สตาร์คราฟต์
ภาพปกเกม สตาร์คราฟ แสดงภาพเผ่าเซิร์ก โปรตอส และเทอร์แรน (จากซ้ายไปขวา) |
|
| ชื่ออังกฤษ | StarCraft |
|---|---|
| ผู้ออกแบบ | คริส เมตเซน เจมส์ พินนีย์ |
| ค่ายเกม | บลิซซาร์ดเอนเตอร์เทนเมนต์ |
| ออกจำหน่าย | วินโดวส์ 31 มีนาคม พ.ศ. 2541 แมคโอเอส มีนาคม พ.ศ. 2542 นินเทนโด 64 13 มิถุนายน พ.ศ. 2543 (อเมริกาเหนือ) 16 มิถุนายน พ.ศ. 2543 (ยุโรป) |
| แนวเกม | วางแผนเรียลไทม์ |
| จำนวนผู้เล่น | คนเดียว, หลายคน |
| ระบบปฏิบัติการ | วินโดวส์, แมคโอเอส, นินเทนโด 64 |
| รูปแบบ | ซีดีรอม, ดิจิตอลดาวน์โหลด, ตลับเกมของนินเทนโด 64 |
| ระบบพื้นฐานที่ต้องการ | 90 MHz processor, 16 MB RAM, 640x480 8-bit display |
| อุปกรณ์ | แป้นพิมพ์และเมาส์ เกมแพดของนินเทนโด 64 |
สตาร์คราฟต์ เป็นวิดีโอเกมแนววางแผนเรียลไทม์และบันเทิงคดีวิทยาศาสตร์การทหาร พัฒนาและจัดจำหน่ายโดยบลิซซาร์ด เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เป็นวิดีโอเกมแรกของเกมซีรีส์สตาร์คราฟต์ ออกจำหน่ายในฉบับระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2541[1] เกมฉบับแมคโอเอสออกวางจำหน่ายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2542 และรุ่นดัดแปลงนินเทนโด 64 ซึ่งพัฒนาร่วมกับแมสมีเดียออกวางจำหน่ายในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2543[2] การพัฒนาเกมนี้เริ่มขึ้นไม่นานหลังวอร์คราฟต์ 2: ไทด์สออฟดาร์กเนส ออกวางจำหน่ายใน พ.ศ. 2538 สตาร์คราฟต์เปิดตัวในงานอี3 ปี 2539 ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบน้อยกว่าวอร์คราฟต์ 3 ฉะนั้น โครงการจึงถูกพลิกโฉมและแสดงต่อสาธารณะในต้น พ.ศ. 2540 ซึ่งได้รับการตอบรับดีกว่ามาก
ตัวเกมมีฉากท้องเรื่องในเส้นเวลาสมมติระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 25 โดยมุ่งไปยังสามสปีชีส์ที่ต่อสู้แย่งชิงความเป็นใหญ่ในดาราจักรทางช้างเผือกที่ห่างไกล ซึ่งเรียกว่า ภาคคอปรูลู (Koprulu Sector) สามสปีชีส์นั้น ได้แก่ เทอร์แรน (Terran) มนุษย์ซึ่งถูกเนรเทศจากโลก และมีความเชี่ยวชาญในการปรับตัวเข้ากับทุกสถานการณ์, เซิร์ก (Zerg) เผ่าพันธุ์คล้ายแมลงต่างดาวที่มุ่งแสวงความสมบูรณ์ของพันธุกรรม และหมกมุ่นกับการกลืนกินเผ่าพันธุ์อื่น และโปรทอส (Protoss) เผ่าพันธุ์คล้ายมนุษย์ซึ่งมีเทคโนโลยีล้ำหน้าและความสามารถพลังจิต โดยพยายามรักษาอารยธรรมของพวกตนและวิถีดำเนินชีวิตซึ่งยึดปรัชญาอันเข้มงวดจากเผ่าพันธุ์เซิร์ก
สื่อมวลชนในอุตสาหกรรรมวิดีโอเกมจำนวนมากยกย่อง สตาร์คราฟต์ ว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุด[3] และสำคัญที่สุด[4]ตลอดกาล และว่าได้ยกระดับการพัฒนาเกมวางแผนเรียลไทม์[5] สตาร์คราฟต์เป็นหนึ่งในเกมสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ขายดีที่สุด โดยจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 สามารถขายได้ 11 ล้านแผ่นทั่วโลก[6] ตัวเกมยังได้รับการยกย่องจากการบุกเบิกการใช้กลุ่มแยกซึ่งมีความพิเศษในการเล่นวางแผนเรียลไทม์ และสำหรับเรื่องราวกระตุ้นความสนใจ รูปแบบหลายผู้เล่นของสตาร์คราฟต์ได้รับความนิยมเป็นพิเศษในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งผู้เล่นและทีมเข้าร่วมในการแข่งขันอาชีพ ได้รับการสนับสนุน และแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์[7] สตาร์คราฟต์มีการดัดแปลงและขยายแนวเรื่องผ่านชุดนวนิยาย ภาคเสริม สตาร์คราฟต์: บรูดวอร์ และตัวเสริม (add-on) ที่ได้รับอนุญาตอีกสองตัว อีก 12 ปีให้หลัง ภาคต่อ สตาร์คราฟต์ 2: วิงส์ออฟลิเบอร์ตี ออกจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2553
เนื้อหา |
การเล่น[แก้]
การที่บลิซซาร์ดเอ็นเตอร์เทนเมนต์ใช้สามเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันสิ้นเชิงในสตาร์คราฟต์ ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นการปฏิวัติเกมแนววางแผนเรียลไทม์[5] ทุกยูนิตนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะเผ่าพันธุ์ของตน และขณะที่สามารถเปรียบเทียบระหว่างยูนิตประเภทต่าง ๆ ในต้นไม้เทคโนโลยีอย่างหยาบ ๆ ได้ แต่ทุกยูนิตมีคุณสมบัติแตกต่างกันและผู้เล่นต้องใช้กลยุทธ์แตกต่างกันเพื่อบรรลุเป้าหมาย
เผ่าพันธุ์โปรทอสอันลึกลับนั้นสามารถเข้าถึงยูนิตและจักรกลทรงพลัง และเทคโนโลยีล้ำหน้า เช่น โล่พลังงานและขีดความสามารถวาร์พเฉพาะที่ โดยทำงานได้จากลักษณะสืบสายพันธุ์ทางจิตของพวกเขา อย่างไรก็ดี กองกำลังของโปรทอสใช้กระบวนการผลิตที่กินเวลานานและแพง ซึ่งกระตุ้นให้ผู้เล่นต้องดำเนินยุทธศาสตร์ที่คุณภาพของยูนิตเหนือกว่าปริมาณ[8] เผ่าพันธุ์เซิร์กคล้ายแมลงนั้นประกอบด้วยยูนิตและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ซึ่งสามารถผลิตได้อย่างรวดเร็วและราคาถูกกว่ามาก แต่ยูนิตก็อ่อนแอกว่าตามไปด้วย โดยอาศัยปริมาณมากและความเร็วเพื่อเอาชนะข้าศึก[9] ส่วนเทอร์แรนอยู่กึ่งกลางระหว่างอีกสองเผ่าพันธุ์ โดยมียูนิตอเนกประสงค์และยืดหยุ่น พวกเขาสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและจักรกลทหารที่เน้นโจมตีระยะไกลมากกว่า เช่น รถถังและอาวุธนิวเคลียร์[10]
แม้แต่ละเผ่าพันธุ์จะมีองค์ประกอบเป็นเอกลักษณ์ แต่ไม่มีเผ่าพันธุ์ใดมีความได้เปรียบเหนือกว่าเผ่าพันธุ์อื่น แต่ละเผ่าพันธุ์ถูกสร้างมาให้สมดุล ฉะนั้นจึงมีจุดแข็ง พลังและความสามารถ ความแข็งแกร่งโดยรวมจึงเท่า ๆ กัน นอกจากนี้ บลิซซาร์ดยังออกแพทช์ (อัปเดตเกม) ที่ปรับสมดุลอยู่นาน ๆ ครั้ง[11]
สตาร์คราฟต์ มีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่มีความยากแตกต่างกัน แต่ผู้เล่นไม่สามารถเปลี่ยนระดับความยากในโหมดยุทธการ (campaign) ผู้เล่นคนเดียวได้ โดยในแต่ละยุทธการเริ่มต้นด้วยศัตรูที่รันเอไอโหมดง่าย และค่อยทวีความยากขึ้นตามลำดับตลอดระยะของยุทธการจนถึงเอไอโหมดยากสุด ในตัวตัดต่อด่าน (level editor) ซึ่งให้มาพร้อมกับเกม นักออกแบบเข้าถึงความยากของเอไอสี่ระดับ ได้แก่ "ง่าย" "ปานกลาง" "ยาก" และ "บ้า" (insane) โดยการตั้งค่าแต่ละระดับจะอนุญาตให้เอไอเข้าถึงยูนิตและเทคโนโลยีแตกต่างกัน และขอบเขตของการวางแผนทางยุทธวิธีและยุทธศาสตร์ของเอไอ[12] ยุทธการผู้เล่นคนเดียวประกอบด้วยสามสิบด่าน แบ่งเป็นเผ่าพันธุ์ละสิบด่าน
การจัดการทรัพยากร[แก้]
ทุกเผ่าพันธุ์อาศัยทรัพยากรสองชนิดเพื่อดำรงเศรษฐกิจในเกมและเพื่อสร้างกองกำลังของตน คือ แร่ (mineral) และแก๊สเวสปีน (vespene gas) แร่นั้นจำเป็นต่อยูนิตและสิ่งปลูกสร้างทุกชนิด และได้มาโดยใช้ยูนิตคนงานไปเก็บโดยตรงจากแร่ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วแผนที่ ผู้เล่นต้องใช้แก๊สเวสปีนในการก่อสร้างยูนิตและสิ่งปลูกสร้างขั้นสูง และได้มาโดยการสร้างโรงกลั่นเหนือกีย์เซอร์ (geyser) และใช้ยูนิตคนงานแยกแก๊สออกมา[13] นอกเหนือจากนี้ ผู้เล่นยังต้องวางระเบียบเสบียงสำหรับกองกำลังของตนเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถสร้างยูนิตได้ตามจำนวนที่ต้องการ แม้ลักษณะของเสบียงแตกต่างกันตามเผ่าพันธุ์ เทอร์แรนใช้เสบียงกายภาพที่เก็บในคลัง[14] โปรทอสใช้ส่วนเชื่อมต่อพลังจิต[15] และเซิร์กควบคุมโดยจำนวนของยูนิตโอเวอร์ลอร์ดที่มีอยู่[16] แต่กลไกเสบียงทำงานอย่างเดียวกันสำหรับทุกเผ่าพันธุ์ คือ ให้ผู้เล่นสร้างยูนิตใหม่เมื่อมีทรัพยากรเก็บไว้เพียงพอ
การสร้างฐาน[แก้]
การสร้างสิ่งปลูกสร้างของโปรทอสและเซิร์กจำกัดอยู่เฉพาะบางที่เท่านั้น สิ่งปลูกสร้างของโปรทอสจำต้องเชื่อมต่อกับสายส่งพลังงาน ขณะที่สิ่งปลูกสร้างของเซิร์กเกือบทั้งหมดต้องอยู่บนพรมชีวมวล เรียกว่า "ครีพ" ซึ่งสร้างจากสิ่งปลูกสร้างบางอย่าง สิ่งปลูกสร้างของเทอร์แรนมีความจำกัดน้อยกว่ามาก โดยสิ่งปลูกสร้างฐานที่สำคัญบางอย่างมีความสามารถบินขึ้นและบินอย่างช้า ๆ ไปยังสถานที่ใหม่ได้ อย่างไรก็ดี สิ่งปลูกสร้างของเทอร์แรนต้องให้ยูนิตคนงานก่อสร้างอาคารจนเสร็จ เช่นเดียวกัน เมื่ออาคารของเทอร์แรนได้รับความเสียหายถึงระดับหนึ่ง อาคารจะติดไฟและจะทำให้อาคารพังลงในที่สุดโดยที่ศัตรูไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม เหตุการณ์นี้ป้องกันโดยให้ยูนิตคนงานซ่อมแซม ตรงกันข้าม โปรทอสเพียงต้องใช้ยูนิตคนงานเริ่มกระบวนการขนส่งอาคารมายังยุทธบริเวณโดยการวาร์พ และโล่ของอาคารพวกเขาสามารถฟื้นฟูได้ แต่มิใช่ตัวอาคารเอง ยูนิตคนงานของเซิร์กเปลี่ยนแปลงทางกายภาพไปเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สร้างขึ้นนั้น ซึ่งมีความสามารถรักษาตนเองอย่างช้า ๆ
หลายผู้เล่น[แก้]
โหมดหลายผู้เล่นของสตาร์คราฟต์ ได้รับการสนับสนุนผ่านบริการอินเทอร์เน็ตแบตเทิล.เน็ตของบลิซซาร์ดเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ผู้เล่นสูงสุดแปดคนสามารถแข่งขันในเกมหลายโหมด รวมถึงโหมดทำลายผู้เล่นอื่นทั้งหมดในแผนที่ (ซึ่งอาจเป็นการแข่งขัน อย่างในการเล่นแลดเดอร์ (Ladder, การไต่เต้า) หรือไม่จัดอันดับ อย่างในการเล่นเมเล (melee) ไปจนถึงเกมที่เน้นวัตถุประสงค์ อย่างราชาแห่งขุนเขา (king of the hill) และชิงธง นอกเหนือจากนี้ เกมยังรวมฉากที่สร้างเป็นพิเศษสำหรับเกมแต่ละประเภท เช่น การจำลองเกมอเมริกันฟุตบอล การใช้ยูนิตโฮเวอร์ไบค์ของเทอร์แรนแข่งขันจักรยานยนต์ หรือการจัดการแข่งขันการล่าเซิร์ก[12] เป็นต้น สตาร์คราฟต์ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่เกมที่รวมการติดตั้งแบบวางไข่ (spawn installation) ซึ่งเผื่อระบบหลายผู้เล่นจำกัด คือ เกมจะต้องติดตั้งจากดิสก์ และต้องใช้กุญแจผลิตภัณฑ์ (product key) เพื่อให้ทำงานเหมือนกับรุ่นสมบูรณ์ อย่างไรก็ดี กุญแจผลิตภัณฑ์หนึ่งสามารถรองรับการติดตั้งแบบวางไข่ได้แปดครั้งโดยสามารถเข้าถึงแบตเทิล.เน็ตได้ การจำกัดการติดตั้งแบบวางไข่รวมถึงการไม่สามารถเล่นด่านผู้เล่นคนเดียว รวมถึงไม่สามารถสร้างเกมหลายผู้เล่นหรือใช้ตัวตัดต่อยุทธการได้[17] เกมรุ่นใหม่ที่ออกมาซึ่งหาได้ผ่านแบตเทิล.เน็ตหรือดิสก์ที่รวมป้ายระบุวินโดวส์ วิสตาไม่รองรับการติดตั้งแบบนี้ได้[18]
เรื่องย่อ[แก้]
ฉากท้องเรื่อง[แก้]
-
ดูเพิ่มที่ เผ่าพันธุ์ในสตาร์คราฟต์
สตาร์คราฟต์ดำเนินเรื่องในจักรวาลบันเทิงคดีวิทยาศาสตร์ที่สร้างโดย คริส เมทเซน (Chris Metzen) และเจมส์ ฟินนีย์ (James Phinney) เพื่อบลิซซาร์ดเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ตามเรื่องที่เสนอในคู่มือเกม การที่ประชากรล้นโลกในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 21 ทำให้รัฐบาลระหว่างประเทศเนรเทศเผ่าพันธุ์มนุษย์ส่วนที่ไม่พึงปรารถนา เช่น อาชญากร พวกที่เสริมไซเบอร์เนติกส์ (cybernetically enhanced) และสายพันธุ์กลาย เพื่อตั้งนิคมในที่ไกลโพ้นของดาราจักร[19] ความพยายามจะตั้งนิคมในระบบสุริยะใกล้เคียงเกิดผิดพลาด ส่งผลให้มนุษยชาติมาถึงในภาคคอปรูลู ในภาคคอปรูลูของดาราจักรอันห่างไกล ผู้ถูกเนรเทศตั้งรัฐบาลขึ้นเป็นจำนวนมาก ทว่าไม่นานก็เกิดความขัดแย้งระหว่างกัน สุดท้าย คอนเฟเดราซีออฟแมน (Confederacy of Man, สหพันธ์มนุษย์) ซึ่งเป็นรัฐบาลหนึ่ง ผงาดขึ้นเป็นกลุ่มแยกที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ธรรมชาติอันกดขี่และวิธีการอันโหดร้ายในการปราบผู้ไม่เห็นด้วยจุดชนวนการต่อต้านของกบฏครั้งใหญ่ในรูปกลุ่มก่อการร้าย ชื่อ ซันส์ออฟคอร์ฮอล (Sons of Korhal) ไม่นานก่อนเริ่มต้นเกม ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2499 เผ่าพันธุ์ต่างดาวซึ่งมีเทคโนโลยีล้ำหน้าและพลังจิต โปรทอส ติดต่อกับมนุษยชาติเป็นครั้งแรกโดยทำลายโลกอาณานิคมของสหพันธ์ดวงหนึ่งโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า ไม่นานหลังจากนั้น เทอร์แรนค้นพบว่าเผ่าพันธุ์ต่างดาวที่สอง เซิร์กที่คล้ายแมลงนั้น ได้ลอบบุกรุกพื้นผิวของอาณานิคมเทอร์แรนหลายแห่ง และโปรทอสกำลังทำลายดาวเคราะห์เพื่อป้องกันมิให้เซิร์กแพร่ขยาย สหพันธ์ที่ถูกคุกคามโดยสองเผ่าพันธุ์ต่างดาวและการกบฏภายใน เริ่มพังทลายลง[20]
ตัวละคร[แก้]
-
ดูบทความหลักที่ ตัวละครในสตาร์คราฟต์
ผู้เล่นสวมบทบาทตัวละครไร้นามสามคนตลอดเกม ในองก์แรก ผู้เล่นเป็นพนักงานปกครองของสหพันธ์แห่งมาร์ซารา (Mar Sara) โลกอาณานิคมอันห่างไกล ซึ่งถูกคุกคามโดยทั้งเซิร์กและโปรทอส และถูกเหตุการณ์บังคับให้เข้าร่วมกับกบฏ ซันส์ออฟคอร์ฮอล ภายใต้ผู้นำ อาร์กทูรัส เมงสก์ (Arcturus Mengsk) การทัพของเมงสก์ มีจิม เรย์เนอร์ (Jim Raynor) เจ้าพนักงานบังคับกฎหมายที่มีสำนึกศีลธรรมจากมาร์ซารา และซาราห์ เคอร์ริแกน (Sarah Kerrigan) ผู้ลอบสังหารพลังจิตและรองผู้บัญชาการของเมงสก์ ร่วมด้วย ภาคที่สองของเกม ผู้เล่นจะเป็นเซเรเบรท (cerebrate) ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาในเซิร์กสวอร์ม (Zerg Swarm, ฝูง-) ผู้เล่นถูกเซิร์กโอเวอร์มายด์ (Zerg Overmind) ปกครอง โอเวอร์มายด์นี้เป็นการแสดงซึ่งพิชานรวมแห่งสวอร์ม และปฏิปักษ์หลักของเกม และได้รับคำแนะนำจากเซเรเบรทอื่นที่มียศและสถานภาพสูงกว่า ขณะที่ทำภารกิจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์แห่งสวอร์ม ในส่วนสุดท้ายของสตาร์คราฟต์ ผู้เล่นเป็นเจ้าพนักงานที่เพิ่งได้รับแต่งตั้ง เรียกว่า เอ็กซีคิวเตอร์ (Executor, ผู้ปฏิบัติงาน) ภายในกองทัพโปรทอส รายงานต่ออัลดาริส (Aldaris) ผู้แทนของรัฐบาลโปรทอส อัลดาริสหมางใจกับเจ้าของตำแหน่งของผู้เล่นคนก่อน ทัสซาดาร์ (Tassadar) จากการที่ให้ความร่วมมือกับเซราตูล (Zeratul) สมาชิกของดาร์คเทมพลาร์ (dark templar, นักรบมืด) ซึ่งเป็นกลุ่มที่รัฐบาลโปรทอสพิจารณาว่ามีมิจฉาทิฐิ[21]
โครงเรื่อง[แก้]
เรื่องสตาร์คราฟต์นำเสนอผ่านคู่มือคำสั่ง บทสรุปย่อแต่ละด่านและบทสนทนาในด่านเอง ร่วมกับการใช้คัตซีนฉากที่จุดสำคัญ ตัวเกมแบ่งเป็นสามภาค ภาคหนึ่งผู้เล่นจะได้บังคับบัญชาเผ่าพันธุ์หนึ่ง ในส่วนแรกของเกม ผู้เล่นและจิม เรย์เนอร์พยายามควบคุมอาณานิคมมาร์ซาราขณะที่เซิร์กโจมตีโลกเทอร์แรนดวงอื่น หลังสหพันธ์จับกุมเรย์เนอร์ฐานทำลายทรัพย์สินของสหพันธ์ แม้ข้อเท็จจริงว่ามันถูกเซิร์กรังควาญแล้วก็ตาม ผู้เล่นเข้าร่วมกับอาร์กทูรัส เมงสก์และซันส์ออฟคอร์ฮอล เรย์เนอร์ซึ่งทหารของเมงสก์ปล่อยเป็นอิสระ ก็เข้าร่วมเช่นกันและร่วมกับผู้เล่นบ่อย ๆ ในหลายภารกิจ จากนั้น เมงสก์เริ่มใช้เทคโนโลยีของสหพันธ์ที่ยึดได้บนมาร์ซาราล่อให้เซิร์กมายังที่ตั้งของสหพันธ์และเดินหน้าเป้าหมายของเขาเอง หลังจากบีบให้เอ็ดมุนด์ ดุค (Edmund Duke) นายพลของสหพันธ์ เข้าร่วมกับตนแล้ว เมงสก์สละรองผู้บัญชาการของเขา ซาราห์ เคอร์ริแกน เพื่อประกันการทำลายสหพันธ์โดยการล่อให้เซิร์กไปยังทาร์โซนิส (Tarsonis) เมืองหลวงของสหพันธ์ เรย์เนอร์โกรธกับเป้าหมายที่แท้จริงของเมงสก์ในการได้มาซึ่งอำนาจไม่ว่าราคาและการสละเท่าใดก็ตาม พากองทัพอดีตทหารอาสาสมัครอาณานิคมมาร์ซาราขนาดเล็กไปกับเขาด้วย เมงสก์จัดระเบียบประชากรเทอร์แรนที่เหลืออยู่เป็นเทอร์แรนโดมินเนียน (Terran Dominion, อาณาจักรเทอร์แรน) และประกาศตนเป็นจักรพรรดิ
การทัพที่สองนั้นเปิดเผยว่า เคอร์ริแกนมิได้ถูกเซิร์กสังหาร แต่ถูกจับกุมและติดเชื้อในความพยายามที่จะรวมลักษณะทางจิตของเธอเข้ากับยีนพูลของเซิร์ก เธอกำเนิดขึ้นโดยมีพลังจิตและความแข็งแกร่งทางกายภาพสูงกว่าเดิมมาก ดีเอ็นเอของเธอเปลี่ยนไปทั้งหมด ขณะเดียวกับ ทัสซาดาร์ ผู้บัญชาการโปรทอส ค้นพบว่าเซเรเบรทของเซิร์กไม่สามารถถูกสังหารได้ด้วยวิธีการปกติ แต่จะถูกทำลายได้ด้วยพลังที่ดาร์คเทมพลาร์อันมีมิจฉาทิฐิมีอยู่ ทัสซาดาร์เป็นพันธมิตรกับนักบวชชั้นสูงของดาร์คเทมพลาร์ เซราตูล ผู้ลอบสังหารซาร์ซ (Zasz) หนึ่งในเซเรเบรทของเซิร์กในกลุ่มรังบนดาวชาร์ (Char) มรณะของเซเรเบรทส่งผลให้กองกำลังของมันอาละวาดทั่วรังของเซิร์ก แต่เชื่อมโยงจิตของเซราตูลกับเซิร์กโอเวอร์มายด์ครู่หนึ่ง ทำให้โอเวอร์มายด์ทราบที่ตั้งของดาวที่กำเนิดของโปรทอส ไอเออร์ (Aiur) ซึ่งโอเวอร์มายด์แสวงมาหลายสหัสวรรษ ในที่สุด ฝูงเซิร์กหลักบุกครองไอเออร์ทันที ขณะที่เคอร์ริแกนถูกส่งไปจัดการกับทัสซาดาร์ และแม้โปรทอสจะต้านทานอย่างหนัก แต่โอเวอร์มายด์ก็สามารถฝังตัวเองเข้ากับเปลือกดาวเคราะห์ได้
ในภาคสุดท้ายของเกม อัลดาริสและรัฐบาลโปรทอสตีตราทัสซาดาร์ว่าเป็นผู้ทรยศและคนนอกรีตที่สมคบกับดาร์คเทมพลาร์ เดิมผู้เล่นรับใช้อัลดาริสในการป้องกันไอเออร์จากการบุกครองของเซิร์ก แต่ขณะอยู่ระหว่างภารกิจไปจับกุมทัสซาดาร์ ผู้เล่นกลับเข้ากับเขาแทน สงครามกลางเมืองโปรทอสอุบัติขึ้น ซึ่งทำให้ทัสซาดาร์ เซราตูลและพันธมิตรของพวกเขาติดพันกับกลุ่มผู้ทรงอำนาจของโปรทอส ดาร์คเทมพลาร์พิสูจน์คุณค่าแห่งตนเมื่อใช้พลังงานสังหารเซิร์กเซเรเบรทอีกสองตนเป็นไอเออร์ และที่ประชุมปรองดองกับพวกเขา โปรทอส ด้วยการสนับสนุนโดยกองกำลังของเรย์เนอร์ ผู้เข้าร่วมกับทัสซาดาร์บนชาร์ เจาะผ่านการป้องกันที่ถูกทำให้อ่อนแอลงของโอเวอร์มายด์และทำลายเปลือกชั้นนอกของโอเวอร์มายด์ได้ แต่ก็ได้รับความสูญเสียอย่างหนักเช่นกัน ทัสซาดาร์เจาะพลังจิตของเขา ร่วมกับพลังของดาร์คเทมพลาร์ ผ่านลำยานบัญชาการของเขา และชนใส่โอเวอร์มายด์ เป็นการสละชีพตนเพื่อทำลายโอเวอร์มายด์
การพัฒนา[แก้]
บลิซซาร์ดเอ็นเตอร์เทนเมนต์เริ่มการพัฒนาสตาร์คราฟต์ใน พ.ศ. 2538 ไม่นานหลังวางจำหน่ายวอร์คราฟต์ 2: ไทด์สออฟดาร์คเนสที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง[22] สตาร์คราฟต์เปิดตัวในงานอี3 พ.ศ. 2539[23] โดยใช้เกมเอนจินของไทด์สออฟดาร์คเนสเป็นฐาน รุ่นดังกล่าวของเกมถูกจัดแสดงได้รับการตอบรับค่อนข้างอ่อนจากงาน และถูกหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น "วอร์คราฟต์ในอวกาศ"[24] ผลคือ มีการยกเครื่องใหม่ทั้งโครงการ โดยนำความสนใจมายังการสร้างสามสปีชีส์ที่แตกต่างกัน บิล โรเปอร์ (Bill Roper) หนึ่งในผู้ผลิตเกม แถลงว่า นี่จะเป็นการเบี่ยงเบนครั้งสำคัญจากความคล้ายวอร์คราฟต์ เมื่อเปรียบเทียบกับสองฝั่งที่เท่าเทียมกันกับหมากรุก และแถลงว่า สตาร์คราฟต์จะให้ผู้เล่น "พัฒนายุทธศาสตร์เอกลักษณ์ขึ้นอยู่กับว่า[กำลังเล่น]สปีชีส์อะไร และจะกำหนดให้[ผู้เล่น]ต้องคิดยุทธศาสตร์ที่แตกต่างเพื่อต่อสู้กับอีกสองสปีชีส์"[25] ต้น พ.ศ. 2540 มีการเปิดตัวสตาร์คราฟต์รุ่นใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับดีกว่ารุ่นแรกมาก
กระนั้น เกมยังประสบอุปสรรคทางเทคนิค ฉะนั้น บ็อบ ฟิทช์ จึงออกแบบเอนจินวอร์คราฟต์ 2 ใหม่หมดในสองเดือน เพื่อประกันว่าคุณลักษณะจำนวนมากที่นักออกแบบต้องการ เช่น ความสามารถของยูนิตที่จะดำดินและอำพรางกาย สามารถทำให้เกิดผลได้[26] การปรับปรุงเกมภายหลังรวมถึงสไปรท์ (sprite) และพื้นหลังก่อนให้แสงและเงา ซึ่งสร้างโดยใช้ 3ดี สตูดิโอแม็กซ์ มีการนำมุมมองสมมิติในเกมมาใช้เช่นกัน ซึ่งตรงข้ามกับทัศนมิติ 3/4เอส เบิร์ดสอาย (3/4s birdseye perspective) ของวอร์คราฟต์ 2 ยิ่งไปกว่านั้น เกมยังใช้ดนตรีคุณภาพสูง ซึ่งประพันธ์โดยคีตกวีประจำของบลิซซาร์ด และมีการว่าจ้างนักพากย์เสียงอาชีพ[27]
แม้จะมีความคืบหน้าเหล่านี้ สตาร์คราฟต์ก็ยังออกมาช้า ความล่าช้าต่อเนื่องดลใจให้กลุ่มแฟนสตาร์คราฟต์กลุ่มหนึ่งที่ตั้งชื่อตนเองว่า "Operation: Can't Wait Any Longer" (ปฏิบัติการ: รอต่อไปไม่ไหวแล้ว) บนฟอรัมอย่างเป็นทางการเขียนชุดเรื่องบันเทิงคดีซึ่งสมาชิกของกลุ่มดังกล่าวพยายามนำสตาร์คราฟต์รุ่นบีตาจากสำนักงานใหญ่ของบลิซซาร์ดในเมืองเออร์ไวน์ รัฐแคลิฟอร์เนีย[28] เพื่อแสดงความเคารพต่อการมีอยู่ในฟอรัมและความกระตือรือร้นกับเกมของพวกเขา ภายหลังบลิซซาร์ดเอ็นเตอร์เทนเมนต์จึงรวมชื่อกลุ่มดังกล่าวเข้าไปในสตาร์คราฟต์โดยเป็นสูตรโกงเกมที่เร่งการสร้างยูนิต[29] และกล่าวขอบคุณกลุ่มดังกล่าวในเครดิตของเกม[30] ตัวเกมออกวางจำหน่ายสำหรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2541[1] โดยรุ่นแมคโอเอสออกมาในปีต่อมา คือ พ.ศ. 2542[31] การพัฒนาสตาร์คราฟต์ 64 ซึ่งเป็นรุ่นสำหรับนินเทนโด 64 เริ่มต้นใน พ.ศ. 2542 ซึ่งแปลงจากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลโดยแมสมีเดียอินเตอร์แอ็คทีฟเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของทีเอชคิว[32] และวางจำหน่ายโดยนินเทนโด[33] สตาร์คราฟต์ 64 วางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรปในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2543[2] และยังวางจำหน่ายในประเทศออสเตรเลียเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2544
เสียง[แก้]
โน้ตดนตรีในสตาร์คราฟต์นั้นประพันธ์โดยคีตกวีในองค์กรของบลิซซาร์ดเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ดีเรก ดุ๊ก และเกล็นน์ สตัฟฟอร์ดประพันธ์เพลงในรายการเลือกและเพลงในเกม ขณะที่เจสัน เฮยส์ประพันธ์เพลงที่ใช้ในคัตซีนฉาก เทรซี ดับเบิลยู. บุช ให้การสนับสนุนการประพันธ์เพลงเพิ่มเติม[34] เพลงของเกมได้รับเสียงตอบรับดีจากนักวิจารณ์ ผู้อธิบายว่า "ไพเราะกับมืดมนอย่างเหมาะสม"[35] และ "น่าประทับใจ"[36] โดยมีนักวิจารณ์คนหนึ่งชี้ว่า บางเพลงได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงภาพยนตร์เอเลียนของเจอร์รี โกลด์สมิธ[37] ซาวแทรกแรกของเกมอย่างเป็นทางการ สตาร์คราฟต์: เกมมิวสิก วอลุม 1 ซึ่งออกวางจำหน่ายใน พ.ศ. 2543 ซึ่งประกอบด้วยเพลงจากทั้งสตาร์คราฟต์และบรูดวอร์ เช่นเดียวกับเพลงรีมิกซ์และดนตรีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสตาร์คราฟต์ ซึ่งสร้างสรรค์โดยดีเจชาวเกาหลีใต้หลายคน ซาวแทรกถูกแจกจ่ายโดยเน็ตวิชชันเอ็นเตอร์เทนเมนต์[38] ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 บลิซซาร์ดเอ็นเตอร์เทนเมนต์ประกาศว่า ซาวแทรกที่สอง สตาร์คราฟต์ออริจินัลซาวแทรก ถูกวางจำหน่ายทางไอทูนส์ ซาวแทรกนี้ประกอบด้วยเพลงจากสตาร์ฟคราต์และบรูดวอร์ทั้งหมด ทั้งจากแก่นในเกมจนถึงเพลงที่ใช้ในคัตซีนฉาก[39]
ภาคเสริมและรุ่น[แก้]
ไม่นานก่อนสตาร์คราฟต์ออกวางจำหน่าย บลิซซาร์ดเอ็นเตอร์เทนเมนนต์พัฒนาการทัพเกมเดโมแชร์แวร์ออกมาตัวหนึ่ง ชื่อว่า ลูมิงส์ (Loomings) ซึ่งประกอบด้วยสามภารกิจและสอนเล่น (tutorial) เนื้อเรื่องเป็นเรื่องก่อนหน้าเกตุการณ์ในสตาร์คราฟต์ โดยเกิดขึ้นในอาณานิคมของสมาพันธ์แห่งหนึ่งระหว่างที่ถูกเซิร์กบุก ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2542 บลิซซาร์ดเอ็นเตอร์เทนเมนต์ได้สร้างเป็นการทัพแผนที่ตามสั่ง (custom map) ในเกมตัวเต็ม โดยเพิ่มอีกสองภารกิจและตั้งไว้บนแบตเทิล.เน็ต นอกเหนือจากนี้ การวางจำหน่ายสตาร์คราฟต์ตัวเต็มยังรวมการทัพอันดับรอง ชื่อ เอ็นสเลฟเวอร์ส (Enslavers) ประกอบด้วยห้าภารกิจที่เล่นเป็นทั้งเทอร์แรนและโปรทอส เอ็นสเลฟเวอร์สมีฉากท้องเรื่องในการทัพที่สองในสตาร์คราฟต์ และติดตามเรื่องของผู้ลักลอบเทอร์แรนที่สามารถควบคุมเซเรเบรทของเซิร์กได้ และถูกตามล่าจากทั้งโปรตอสและเทอร์แรนโดมินเนียน เอ็นสเลฟเวอร์สใช้เป็นการทัพผู้เล่นคนเดียวตวอย่างสำหรับตัวออกแบบด่านของเกม โดยเน้นวิธีใช้คุณลักษณะของโปรแกรม
ผลกระทบทางวัฒนธรรม[แก้]
การตอบรับ[แก้]
สตาร์คราฟต์ ออกจำหน่ายทั่วโลกเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2541 และเป็นหนึ่งในเกมคอมพิวเตอร์ที่ขายดีที่สุดของปีนั้น มียอดจำหน่ายกว่า 1.5 ล้านชุดทั่วโลก[40] ในทศวรรษถัดว่า สตาร์คราฟต์ ยังคงมียอดจำหน่ายรวมกว่า 9.5 ล้านชุดทั่วโลก ในจำนวนนี้ 4.5 ล้านชุดได้จำหน่ายในประเทศเกาหลีใต้[41] ตั้งแต่เริ่มต้นการจำหน่าย สตาร์คราฟต์ บลิซซาร์ดเอนเตอร์เทนเมนต์รายงานว่าบริการออนไลน์ผู้เล่นมัลติเพลเยอร์ แบตเทิลดอตเน็ต มีผู้เล่นเพิ่มขึ้นกว่า 800 เปอร์เซนต์[42] สตาร์คราฟต์ ยังคงเป็นหนึ่งในเกมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของโลก[43][44]
อ้างอิง[แก้]
- ↑ 1.0 1.1 "StarCraft's 10-Year Anniversary: A Retrospective". Blizzard Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-03-31.
- ↑ 2.0 2.1 "StarCraft 64". IGN. สืบค้นเมื่อ 2008-04-19.
- ↑ "Top 100 Games". Edge. 2007-07-02. Archived from the original on 2008-02-02. สืบค้นเมื่อ 2008-05-21.
- ↑ "The 52 Most Important Video Games". GamePro. สืบค้นเมื่อ 2008-05-21.
- ↑ 5.0 5.1 "The Greatest Games of All Time". GameSpot. 1998. สืบค้นเมื่อ 2008-09-01.
- ↑ Kris Graft (2009-02-11). "Blizzard Confirms One "Frontline Release" for '09". Edge. สืบค้นเมื่อ 2009-05-12.
- ↑ Cho, Kevin (2006-01-15). "Samsung, SK Telecom, Shinhan Sponsor South Korean Alien Killers". Bloomberg.com. สืบค้นเมื่อ 2006-08-18.
- ↑ Kasavin, Greg. "StarCraft Strategy Guide: The Protoss Conclave - Units and Structures". GameSpot. สืบค้นเมื่อ 2008-04-18.
- ↑ Kasavin, Greg. "StarCraft Strategy Guide: The Zerg Swarm - Units and Structures". GameSpot. สืบค้นเมื่อ 2008-04-18.
- ↑ Kasavin, Greg. "StarCraft Strategy Guide: The Terran Dominion - Units and Structures". GameSpot. สืบค้นเมื่อ 2008-04-18.
- ↑ "Blizzard Support: StarCraft". Blizzard Entertainment. 2008-01-16. สืบค้นเมื่อ 2008-04-18.
- ↑ 12.0 12.1 "StarCraft - StarEdit Tutorial". CreepColony.com. 2007-06-24. Archived from the original on 2001-07-07. สืบค้นเมื่อ 2008-04-16.
- ↑ "General Strategy: Resources". Battle.net. Blizzard Entertainment. Archived from the original on 2007-10-30. สืบค้นเมื่อ 2008-04-18.
- ↑ "Terran Basics". Battle.net. Blizzard Entertainment. Archived from the original on 2007-10-11. สืบค้นเมื่อ 2008-04-16.
- ↑ "Protoss Basics". Battle.net. Blizzard Entertainment. Archived from the original on 2007-10-24. สืบค้นเมื่อ 2008-04-16.
- ↑ "Zerg Basics". Battle.net. Blizzard Entertainment. Archived from the original on 2007-10-11. สืบค้นเมื่อ 2008-04-16.
- ↑ Underwood, Peter; Roper, Bill; Metzen, Chris; Vaughn, Jeffrey (1999). "Multiplayer Games: Spawned Games". StarCraft (manual). Blizzard Entertainment. p. 11.
- ↑ "Spawn Version FAQ". Blizzard Entertainment. 2012-08-15. สืบค้นเมื่อ 2012-11-11.
- ↑ Underwood, Peter; Roper, Bill; Metzen, Chris; Vaughn, Jeffrey (1998). "Terran: History". StarCraft (manual). Blizzard Entertainment. pp. 26–28.
- ↑ Underwood, Peter; Roper, Bill; Metzen, Chris; Vaughn, Jeffrey (1998). "Terran: History". StarCraft (manual). Blizzard Entertainment. pp. 30–33.
- ↑ "The Story So Far: Part 1: StarCraft". Blizzard Entertainment. 2007-11-21. Archived from the original on 2007-11-23. สืบค้นเมื่อ 2007-11-22.
- ↑ Bailey, Kat. "Why We Play: StarCraft". 1UP.com. สืบค้นเมื่อ December 21, 2011.
- ↑ "The Evolution of StarCraft". sclegacy.com. September 28, 2007. Archived from the original on October 17, 2007.
- ↑ Keighley, Geoff. "Eye Of The Storm: Behind Closed Doors At Blizzard". GameSpot. สืบค้นเมื่อ 2006-08-19.
- ↑ Dulin, Ron (1996-05-01). "StarCraft Preview". GameSpot. สืบค้นเมื่อ 2008-04-18.
- ↑ "Bob: StarCraft!". 10th Anniversary Celebration. Blizzard Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-01-08.
- ↑ Giovetti, Al (1997-01-01). "Interview with Bill Roper". The Computer Show.com. สืบค้นเมื่อ 2006-08-19.
- ↑ "The Official CWAL FAQ". Operation CWAL. 2004-02-20. สืบค้นเมื่อ 2006-08-21.
- ↑ Kasavin, Greg. "StarCraft Strategy Guide: Cheat Codes - The Spoils of War". GameSpot. สืบค้นเมื่อ 2008-04-16.
- ↑ Underwood, Peter; Roper, Bill; Metzen, Chris; Vaughn, Jeffrey (1998). "Credits". StarCraft (manual). Blizzard Entertainment. p. 95.
- ↑ "StarCraft for MAC". GameSpot. สืบค้นเมื่อ 2008-04-18.
- ↑ "Mass Media Interactive Entertainment official company site". Archived from the original on 2008-01-14. สืบค้นเมื่อ 2008-04-19.
- ↑ "StarCraft 64 Preview". GameSpot. 1999-06-16. สืบค้นเมื่อ 2008-04-19.
- ↑ "StarCraft". Soundtrack Collector. สืบค้นเมื่อ 2008-04-22.
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อGSpot - ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อGameProN64 - ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อGamePro - ↑ "StarCraft: Game Music Vol. 1". Game OST. สืบค้นเมื่อ 2008-04-22.
- ↑ "Blizzard Entertainment Soundtracks Now On iTunes". Blizzard Entertainment. 2008-09-04. สืบค้นเมื่อ 2008-09-30.
- ↑ "StarCraft Named #1 Seller in 1998". IGN. 1999-01-20. สืบค้นเมื่อ 2006-08-19.
- ↑ Olsen, Kelly (2007-05-21). "South Korean gamers get a sneak peek at 'StarCraft II'". USA Today. สืบค้นเมื่อ 2008-01-09.
- ↑ "Blizzard's Battle.net Remains Largest Online Game Service in the World; Battle.net Dominates Online Gaming Industry With 2.1 Million Active Users; Korea Becomes World's No. 1 Market". Business Wire. 1999-02-04. สืบค้นเมื่อ 2008-07-20.
- ↑ Rossignol, Jim (2005-04-01). "Sex, Fame and PC Baangs: How the Orient plays host to PC gaming's strangest culture". PC Gamer UK. สืบค้นเมื่อ 2006-08-20.
- ↑ Schiesel, Seth (2007-05-21). "To the Glee of South Korean Fans, a Game's Sequel Is Announced". New York Times. สืบค้นเมื่อ 2008-01-09.
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]