สโมสรฟุตบอลศุลกากร ยูไนเต็ด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศุลกากร ยูไนเต็ด
ศุลกากร UTD.png
ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลศุลกากร ยูไนเต็ด
ฉายา สิงห์เจ้าด่าน,ฟอสซ่า
ก่อตั้ง พ.ศ. 2541
สนาม สนามกีฬาสุวรรณภูมิ ศุลกากร
(ถนนวัดศรีวารีน้อย/ลาดกระบัง 54)
ความจุ
เจ้าของ
ประธาน ไทย ยุทธนา หยิมการุณ
ผู้จัดการ ไทย อัครวัฒน์ มั่นปิยะพงศ์
ผู้ฝึกสอน บราซิล กฤษดา เพี้ยนดิษฐ์
ลีก ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2
ฤดูกาล ปี 2555
อันดับล่าสุด ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 อันดับที่ 11
เว็บไซต์
ฤดูกาลปัจจุบัน
ทีมเหย้า
ทีมเยือน1

สโมสรฟุตบอลศุลกากร ยูไนเต็ด เป็นสโมสรฟุตบอลในประเทศไทย โดยมีกรมศุลกากร เป็นผู้สนับสนุนหลักและเป็นเจ้าของสโมสร

ประวัติสโมสร[แก้]

สโมสรศุลกากรได้ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2497 โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้พนักงานในองค์กรมีสุขภาพแข็งแรง และต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาวงการกีฬาไทย สโมสรเคยส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันชิงถ้วยพระราชทาน "ถ้วยน้อย" ซึ่งจัดโดยสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2511 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้ยุติ มิได้ส่งทีมฯ เข้าร่วมแข่งขันอีกเลย จวบจนเมื่อ พ.ศ. 2536 ได้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลศุลกากรระหว่างประเทศขึ้น โดยมีฮ่องกงเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันครั้งแรก ประกอบด้วยประเทศสมาชิกรวม 4 ประเทศ คือ ฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน (กวางตุ้ง), ไทย และมาเก๊า โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ทีมฟุตบอลสโมสรศุลกากร จึงได้ส่งทีมและเข้าร่วมแข่งขันตลอดมาตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปีปัจจุบัน

ก้าวสู่วงการลูกหนังแบบเต็มตัว[แก้]

เมื่อสโมสรเริ่มเข้าแข่งขันในรายการดังกล่าวบ่อยครั้ง ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลของเหล่าผู้บริหาร จึงเห็นควรว่า น่าจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวงการฟุตบอลไทย และส่งทีมเข้าแข่งขันแบบเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย สโมสรจึงได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในปีพุทธศักราช 2541 หลังจากนั้น ก็ได้ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานประเภท ง. ค. และ ข. ตามระบบคัดกรอง นอกจากนั้นยังได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลกระทรวงและการแข่งขันทุกรายการที่มีโอกาส เพียงแค่ขวบปีแรกที่สโมสรกรมศุลกากร ถูกบรรจุเข้าร่วมการแข่งขันในโปรแกรมของสมาคมฟุตบอลฯ (เรียกง่ายๆว่าก่อตั้งสโมสรแบบเป็นทางการ) สิงห์นายด่านก็ผงาดคว้าแชมป์ "ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ง." ได้ทันที ชนิดที่ทำเอาฮือฮากันทั่ววงการลูกหนัง และในปีเดียวกัน สโมสรยังไปกวาดถ้วยแชมป์ "ฟุตบอลศุลกากรระหว่างประเทศ ครั้งที่ 6" ซึ่งจัดขึ้นที่ ฮ่องกง ได้อีกด้วย โดยถือเป็นความสำเร็จระดับ "ดับเบิล แชมป์" ที่น้อยสโมสรนักจะเริ่มต้น "ตำนาน" ได้สวยหรูเช่นนี้ ทั้งที่พึ่งจะจดทะเบียนก่อตั้งสโมสรเป็นปีแรก ก่อนจะกลับมาป้องกันแชมป์ "ฟุตบอลศุลกากรระหว่างประเทศ ครั้งที่ 7" ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทย ได้สำเร็จ

ไล่ล่าลีกสูงสุด[แก้]

ในช่วงเวลาระหว่าง พ.ศ. 2543 - พ.ศ. 2545 สโมสรศุลกากร ได้มีพัฒนาการทางด้านกีฬาฟุตบอลดีขึ้นชนิดเป็นที่จับตามองของคนในวงการมากทีเดียว พวกเรามีจุดมุ่งหมายหลักคือการไต่ระดับไปสู่ลีกสูงสุด หรือ "ไทยพรีเมียร์ลีก" ให้ได้ แต่ในระหว่างนั้น สโมสรกรมศุลกากร ได้ไล่ล่าถ้วย "แชมป์" ที่ลงเล่นในรายการน้อยใหญ่ต่างๆมาประดับตู้โชว์สโมสร เพื่อใช้วัดพัฒนาการของทีมอยู่

เกียรติประวัติในช่วงเวลานั้น[แก้]

ก่อนจะมาพลาด ได้แค่รองชนะเลิศฟุตบอลศุลกากรระหว่างประเทศ ปี พ.ศ. 2545 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้สโมสรกรมศุลกากร ในเวลานั้นด้อยความยิ่งใหญ่ลงไปเลยซักกระผีก

เมื่อ "ราชสีห์คำราม" บนลีกสูงสุด[แก้]

สโมสรกรมศุลกากรได้รองชนะเลิศในการแข่งขันฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ข. (ดิวิชั่น 2 ปัจจุบัน) พร้อมกับสิทธิ์ได้เลื่อนชั้นสู่ลีกรองของประเทศอย่าง "ดิวิชั่น 1" ทันที ในปี พ.ศ. 2547 แถมยังหนีบถ้วยชนะเลิศฟุตบอลภายในกระทรวงการคลัง (วายุภักษ์เกมส์) พ.ศ. 2547 ติดไม้ติดมือมาอีกต่างหาก สโมสรกรมศุลกากร ใช้เวลาอยู่ในลีกดิวิชั่น 1 แค่ 3 ปีเท่านั้น ก่อนจะพาตัวเองไปยืนบนลีกสูงสุดของประเทศอย่าง "ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก" ได้สำเร็จ พ่วงด้วยตำแหน่งแชมป์ดิวิชั่น 1 ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. 2550 ติดมือขึ้นมาไทยลีกอีกต่างหาก

ร่วมเป็นพันธมิตรกับสมุทรปราการ[แก้]

สโมสรกรมศุลกากรได้จับมือเป็นพันธมิตรกับสโมสรสมุทรปราการมาเป็น สมุทรปราการ ศุลกากร ยูไนเต็ด (Samutprakan Custom United) เพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ ยืนหยัดบนวิถีฟุตบอลด้วยการบริหารจัดการที่ถูกต้อง พัฒนาสโมสรกรมศุลกากรให้เดินหน้าเป็นทีมอาชีพเต็มตัว จึงจัดระบบการบริหารรูปแบบบริษัท และเปลี่ยนทีมเป็นสมุทรปราการ ศุลกากร ยูไนเต็ด แต่ทีมบริหารทั้งหมดยังเป็นของกรมศุลกากร เพื่อความก้าวหน้าต่อเนื่องของสโมสร โดยมีเป้าหมายคือ ปฏิเสธการซื้อผู้เล่นที่ราคาแพงเกินจริง เพื่อสวนทางกับระบบทำลายเพดานเงินเดือนของทีมใหญ่ๆในไทยพรีเมียร์ลีก และดิวิชั่น 1 และเน้นสร้างผู้เล่นดาวรุ่งสู่ทีมชุดใหญ่ วางรากฐานระบบจัดการแบบมืออาชีพ และเป็นสโมสรอาชีพที่ยืนได้บนขาของตัวเองถึงจะใช้ชีวิตในไทยลีกได้แค่ขวบปีเดียว แต่ประสบการณ์จากลีกสูงสุดก็ช่วยให้สโมสรกรมศุลกากรเรียนรู้อะไรหลายต่อหลายอย่าง สโมสรสามารถประคองตัวได้อยู่ในระดับกลางตาราง มีลุ้นเลื่อนชั้นบ้าง แต่สุดท้ายก็ทนแรงเสียดทานไม่ไหว

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน[แก้]

ชุด 2550 หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
4 ไทย DF อุทัย ผิวเงิน
4 แคเมอรูน DF อาบูบาการ์ ซาลิฟู
5 ไทย DF ครรชิต ชลรัตน์อมฤต Captain sports.svg
6 ไทย DF กรวิทย์ นามวิเศษ
7 ไทย MF วิทวัส แสงสง่า
8 ไทย MF เมธี ทวีกุลกาญจน์
9 ไทย MF สุรศักดิ์ คุ้มกัน
10 ไทย FW ศรานุวัฒน์ นุศาสตร์สังก์
11 ไทย MF เอกราช บุพศิริ
13 ไทย FW อรรถพร กลิ่นหอม
14 ไทย MF วรุตน์ สัพโส
15 ไทย MF ไตรรงค์ ผู้ดี
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
17 ไทย FW ชนะ สนวิเศษณ์
18 ไทย GK สราวุธ กองลาภ
19 ไทย MF โชคลาภ นิลแสง
20 แคเมอรูน FW เอ็ดเวิร์ด อาร์โนลด์ เอฟิมบ์
21 ไทย DF ปราโมทย์ พจน์สุนทร
22 ไทย FW มานพ นิลกลม
24 ไทย MF ธีรพล ทองดี
25 ไทย DF อนุชิต กระธรรมะ
26 ไทย MF วุฒิชัย สัญญโภชน์
27 ไทย DF สามารถ เพชรหนู
29 ไทย FW พัฒนากรณ์ ทรายแก้ว
31 ไทย DF ธนวิชญ์ จันทร์พานิชเจริญ
32 ไทย FW วุฒิชัย คู่แก้ว
33 ไทย DF นิติพงษ์ ไสยสิทธิ์

ผลงาน[แก้]

ผลงานตามฤดูกาล[แก้]

ผลงานอื่น[แก้]

  • ฟุตบอลศุลกากรระหว่างประเทศ - ชนะเลิศ 3 ครั้ง 2541 (ฮ่องกง), 2542 (ไทย), 2544 (มาเก๊า)
  • กีฬาฟุตบอลข้าราชการพลเรือน - ชนะเลิศ พ.ศ. 2545
  • ฟุตบอลศุลกากรลุ่มแม่น้ำโขง - ชนะเลิศ พ.ศ. 2545 ที่เชียงใหม่
  • ฟุตบอลภายในกระทรวงการคลัง (วายุภักษ์เกมส์) - ชนะเลิศ พ.ศ. 2547

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]