สมเด็จพระจักรพรรดินีซุนจอง
| สมเด็จพระจักรพรรดินีซุนจอง |
|
|---|---|
| พระอิสริยยศ | จักรพรรดินีพันปีหลวง |
| ราชวงศ์ | ราชวงศ์โชซอน |
| ระยะครองราชย์ | 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1907 - 29 สิงหาคม ค.ศ. 1910 (3 ปี) |
| รัชกาลก่อนหน้า | สมเด็จพระจักรพรรดินีซุนเมียง |
| รัชกาลถัดไป | เจ้าหญิงบังจา มกุฎราชกุมารีแห่งเกาหลี |
| ข้อมูลส่วนพระองค์ | |
| พระราชสมภพ | 20 สิงหาคม ค.ศ. 1894 กรุงโซล ประเทศเกาหลี |
| สวรรคต | 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1966 (71 พรรษา) กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ |
| พระราชบิดา | ยุน แทกยอน |
| พระราชสวามี | สมเด็จพระจักรพรรดิซุนจง |
สมเด็จพระจักรพรรดินีซุนจองแห่งจักรวรรดิเกาหลี (ฮันกึล: 순정효황후 윤씨, ฮันจา:純貞孝皇后 尹氏) (20 สิงหาคม ค.ศ. 1894-3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1966) พระมเหสีในสมเด็จพระจักรพรรดิซุนจงแห่งจักรวรรดิเกาหลี สมเด็จพระจักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์โชซอน และจักรวรรดิเกาหลี พระองค์มีศักดิ์เป็นพระญาติชั้นที่เก้าของยุน โบซอน ประธานาธิบดีคนที่สองของเกาหลีใต้[1]
เนื้อหา |
พระราชประวัติ [แก้]
สมเด็จพระจักรพรรดินีซุนจอง ประสูติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 1894 ที่กรุงโซล เดิมมีพระนามว่า พระสนมยุนแห่งเฮปยอง (Lady Yun of Haepyeong) โดยเป็นธิดาของยุน แทกยอง ขุนนางแห่งแฮปุง[2] พระนางได้อภิเษกสมรสกับมกุฎราชกุมารลีชอก เป็นพระมเหสีองค์สองของมกุฎราชกุมารหลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระมเหสีองค์แรก สมเด็จพระจักรพรรดินีซุนเมียงสิ้นพระชนม์ (สถาปนาเป็นจักรพรรดินีภายหลังการสิ้นพระชนม์) โดยในวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1907 เมื่อพระราชบิดาของพระสวามีลีชอก คือ สมเด็จพระจักรพรรดิโกจงได้เสด็จสวรรคต พระสวามีของพระนางจึงดำรงพระอิสริยยศเป็นจักรพรรดิ และพระนางได้ก้าวสู่ตำแหน่งสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งเกาหลีในเวลาต่อมา แต่ทั้งสองไม่มีพระโอรสธิดา[3]
ช่วงสงครามเกาหลี [แก้]
ในช่วงสงครามเกาหลี สมเด็จพระจักรพรรดินีซุนจองทรงประทับในพระราชวังชางด๊อกกุงซึ่งอยู่ในเขตของกำลังพลเกาหลีเหนือ โดยในช่วงสงครามไพร่พลของเกาหลีเหนือได้บุกรุกพระราชวัง แต่พระนางได้ทำการตำหนิพวกเขาเหล่านั้นออกไปจากราชวัง ต่อมาพระนางได้เสด็จไปประทับในพระราชวังอุนฮย็อนอย่างลับๆ ต่อมาเมื่อสถานการณ์เริ่มตรึงเครียดพระนางพร้อมด้วยพระราชวงศ์องค์อื่นๆ รวมไปถึงเจ้าหญิงฮุย ได้เสด็จราชดำเนินด้วยพระบาทไปประทับยังเมืองปูซาน
ชีวิตบั้นปลายพระชนม์ [แก้]
หลังจากสงครามเกาหลีได้จบสิ้นลง ได้มีการจัดตั้งรัฐบาลเกาหลีใต้ในการปกครองระบอบสาธารณรัฐในรัฐบาลของนายลี ซิงมัน ได้เชิญพระองค์กลับมาประทับยังเกาหลี โดยพระนางประทับในพระราชวังชางด๊อกกุง พระตำหนักซูอิน แต่ก็เสมือนกับการติดคุก ต่อมาได้ประทับในจองนุงในกรุงโซลที่คับแคบ สุดท้ายพระนางจึงมาประทับที่พระตำหนักนักซอน พระราชวังชางด๊อกกุง กับปาร์ก ชางบอก (เสียชีวิต ค.ศ. 1981), คิม มยุงกิล (เสียชีวิต ค.ศ. 1983) และซุง อกยอม (เสียชีวิต ค.ศ. 2001) ซึ่งเป็นนางสนองพระโอษฐ์หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองของรัฐบาลเกาหลี
สมเด็จพระจักรพรรดินีซุนจองได้หันมานับถือศาสนาพุทธ และแปรพระราชฐานมาประทับในพระราชวังชางด๊อกกุงอีกห้าปีต่อมาก่อนสวรรคต[2] ท้ายที่สุดพระนางได้เสด็จสวรรคตในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1966 ที่พระตำหนักนักซอน พระราชวังชางด๊อกกุง ในกรุงโซล ด้วยพระอาการพระทัยวาย โดยพระศพของพระองค์ได้ทำพิธีทางศาสนาพุทธ และพระศพของพระนางได้รับการฝังร่วมพระราชสวามี ณ สุสานหลวงราชวงศ์โชซอน สิริรวมพระชนมายุได้ 71 พรรษา[2]
พระอิสริยยศ [แก้]
- พระสนมยุนแห่งแฮปยอง (1894-1906)
- เจ้าฟ้าหญิง พระวรชายาในมกุฎราชกุมารลีชอก (1906-1907)
- สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งเกาหลี (1907-1926)
- สมเด็จพระราชินีลีแห่งเกาหลี (1910-1926)
- สมเด็จพระพันปีหลวงลีแห่งเกาหลี (1926-1945)
- สมเด็จพระจักรพรรดินี พระพันปีหลวง (1926-1966)
- สมเด็จพระจักรพรรดินีซุนจองแห่งเกาหลี (พระนามหลังการสวรรคต)
อ้างอิง [แก้]
- ^ จักรพรรดินีซุนจองมีพระบรรพบุรุษคือยุน บัง (1563-1640) ซึ่งเป็นพี่ชายของยุน เฮอุน บรรพบุรุษของนายโบซอน
- ^ 2.0 2.1 2.2 About.com - Emperor Sunjong of Korea
- ^ About.com - Emperor Sunjong of Korea
ดูเพิ่ม [แก้]
| สมัยก่อนหน้า | สมเด็จพระจักรพรรดินีซุนจอง | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| สมเด็จพระจักรพรรดินีซุนเมียง (สถาปนาหลังการสิ้นพระชนม์) |
สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งเกาหลี (20 กรกฎาคม ค.ศ. 1907 - 29 สิงหาคม ค.ศ. 1910) |
ยกเลิกตำแหน่ง | ||
| ยกเลิกตำแหน่ง | สมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งเกาหลี (อ้างสิทธิในตำแหน่ง) (29 สิงหาคม ค.ศ. 1910-24 เมษายน ค.ศ. 1926) |
เจ้าหญิงบังจา มกุฎราชกุมารีแห่งเกาหลี |