จักรพรรดินีวั่นหรง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักรพรรดินีวั่นหรง
Empress Gobele Wan-Rong (03).JPG

พระบรมนามาภิไธย โกวปู้โลว วั่นหรง (郭布羅·婉容)
พระปรมาภิไธย
สมเด็จพระจักรพรรดินีเสี้ยวเค่อหมิ่น (孝恪愍皇后)
พระอิสริยยศ สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิต้าชิง
สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิแมนจูกัว
ราชวงศ์ ชิง
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449
สวรรคต 20 มิถุนายน พ.ศ. 2489
(พระชนมายุ 39 พรรษา)
พระราชบิดา นายหร่ง หยวน
พระราชสวามี สมเด็จพระจักรพรรดิซวนถ่ง (ผู่อี๋)

สมเด็จพระจักรพรรดินีเสี้ยวเค่อหมิ่น (จีน: 孝恪愍; พินอิน: xiàokèmǐn) หรือ สมเด็จพระจักรพรรดินีวั่นหรง (จีน: 婉容; พินอิน: wǎnróng; เวด-ไจลส์: wan-jung) หรือพระนามแรกประสูติว่า โกวปู้โลว วั่นหรง (จีน: 郭布羅·婉容; พินอิน: guōbùluō·wǎnróng) (13 พฤศจิกายน 2449 - 20 มิถุนายน 2489) เป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีพระองค์สุดท้ายของประเทศจีนด้วยเหตุที่เป็นสมเด็จพระมเหสีในผู่อี๋ฮ่องเต้ สมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์สุดท้ายของจีน สมเด็จพระจักรพรรดินีวั่นหรงนั้นต่อมาได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งแมนจูกัว (หรือเป็นที่รู้จักกันในนามของ "จักรวรรดิแมนจูกัว")

พระราชประวัติ[แก้]

วัยเยาว์[แก้]

โกวปู้โลว วั่นหรง (มีความหมายว่า ผู้มีใบหน้าอันเลอโฉม) เป็นธิดาของ หร่ง หยวน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายใน ในสมัยราชวงศ์ชิง และเป็นบุคคลผู้ที่มีบทบาทอย่างมากในสมัยแมนจูกัวอีกด้วย วั่นหรงจึงมาจากตระกูลที่ร่ำรวย วั่นหรงได้รับการศึกษาจากโรงเรียนมิชชั่นนารีของอเมริกันในเมืองเทียนสิน โดยผู้สอนชาวอเมริกันชื่อ อิซาเบล อินแกรม (Isabel Ingram) ผู้ซึ่งได้ให้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษของวั่นหยงว่า อลิซาเบธ[1]

เมื่อตอนอายุ 17 ปี วั่นหรงได้ถูกเลือกจากหลาย ๆ รูปภาพที่ส่งไปให้พระจักรพรรดิซวนถ่ง (ผู่อี๋)ซึ่งเป็นจักรพรรดิที่ไม่มีอำนาจแต่ยังได้สิทธิ์ในการดำรงพระอิสริยศและพำนักอยู่ในพระราชวังต้องห้าม เธอเข้าพิธีสมรสกับผู่อี๋เมื่อตอนผู่อี๋อายุ 16 ปี โดยในพิธีแต่งงานมีของขวัญราคาแพงจำนวนมากที่มอบให้แก่เจ้าสาวและครอบครัวของวั่นหรง ถึงแม้ผู่อี๋จะไม่เคยแสดงความสนใจทั้งตัวของวั่นหรงเองและสนมเหวินซิ่วเลยก็ตาม

สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งจีน[แก้]

ทั้งผู่อี๋และวั่นหรงต่างก็ไม่มีทายาทเลย นักประวัติศาสตร์บางท่านยังได้กล่าวไว้อีกว่าทั้งคู่ไม่เคยมีความสัมพันธ์กันทางเพศเลยตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน บ้างก็ว่าเกิดจากการที่ผู่อี๋เป็นหมัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการยากยิ่งที่จะปภิปรายกันไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ในขณะที่วั่นหยงและผู่อี๋ประทับอยู่ที่ฉางชุนในขณะที่ผู่อี๋เป็นจักรพรรดิหุ่นเชิดอยู่ที่แมนจูกัว ได้มีข่าวลือว่าผู่อี๋มีความสัมพันธ์ทางเพศกับมหาดเล็กของพระองค์อยู่บ่อย ๆ น้องสะใภ้ของผู่อี๋ องค์หญิงฮิโระ ซากะ ได้เขียนบันทึกของเธอเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเพศของผู่อี๋เอาไว้

สมเด็จพระจักรพรรดินีวั่นหรงเริ่มต้นติดฝิ่นตั้งแต่ในขณะที่พระองค์ยังเป็นวัยรุ่น ตามจากบันทึกของผู่อี๋ ซึ่งแฟชั่นของวัยรุ่นในสมัยนั้นคือการสูบซิการ์ และการสูบฝิ่นวันละนิดหน่อยทำให้ลืมความเจ็บปวดไปได้

หลังจากที่จักรพรรดิผู่อี๋ถูกขับออกจากพระราชวังต้องห้ามโดยขุนศึก เฟิง ยู่เสียง ในปี พ.ศ. 2467 ทั้งผู่อี๋และวั่นหรงก็ได้หลบหนีเข้าไปอยู่ในเขตปกครองของญี่ปุ่นที่เทียนสิน และความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ก็เริ่มร้าวฉานขึ้น

สมเด็จพระจักรพรรดินีวั่นหรงและจักรพรรดิผู่อี๋ที่เมืองเทียนจิน

สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งแมนจูกัว[แก้]

ด้วยความหวังที่จะฟื่นฟูราชวงศ์ชิงของผู่อี๋ ผู่อี๋จึงยอมรับข้อเสนอของญี่ปุ่นในการเป็นประมุขของรัฐแมนจูกัว และย้ายที่ประทับไปอยู่ที่เมือง ฉางชุน และเปลี่ยนชื่อเมืองใหม่เป็น ไฮกิง ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2475 ทั้งผู่อี๋และวั่นหรงก็ได้เข้าไปประทับที่พระราชวังแบบรัสเซีย และความสัมพันธ์ระหว่างผู่อี๋และวันหรงก็เข้าสู่จุดตึงเครียด ผู่อี๋และวั่นหรงแยกห้องกันนอน นาน ๆ ทีจะออกมาเสวยพระกายาหารพร้อมกับผู่อี๋ วันหรงตระหนักได้ว่าผู่อี๋พระสวามีของเธอเป็นได้เพียงแค่จักรพรรดิหุ่นเชิดเท่านั้นไม่มีอำนาจใด ๆ ทั้งสิ้น และหลังจากนั้นวันหรงก็ติดฝิ่นอย่างหนัก โดยเธอสูบฝิ่นถึงวันละ 2 ออนซ์ เป็นจำนวนปริมาณมหาศาลในช่วงระหว่าง กรกฎาคม 2481 ถึง กรกฎาคม 2482

ข่าวลือในปี 2483 สมเด็จพระจักรพรรดินีวั่นหรงทรงครรภ์กับคนรับใช้ของพระองค์ซึ่งเป็นคนขับรถ ซึ่งผู่อี๋มีอำนาจที่จะสั่งประหารก็ได้แต่ผู่อี๋ไม่ทำ ผู่อี๋เพียงแค่เนรเทศคนขับรถนั้นออกไปเท่านั้น พอวั่นหรงให้กำเนิดเด็กขึ้นมา ผู่อี๋ก็ฆ่าเด็กคนนั้นด้วยการโยนใส่เตาไฟ ซึ่งผู่อี๋ก็ได้เขียนสิ่งเหล่านี้ลงในหนังสือชีวประวัติของตนเองแต่ก็ได้ถูกลบข้อความนี้ออกก่อนที่หนังสือจะถูกตีพิมพ์ และหลังจากนั้น วั่นหรงก็เริ่มมีอาการทางประสาทเนื่องจากการสูบฝิ่นในปริมาณที่มากและติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน

ในขณะที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2488 โซเวียตก็ได้บุกเข้ามายึดแมนจูกัว โดยผู่อี๋พยายามจะหลบหนีจากแมนจูกัวทางเครื่องบิน และทิ้ง วั่นหรง กับ สนมทันยู่หลิง เอาไว้ และพระญาติในราชวงศ์คนอื่น ๆ ก็พยายามที่จะหลบหนีทหารโซเวียตด้วยเช่นกัน

สมเด็จพระจักรพรรดินีวันหยงและน้องสะใภ้ องค์หญิงฮิโระ ซากะ และสมาชิกคนอื่น ๆ ถูกจับในขณะที่พยามที่จะหลบหนีเข้าชายแดนเกาหลี โดยทหารคอมมิวนิสต์จีน ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2489

สมเด็จพระจักรพรรดินีวันหยงสิ้นพระชนม์ในคุกที่เมืองหยานจิ ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2489 เพราะพระอาการข้างเคียงที่มีผลมาจากที่พระองค์ทรงพยายามเลิกฝิ่น มีพระชนมายุ 39 พรรษา โดยที่ผู่อี๋ทราบข่าวของวั่นหรงในอีก 3 ปีต่อมา

References[แก้]

  1. Gunther, John, Inside Asia. pp.146
ก่อนหน้า จักรพรรดินีวั่นหรง ถัดไป
สมเด็จพระจักรพรรดินีเสิ้ยวติ้งจิง 2leftarrow.png Arms of the Qing Dynasty.svg
สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิต้าชิง
(ราชวงศ์ชิง)

(พ.ศ. 2465พ.ศ. 2467)
2rightarrow.png ราชวงศ์ชิงล่มสลาย
สถาปนาตำแหน่ง 2leftarrow.png Manchukuo Coat Of Arms.svg
สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิแมนจูกัว
(ราชวงศ์แมนจูกัว)

(พ.ศ. 2477พ.ศ. 2488)
2rightarrow.png จักรวรรดิล่มสลาย