืนเอาได้ ดังนั้น เราเชื่อว่าเจ้าคงเข้าใจว่าควรทำเช่นไรต่อไป

เมื่อทรงเข้าพระทัยว่าซูสีไทเฮาหมายให้ทรงกระทำอัตวินิบาตกรรม พระมเหสีเจินก็ทรงร้องขอต่อซูสีไทเฮาให้ทรงอนุญาตให้สมเด็จพระจักรพรรดิประทับอยู่ในพระนครเพื่อให้เป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนและเพื่อเจรจากับต่างชาติ ซูสีไทเฮาทรงสดับแล้วก็ทรงพระโกรธยิ่งนัก มีพระราชเสาวนีย์ให้บรรดาขันทีเข้ากลุ้มรุมจับพระมเหสีไปทิ้งลงบ่อน้ำนอกตำหนักหนิงเซี่ย (อังกฤษ: Ningxia Palace) ทางเหนือของนครต้องห้าม ถึงแก่กาลดับขันธ์

อย่างไรก็ดี นายสเตอร์ลิง ซีเกรฟ (อังกฤษ: Sterling Seagrave) นักประวัติศาสตร์สมัยใหม่ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอาจไม่ได้เป็นพระราชเสาวนีย์โดยตรงของซูสีไทเฮาก็ได้ แต่อาจเป็นการริเริ่มหรือนำเสนอของพวกขันที หรือพระมเหสีอาจทรงกระโดดลงบ่อน้ำด้วยพระองค์เองก็ได้

เชิงอรรถ [แก้]

  1. ^ "I originally planned to bring you along with us. But you are young and pretty, and are likely be raped by the foreign soldiers on the way. I trust you know what you should do."

ดูเพิ่ม [แก้]