สมเด็จพระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สมเด็จพระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย
Bao Dai01.jpg
ราชวงศ์ เหงียน
ครองราชย์ 8 มกราคม พ.ศ. 246925 สิงหาคม พ.ศ. 2488
ระยะครองราชย์ 19 ปี
รัชกาลก่อนหน้า สมเด็จพระจักรพรรดิขายดิ่ญ
รัชกาลถัดไป ไม่มี (สิ้นสุดระบอบกษัตริย์)
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2456
เว้ อินโดจีนของฝรั่งเศส
สวรรคต 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2540
ปารีส ประเทศฝรั่งเศส (พระชนมายุ 83 พรรษา)
ฝังศพ สุสานปาซี ปารีส ประเทศฝรั่งเศส
พระราชบิดา สมเด็จพระจักรพรรดิขาย ดิ่ญ
พระราชมารดา เจ้าหญิงดวาน ฮวี
พระมเหสี เหงียน หืว ถิ ลาน
ฟี อั๊ญ
ฮหว่าง เตี๋ยว ลาน
บู่ย หม่ง เดี่ยป
มอนิก โบโด
    

จักรพรรดิบ๋าว ดั่ย (โกว๊กหงือ: Bảo Đại; จื๋อโนม: 保大; 22 ตุลาคม พ.ศ. 2456 - 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2540) ทรงเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 13 และพระองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์เหงียน ตั้งแต่ พ.ศ. 2469 - พ.ศ. 2488 ทรงเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งอันนัมในอารักขาของฝรั่งเศส ซึ่งขณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของเวียดนาม ในช่วงนี้พระองค์ทรงได้รับความคุ้มครองจากฝรั่งเศสโดยอินโดจีนของฝรั่งเศส พระองค์ทรงขึ้นครองราชบัลลังก์ในปี พ.ศ. 2475 เมื่อมีพระชนมายุ 19 พรรษา ต่อมาญี่ปุ่นได้ทำการขับไล่ฝรั่งเศสออกจากดินแดนนี้ในปีพ.ศ. 2488 และใช้อำนาจการปกครองผ่านจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย ในช่วงนี้พระองค์ทรงตั้งชื่อประเทศใหม่ว่า "เวียดนาม" พระองค์ทรงสละราชบัลลังก์ในเดือนสิงหาคมเมื่อญี่ปุ่นยอมแพ้สงคราม

พระองค์ทรงเป็นหัวหน้ารัฐในเวียดนามใต้ตั้งแต่ พ.ศ. 2492 จนกระทั่ง พ.ศ. 2498 จักรพรรดิบ๋าว ดั่ย ทรงมีความใกล้ชิดกับฝรั่งเศสและเสด็จประทับต่างประเทศบ่อยครั้ง นายโง ดิ่ญ เสี่ยม นายกรัฐมนตรีได้ขับไล่พระองค์ในการลงประชามติปลดจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย ออกจากราชบัลลังก์เมื่อปี พ.ศ. 2498

ช่วงต้นของชีวิต[แก้]

เจ้าชายเหงียน ฟุก หวิญ ถวิ ขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งเวียดนาม

พระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย ประสูติในพระยศเจ้าชายเหงียน ฟุก หวิญ ถวิ (Nguyễn Phúc Vĩnh Thụy) ณ พระราชวังดวาน-จาง-เวียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเมืองต้องห้ามสีม่วง ซึ่งเป็นเมืองหลวงในขณะนั้นมีความเก่าแก่สืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณโดยมีพระยศเหงียน ฟุก หวิญ ถวิ พระราชบิดาของพระองค์คือ สมเด็จพระจักรพรรดิขาย ดิ่ญ แห่งอันนัม พระมารดาของพระองค์เป็นพระมเหสีพระองค์ที่ 2 ของพระจักรพรรดิคือ เจ้าหญิงตื่อ กุง ผู้ซึ่งได้เปลี่ยนพระนามเป็น ดวาน ฮวี เมื่อพระนางทรงอภิเษกสมรสในปี พ.ศ. 2456 และพระนางได้เป็นสมเด็จพระพันปีหลวงในปี พ.ศ. 2476 และด้วยพระยศพระราชวงศ์ชั้นสูงในปี พ.ศ. 2488

จากปี พ.ศ. 2345 ประเทศซึ่งรู้จักก่อนหน้าว่า เวียดนามและอันนัมได้เป็นรัฐบรรณาการของจีนปกครองโดยพระจักรพรรดิ ตำแหน่งนั้นได้ถูกลดความสำคัญลงโดยรัฐบาลฝรั่งเศส หลังศตวรรษที่ 19 ที่เข้ามายึดครองอันนัม ตองกิง และอาณานิคมแห่งโคชินไชนา ราชวงศ์เหงียนได้ปกครองส่วนประเทศอันนัม

เมื่อพระชนมายุ 9 พรรษา เจ้าชายเหงียน ฟุก หวิญ ถวิ ถูกส่งไปยังฝรั่งเศส เพื่อศึกษาที่โรงเรียนมัธยมปลายกงดอร์แซ (Lycée Condorcet) และหลังจากนั้นเข้าศึกษาในสถาบันรัฐศึกษาปารีส (Institut d'Études Politiques de Paris) ในปี พ.ศ. 2466 เมื่อมีพระชนมายุ 13 พรรษา พระองค์ทรงครองราชสมบัติหลังจากการเสด็จสวรรคตของพระบิดา ในพระนาม บ๋าว ดั่ย (Bảo Đại) แต่พระองค์ทรงไม่ได้ขึ้นครองราชย์อย่างเต็มรูปแบบ ทรงต้องกับไปศึกษาที่ฝรั่งเศส พระองค์ทรงถูกควบคุมโดยรัฐบาลฝรั่งเศส อันนัมได้เป็นส่วนหนึ่งในสหภาพฝรั่งเศสอินโดจีน โดยตลอดศตวรรษที่ 20 พระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย ทรงได้รับการรู้อย่างกว้างขวางว่าทรงเป็นผู้นำหุ่นเชิดของอาณานิคมฝรั่งเศส

อภิเษกสมรส[แก้]

ในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2477 ณ พระราชวังหลวงแห่งเว้ สมเด็จพระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย ทรงอภิเษกสมรสกับ มารี-เตแรซ เหงียน หืว ถิ ลาน สามัญชนคาทอลิกชาวเวียดนามในตระกูลผู้มั่งมี พระนางทรงเปลี่ยนพระนามใหม่ว่า "นาม เฟือง" หรือ "น้ำหอมแห่งแดนใต้" ทั้งสองพระองค์มีพระโอรส-ธิดารวม 5 พระองค์ ได้แก่

พระนางทรงได้รับพระราชทานพระยศ "สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งเวียดนาม" ในปี พ.ศ. 2488

สมเด็จพระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย (ขวา) เจ้าหญิงดวาน ฮวี พระมารดา (กลาง) และสมเด็จพระจักรพรรดินีนาม เฟือง (ซ้าย)

พระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย มีพระมเหสีอีก 4 พระองค์ โดย 3 พระองค์แรกทรงรับเป็นพระมเหสีในระหว่างการอภิเษกสมรสกับพระจักรพรรดินีนาม เฟืองได้แก่

และมีพระสนมลับ 1 พระองค์คือ นักเต้นรำชาวเวียดนามจากฮานอย ชื่อ ลี้ เหละ ห่า (Lý Lệ Hà)

อิสรภาพและการสละราชบัลลังก์[แก้]

ในปีพ.ศ. 2483 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ประจวบกับเหตุการณ์ที่กองทัพเยอรมนีบุกฝรั่งเศส กองทัพญี่ปุ่นได้โจมตีอินโดจีนของฝรั่งเศส ขณะที่ได้ขับไล่คณะบริหารอาณานิคมของฝรั่งเศส ผู้มีอำนาจในญี่ปุ่นได้เข้ามาปกครองโดยมีระบอบวีชีอยู่เบื้องหลัง

สมเด็จพระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย แห่งเวียดนาม

ญี่ปุ่นได้ให้สัญญาว่าจะไม่ก้าวก่ายกิจการของสภาแห่งเว้ แต่ใน พ.ศ. 2488 ได้บีบบังคับให้จักรพรรดิบ๋าว ดั่ย ทรงประกาศอิสรภาพต่อฝรั่งเศสและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่นในวงไพบูลย์ร่วมแห่งมหาเอเชียบูรพา ประเทศจึงกลายเป็นจักรวรรดิเวียดนาม ญี่ปุ่นได้มีผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์เวียดนามคือ เจ้าชายเกื่อง เด๋ ได้เตรียมการที่จะเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่โดยทำการกำจัดจักรพรรดิองค์ปัจจุบันด้วยการสนับสนุนของญี่ปุ่น ญี่ปุ่นได้ยอมแพ้แก่ฝ่ายสัมพันธมิตรในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2488 และเวียดมินห์ภายใต้การนำของโฮจิมินห์ต้องการปลดปล่อยเวียดนามให้เป็นอิสระ เขาได้รับการรวมกลุ่มโดยสมาคมชาวญี่ปุ่น โฮจิมินห์ได้โน้มน้าวให้พระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย สละราชบัลลังก์ในวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2488 เพื่อเพิ่มพลังอำนาจให้เวียดมินห์ พระองค์ได้เป็น "ที่ปรึกษาสูงสุด" ให้กับเวียดนามเหนือของโฮจิมินห์ในฮานอย ที่ซึ่งเรียกร้องอิสรภาพในวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2488 แต่โดนเพิกถอนจากฝรั่งเศสในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2489

ขณะที่เวียดนามได้เข้าสู่สงครามอินโดจีนครั้งที่ 1 พระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย เสด็จออกจากเวียดนามหลังจากหนึ่งปีในบทบาทเป็นที่ปรึกษา พระองค์พำนักอยู่ทั้งฮ่องกงและจีน แต่สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 4 ได้ชักชวนให้พระองค์กลับประเทศในปี พ.ศ. 2492 เพื่อให้เป็นประมุขแห่งเวียดนาม ไม่ใช่ยศพระจักรพรรดิ พระองค์กลับฝรั่งเศสในไม่ช้า อย่างไรก็ตาม พระองค์ไม่ได้สนพระทัยในกิจการการต่าง ๆ ของประเทศมากนักเมื่อความสนพระทัยส่วนพระองค์ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง

ชัยชนะของลัทธิคอมมิวนิสต์ในจีนในปีพ.ศ. 2492 ได้ปลุกกระแสศรัทธาต่อคอมมิวนิสต์ในเวียดมินห์ สหรัฐอเมริกาได้เสนอการยอมรับแผนทางการทูตให้รัฐบาลของจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2493 หลังจากที่ชาติคอมมิวนิสต์ให้การยอมรับรัฐบาลของโฮจิมินห์ การปะทุขึ้นของสงครามเกาหลีในเดือนมิถุนายน ทำให้กองทัพสหรัฐสนับสนุนฝรั่งเศสในสงครามที่อินโดจีน ทำให้พวกต่อต้านคอมมิวนิสต์มีมากกว่าการต่อต้านอาณานิคม

แต่การต่อสู้ระหว่างกองทัพฝรั่งเศสและกองทัพเวียดมินห์ยังคงดำเนินต่อไปและสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2497 สั้นๆหลังจากชัยชนะของเวียดมินห์ในสมรภูมิเดียนเบียนฟู เกิดการเจรจาสันติภาพในปีพ.ศ. 2497 ระหว่างฝรั่งเศสกับเวียดมินห์ในการประชุมที่เจนีวา พ.ศ. 2497 ทำให้มีการแบ่งแยกเวียดนามออกเป็นสองส่วนตามแบบเกาหลีคือ รัฐบาลบริหารเวียดนาม "ตอนเหนือ" และรัฐบาลบริหารเวียดนาม "ตอนใต้" พระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย เดินทางไปพำนักที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีพระยศใหม่คือ ประมุขแห่งเวียดนามใต้ ทรงแต่งตั้งนักชาตินิยม คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกคือ โง ดิ่ญ เสี่ยมเป็นนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. 2498 โง ดิ่ญ เสี่ยม ได้จัดการลงประชามติเพื่อขับไล่พระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย ออกจากราชบัลลังก์และเปลี่ยนมาใช้ระบอบสาธารณรัฐโดยเขาเป็นประธานาธิบดี พระองค์จึงต้องสละราชบัลลังก์อีกครั้งและลี้ภัยไปที่ปารีสและพำนักอยู่ที่นั่นตลอดพระชนม์ชีพ

ซึ่งในปี พ.ศ. 2497 เมื่อพระองค์ถูกบังคับให้สละราชบัลลังก์ พระองค์ได้ถูกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งไซง่อน แต่ทว่าด้วยการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยในขณะที่ยังทรงอยู่ในพระราชสมบัติ ทำให้พระองค์แทบไม่เหลือทรัพย์สินเงินทองอยู่เลย ทำให้ต้องเร่ขายตำแหน่งนี้ด้วยเงินราคา 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่บรรดามาเฟียในเมืองไซง่อน[1]

พระชนม์ชีพระหว่างการลี้ภัย[แก้]

สมเด็จพระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย ในระหว่างทรงลี้ภัย

ในปี พ.ศ. 2515 พระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย ทรงประกาศแถลงการจากการลี้ภัย ร้องขอให้ชาวเวียดนามปรองดองกันเพื่อประเทศชาติ แถลงว่า "โอกาสนี้ได้มาเพื่อจุดจบของสงครามฆ่าพี่ฆ่าน้อง เพื่อฟื้นฟูสันติภาพและความปรองดองกัน"

รัฐบาลคอมมิวนิสต์ของเวียดนามเหนือได้ส่งผู้แทนมาฝรั่งเศสหวังให้พระองค์เป็นสมาชิกในรัฐบาลผสม ที่ซึ่งเป็นการรวมตัวใหม่ของเวียดนาม ในการหวังโน้มน้าวใจพระองค์ช่วยการรวมภูมิภาคที่ซึ่งพระองค์มีพระบารมีต่อผู้คนแถบนั้น

จากการพบกันครั้งนี้ พระองค์ได้พูดอย่างเป็นทางการทรงแสดงท่าทีต่อต้านทหารอเมริกันที่เข้ามาในเวียดนามใต้ในช่วงสงครามเวียดนาม พระองค์ทรงวิจารณ์ระบอบการปกครองของประธานาธิบดีเหงียน วัน เถี่ยว ของเวียดนามใต้ พระองค์เรียกร้องให้นักการเมืองทุกคนมีความคิดสร้างอิสระ เป็นกลาง และรักสันติภาพ

ในปี พ.ศ. 2525 พระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย, หวิญ ถวิ (พระมเหสี) และพระราชวงศ์เวียดนามได้เสด็จเยือนสหรัฐอเมริกา ขณะประทับอยู่ที่นั่น พระองค์ได้ประเมินความคิดเห็นระหว่างเวียดนามกับสหรัฐอเมริกา หวังให้ชาติก้าวไกลและปรองดองกัน

สวรรคต[แก้]

หลุมพระศพของสมเด็จพระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย ที่สุสานปาซี กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

สมเด็จพระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย เสด็จสวรรคตที่โรงพยาบาลวาล-เดอ-กรัส กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. 2540 พระศพของพระองค์ได้ฝังที่สุสานปาซี หลังจากพระองค์สวรรคต พระโอรสของพระองค์ คือ มกุฎราชกุมารเหงียน ฟุก บ๋าว ล็อง ได้สืบทอดตำแหน่งพระประมุขของราชวงศ์เหงียน

อ้างอิง[แก้]

  1. สงครามเวียดนาม, "แฟนพันธุ์แท้". เกมโชว์ทางช่อง 5: ศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม 2556
ก่อนหน้า สมเด็จพระจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย ถัดไป
สมเด็จพระจักรพรรดิขาย ดิ่ญ 2leftarrow.png Flag of the Empire of Vietnam (1945).svg
สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งเวียดนาม
(เหงียน)

(พ.ศ. 2469พ.ศ. 2488)
2rightarrow.png สละราชบัลลังก์
เหงียน วัน ซวน
ดำรงเป็นประธานาธิบดี
2leftarrow.png Flag of South Vietnam.svg
ประมุขแห่งเวียดนาม
(พ.ศ. 2492พ.ศ. 2498)
2rightarrow.png โง ดิ่ญ เสี่ยม
สูญเสียพระอิศริยยศ
(สละราชบัลลังก์)
2leftarrow.png Flag of the Empire of Vietnam (1945).svg
ผู้อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์เวียดนาม
(เหงียน)

(พ.ศ. 2488พ.ศ. 2540)
2rightarrow.png มกุฎราชกุมารบ๋าว ล็อง