สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 4 : ความหวังใหม่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 4 :
ความหวังใหม่
ผู้กำกับ จอร์จ ลูคัส
จัดจำหน่าย ทเวนตี้ เซนจูรี่ ฟอกซ์
ความยาว 124 นาที
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
ก่อนหน้านี้ "สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 3 : ซิธชำระแค้น"
พ.ศ. 2548
ต่อจากนี้ "สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 5 : จักรวรรดิเอมไพร์โต้กลับ"
พ.ศ. 2547
เว็บทางการ

สตาร์ วอร์ส เปลี่ยนชื่อเป็น สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 4 : ความหวังใหม่ (Star Wars Episode IV: A New Hope) เป็นภาพยนตร์ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2524 เป็นภาคแรกของสตาร์ วอร์ส (ถือเป็นภาคที่สี่เมื่อเรียงตามลำดับเหตุการณ์) กำกับและเขียนบทภาพยนตร์โดยจอร์จ ลูคัส

[แก้] ข้อความเปิดเรื่อง

ระวังเสียอรรถรส ข้อความด้านล่างนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ
Episode IV
A NEW HOPE
It is a period of civil war.
Rebel spaceships, striking
from a hidden base, have won
their first victory against
the evil Galactic Empire.
During the battle, Rebel
spies managed to steal secret
plans to the Empire's
ultimate weapon, the DEATH
STAR, an armored space
station with enough power to
destroy an entire planet.
Pursued by the Empire's
sinister agents, Princess
Leia races home aboard her
starship, custodian of the
stolen plans that can save her
people and restore
freedom to the galaxy....

[แก้] เนื้อเรื่องย่อ

เป็นเวลาสิบเก้าปีเต็มที่จักรวรรดิอันชั่วร้ายที่อยู่ใต้อำนาจของ จักรพรรดิพัลพาทีนได้ยึดครองกาแลกซี่มา มีเพียงกองทัพฝ่ายกบฎเท่านั้นที่ยังยืนหยัดต่อสู้

เจ้าหญิงเลอา ออร์กาน่า วุฒิสมาชิกแห่งอัลเดอราน ได้นำแบบแปลนของ ดาวมรณะ (สถานีอวกาศขนาดยักษ์ที่ทำลายดาวได้ทั้งดวง) ซึ่งสายลับไคล์ คาทาร์น ขโมยมาได้เพื่อส่งต่อให้กับกองทัพของฝ่ายกบฎ

แต่ทว่า ดาร์ธ เวเดอร์ ซิธลอร์ดผู้เป็นมือขวาของจักรพรรดินำกองกำลังของตนตามมาทันจนจับตัวองค์หญิงเอาไว้ องค์หญิงไม่มีทางเลือกจึงเอาแปลนใส่ไปในตัวหุ่น อาร์ทูดีทู(R2-D2) ลงไปบน ทาทูอีน ดาวแห่งทะเลทรายเพื่อขอความช่วยเหลือจาก โอบีวัน เคโนบี นายพลของสาธารณรัฐเดิม และซีทรีพีโอ (C-3P0) (หุ่นล่ามแปลภาษา)ได้ติดตามไปด้วย หลังจากถูกปล่อยจากแคปซูลช่วยชีวิตลงมาบนดาวทาทูอีนแล้วก็ถูก จาวัส ชนเผ่าเร่ร่อนขายของเก่าจับตัวไป

ณ ที่หนึ่งบนทาทูอีน ลุค สกายวอล์กเกอร์ เด็กหนุ่มอายุย่างยี่สิบ เขาอาศัยอยู่กับลุงโอเวนและป้าเบรูในไร่ปรับความชื้นในดาวทาทูอีน เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีความสามารถด้านเครื่องจักรกลและมีความฝันที่จะออกผจญภัยในอวกาศ วันนี้เขากับลุงมาซื้อหุ่นยนต์จากพวกจาวัสเพื่อเอาไปใช้ในไร่บังเอิญอย่างยิ่งที่เขาซื้ออาร์ทูดีทูและซีทรีพีโอมาระหว่างกำลังตั้งเครื่อง ลุคเกิดไปเจอข้อความของเลอาเข้า "ช่วยด้วยโอบีวัน เคโนบี คุณคือความหวังเดียวของเรา" ทำให้เขานึกถึงเบน เคโนบี ฤๅษีที่อาศัยในทะเลทราย (เบนก็คือ โอบีวัน เคโนบีนั่นเอง แต่เพื่อความปลอดภัยจากพวกจักรวรรดิ เขาจึงเปลี่ยนชื่อเป็นเบน) ลุคจึงตั้งใจจะเอาหุ่นไปให้เบนดูระหว่างทาง ลุคถูกพวกมนุษย์ทราย (เผ่าเร่ร่อนในทะเลทราย) โจมตีแต่เบนก็มาช่วยทัน จากนั้นเบนได้พาลุคไปที่บ้าน ทว่าเมื่อกลับถึงบ้านลุคพบว่าลุงและป้าของเขาถูกกองพันพายุ (storm trooper) ทหารของจักรวรรดิ สังหาร ด้วยความเศร้าลุคจึงตัดสินใจออกเดินทางกับเบนเพื่อไปช่วยเจ้าหญิงเลอา

ลุคกับเบนเดินทางมาถึง มอส เอสเล่ย ท่ายานอวกาศ ของดาวนี้ ด้วยพลังพิเศษของเบนทำให้ทั้งหมดหลบรอดจากการตรวจค้นของกองพันพายุมาได้ในบาร์เขาได้พบกับฮัน โซโล นักขนของเถื่อน และตกลงจ้างฮันพาพวกเขาไปอัลเดอราน ฮันจึงเอาเงินไปใช้หนี้ แจบบ้า เดอะ ฮัท แต่แจบบ้าได้ตั้งค่าหัวฮันไปแล้ว และส่ง กรีโด นักล่าค่าหัวชาวโรเดียนมาฆ่าฮันแต่ฮันก็รอดมาได้ ฮันมีเพื่อนอีกคนเป็นชาว วุคกี้ขนรุงรังชื่อชิวแบคก้า พอทั้งหมดหนีมาที่ยานมิลเลนเนียม ฟอลคอน ของฮันได้พวกเขาจึงเริ่มออกเดินทาง ระหว่างทาง เบนได้มอบดาบแสงให้กับลุคและฝึกเขาในวิถีแห่งอัศวินเจได

ระหว่างนั้นบนดาวมรณะ ข้าหลวงแห่งจักรพรรดิ ทาร์คิน ได้มาสอบปากคำองค์หญิงถึงฐานที่มั่นของทัพกบฎ องค์หญิงไม่ยอมบอก ทาร์คินจึงขู่ว่าจะใช้ ดาวมรณะ ทำลายอัลเดอราน แต่เนื่องจากองค์หญิงเลอาจะทรยศพวกกบฎไม่ได้ จึงโกหกว่าฐานของพวกกบฎอยู่ที่ดาวแดนทูอิน (ความจริงเป็นฐานทัพร้างไปนานแล้ว) แต่ทาร์คินกลับอ้างว่าแดนทูอินนั้นไกลเกินกว่ารัศมีทำลายของดาวมรณะจะทำลายได้ เขาจึงสั่งให้ทำลายอัลเดอรานเพื่อทดสอบพลังของดาวมรณะ

ขณะเดียวกัน เบนสัมผัสได้ถึงความตายของผู้คนจำนวนมากบนอัลเดอรานและเมื่อพวกเขามาถึงก็พบว่าอัลเดอรานเหลือแต่ซากเศษดาวแล้ว นอกจากนั้นยานของพวกเขายังถูกดูดเข้าไปในดาวมรณะอีกด้วย

เบน อาสาไปปิดระบบพลังดึงดูดเพื่อหนี ส่วนลุคและพวกพบว่าองค์หญิงถูกจับอยู่ที่นี่จึงไปช่วย หลังจากเบนปิดระบบดึงดูดสำเร็จ เขาได้พบกับ เวเดอร์ ศิษย์เก่าซึ่งสัมผัสได้ถึงพลังของเขาและต่อสู้กัน ลุคซึ่งช่วยองค์หญิงสำเร็จพอดีได้มาเจอเบนซึ่งพ่ายแพ้ต่อเวเดอร์และร่างหายวับไปกับตา ลุคคิดจะแก้แค้นแต่คนอื่นห้ามไว้ พวกเขาหนีจากยานมรณะสำเร็จโดยหารู้ไม่ว่าในยานมีเครื่องติดตามซ่อนอยู่ ที่ฐานลับกบฎบนดาวยาวิน 4 การประชุมวางแผนทำลายดาวมรณะเริ่มต้นขึ้น และพบว่าจุดอ่อนของมันคือท่อระบายความร้อนของเตาพลังงานซึ่งสามารถใช้ยานขนาดเล็กเข้าไปโจมตีได้

แต่ในขณะนั้นเองที่ดาวมรณะได้มาถึงแล้วและกำลังเตรียมที่จะยิงลำแสงทำลายล้างเพื่อทำลายฐานทัพกบฎให้สิ้น พวกเขาเหลือเวลาเพียงน้อยนิดที่จะทำตามแผนซึ่งพึ่งจะประชุมไปสดๆ ร้อนๆ ลุคเข้าร่วมในกองยานนี้ด้วย แต่ฮันกลับขอตัวจากไปเพื่อจ่ายหนี้คืนแจบบ้า

กองยานฝ่ายกบฏเข้าโจมตี ดาวมรณะ เวเดอร์พบว่าพวกกบฎจะโจมตีจุดอ่อนของยานมรณะเขาจึงออกรบเองด้วยยานรบส่วนตัว เวเดอร์ฝีมือเยี่ยมมาก เขายิงยานฝ่ายกบฎเสียหายราวใบไม้ร่วง

"ใช้พลังซิ ลุค" เสียงของเบนแว่วมาคุยกับเขา
"อย่าฝืนมันลุค" เบนย้ำ

เวเดอร์เห็นว่าลำของลุคมีพลังสถิตอยู่

"ลุคเชื่อฉันสิ" เบนย้ำอีกครั้ง

ลุคปิดเครื่องเล็งเป้า ลุคเข้าใกล้แกนพลังงานแล้วแต่เวเดอร์ได้ยิงโดนอาร์ทูดีทู ขณะที่ลุคกำลังจะเสียทีให้เวเดอร์ ฮันซึ่งย้อนกลับมาได้ยิงยานของเวเดอร์ทีเผลอทำให้ยานกระเด็นออกมาจากดาวมรณะ เปิดโอกาศให้ลุค เข้าไปถึงใจกลางของยานมรณะ ลุคยิงขีปนาวุธไปยังแกนพลังงานสำเร็จในที่สุด และหนีออกมาทันก่อนที่ดาวมรณะจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ทาร์คินตาย ส่วนเวเดอร์หนีไปได้ ลุค และ ฮันได้รับเหรียญกล้าหาญ ในที่สุดกองทัพกบฎก็ได้ชัยต่อจักรวรรดิเป็นครั้งแรก

จบเนื้อหาส่วนที่เสียอรรถรสแล้ว ข้อความด้านบนนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ

[แก้] ตัวละคร

เครื่องมือส่วนตัว