สนธิสัญญาคะนะงะวะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สนธิสัญญาคะนะงะวะ

สนธิสัญญาคะนะงะวะ (ญี่ปุ่น: Kanagawa Treaty 神奈川条約 Kanagawa Jōyaku ?) หรือ ข้อตกลงคะนะงะวะ (ญี่ปุ่น: Convention of Kanagawa 日米和親条約 Nichibei Washin Jōyaku, "สนธิสัญญาสัมพันธไมตรีและมิตรภาพญี่ปุ่น-สหรัฐอเมริกา" ?) เป็นสนธิสัญญาที่ได้ทำขึ้นระหว่างพลเรือจัตวา แมทธิว ซี. เพอร์รี แห่งกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา และรัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะ สนธิสัญญาดังกล่าวมีผลให้ญี่ปุ่นต้องเปิดเมืองท่าชิโมดะและฮาโกดาเตะให้ค้าขายกับสหรัฐอเมริกาและรับประกันความปลอดภัยของกะลาสีเรือแตกชาวอเมริกัน อย่างไรก็ตาม สนธิสัญญาดังกล่าวมิได้สร้างพื้นฐานสำหรับการตั้งถิ่นฐานถาวรในบริเวณดังกล่าว[1] สนธิสัญญาได้วางรากฐานสำหรับสหรัฐในการรักษากงสุลถาวรในชิโมดะ การมาถึงของกองเรือของเพอร์รีนำมาซึ่งการสิ้นสุดของนโยบายตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นเวลา 200 ปีของญี่ปุ่น (ซาโกกุ)[2]

เพอร์รีเดิมปฏิเสธที่จะเจรจากับเจ้าหน้าที่ทางการของญี่ปุ่นและต้องการเจรจากับประมุขแห่งรัฐของญี่ปุ่นโดยตรง ในเวลานั้น โชกุน โทะกุงะวะ อิเอโยชิ เป็นผู้ปกครองโดยพฤตินัยของญี่ปุ่น สำหรับจักรพรรดิ ในการที่จะมีปฏิสัมพันธ์ในทางใดกับชาวต่างประเทศเป็นสิ่งที่ปราศจากข้อสงสัย เพอร์รีจึงทำสนธิสัญญากับผู้แทนของโชกุน และได้รับการอนุมัติอย่างไม่ค่อยเต็มใจในเวลาต่อมาโดยสมเด็จพระจักรพรรดิโคเม[3]

สนธิสัญญาคะนะงะวะ ตามมาด้วยสนธิสัญญาสัมพันธไมตรีและการค้า หรือ "สนธิสัญญาแฮริส" ใน ค.ศ. 1858 ซึ่งอนุญาตให้สัมปทานแก่ชาวต่างประเทศ การมอบสิทธิสภาพนอกอาณาเขตให้แก่ชาวต่างประเทศ และการจำกัดภาษีขาเข้าของสินค้าต่างประเทศ ญี่ปุ่นในเวลาต่อมาจะอยู่ภายใต้ "ระบบสนธิสัญญาอันไม่เป็นธรรม" อันเป็นลักษณะของความสัมพันธ์ระหว่างชาติเอเชียและชาติตะวันตกในยุคสมัยดังกล่าว[4]

เชิงอรรถ [แก้]

  1. ^ "From Washington; The Japanese Treaty-Its Advantages and Disadvantages-The President and Col. Rinney, &c.," New York Times. October 18, 1855.
  2. ^ Perry, Matthew Calbraith. (1856). Narrative of the expedition of an American Squadron to the China Seas and Japan, 1856.
  3. ^ Cullen, Louis M. (2003). A History of Japan, 1582-1941: Internal and External Worlds, p. 173-185.
  4. ^ Bert Edström, Bert. (2000). The Japanese and Europe: Images and Perceptions, p. 101.

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]