สงครามสืบราชบัลลังก์สเปน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก สงครามสืบราชสมบัติสเปน)
สงครามสืบราชบัลลังก์สเปน
Bakhuizen, Battle of Vigo Bay.jpg
ในศึกอ่าววิโก, อังกฤษและเนเธอร์แลนด์ทำลายกองทัพเรือขนสมบัติของสเปน ยึดเครื่องเงินที่สเปนได้มาจากโบลิเวียเป็นจำนวน
ประมาณหนึ่งล้านปอนด์สเตอร์ลิง
วันที่ ค.ศ. 1702ค.ศ. 1714
พ.ศ. 2245พ.ศ. 2257
สถานที่ ทวีปยุโรป และ ทวีปอเมริกาเหนือ
ผลลัพธ์ สนธิสัญญาอูเทร็คท์
การประชุมราสชตัทครั้งที่ 1 ค.ศ. 1714
คู่ขัดแย้ง
จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์:

Flag of the United Kingdom บริเตนใหญ่[1]
Flag of the Netherlands เนเธอร์แลนด์
ธงชาติของปรัสเซีย ปรัสเซีย
ธงชาติของโปรตุเกส โปรตุเกส
ธงชาติของเดนมาร์ก เดนมาร์ก-นอร์เวย์

ธงชาติของฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
ธงชาติของสเปน สเปน
ธงชาติของบาวาเรีย บาวาเรีย
ฮังการี
ผู้บังคับบัญชา
ธงชาติของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ยูจีนแห่งซาวอย

ธงชาติของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก มากราฟแห่งบาเดิน
ธงชาติของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก เคานท์สตาร์เฮมเบิร์ก
Flag of the United Kingdom ดยุคแห่งมาร์ลเบรอ
Flag of the United Kingdom มาร์ควิสเดอรูวินยี
Flag of the Netherlands เคานท์อูแวร์เคิร์ค
ธงชาติของโปรตุเกส มาร์ควิสดาสไมยาส
ธงชาติของอาณาจักรดยุคแห่งซาวอย วิคเตอร์ อามาเดอุส ที่ 2

ธงชาติของฝรั่งเศส ดยุคแห่งวิลลาร์ส

ธงชาติของฝรั่งเศส ดยุคแห่งแวงโดม
ธงชาติของฝรั่งเศส ดยุคแห่งโบเฟลอร์ส
ธงชาติของฝรั่งเศส ดยุคแห่งวิลเลอร์รอย
ธงชาติของฝรั่งเศส เคานท์แห่งเทสส์
ธงชาติของฝรั่งเศส ดยุคแห่งเบอร์วิค
ธงชาติของบาวาเรีย แม็กซิมิเลียน เอ็มมานูเอล ที่ 2
ธงชาติของสเปน มาร์ควิสแห่งวิลลาดาไรอาส
ฟรานซิส ที่ 2 ราโคซิ

กำลัง
232,000 คน[2] ฝรั่งเศส 373,000 คน[3]
กำลังพลสูญเสีย
ประมาณ 400,000 คน
(เสียชีวิต)

สงครามสืบราชบัลลังก์สเปน (ภาษาอังกฤษ: War of the Spanish Succession) (ค.ศ. 1702–ค.ศ. 1714) ซึ่งรวมทั้ง สงครามพระราชินีนาถแอนน์ (Queen Anne's War) ใน ทวีปอเมริกาเหนือเป็นสงครามครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของทวีปยุโรปเกี่ยวกับปัญหาการสืบสันติวงศ์ของบัลลังก์สเปน ซึ่งเป็นผลให้มีการเปลี่ยนความสมดุลทางอำนาจในยุโรป ผู้เป็นผู้นำทางทหารที่สำคัญๆ ในสงครามครั้งนี้ก็ได้แก่โคลด ลุยส์ เฮคเตอร์ แห่งวิลลาร์ส, เจมส์ ฟิทซเจมส์ ดยุคแห่งเบอร์วิคที่ 1, จอห์น เชอร์ชิลล์ ดยุคแห่งมาร์ลเบรอที่ 1 และเจ้าชายยูจีนแห่งซาวอย

ในปี ค.ศ. 1700 สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 แห่งสเปนสวรรคตและทรงทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างให้ดยุคแห่งอองชู พระนัดดาของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส และผู้กลายมาเป็นสมเด็จพระเจ้าฟิลิปที่ 5 แห่งสเปน สงครามจึงค่อยๆ ประทุขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิเลโอโปลด์ที่ 1 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์แห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์กทรงต่อสู้เพื่อรักษาบัลลังก์สเปนไว้กับฮับส์บูร์ก เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เริ่มขยายดินแดนอย่างรวดเร็ว ประเทศอื่นๆ ในยุโรปโดยเฉพาะราชอาณาจักรอังกฤษ โปรตุเกส และเนเธอร์แลนด์จึงเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อต่อต้านฝรั่งเศส[4] รัฐอื่นๆ เข้าร่วมในสงครามต่อต้านฝรั่งเศสและสเปนเพื่อจะหวังที่ได้ดินแดนเพิ่ม หรือเพื่อป้องกันการเสียดินแดนที่ครองอยู่ สงครามไม่จำกัดอยู่แต่ในยุโรปเท่านั้นแต่ในทวีปอเมริกาเหนือซึ่งรู้จักระหว่างชาวอาณานิคมอังกฤษในนามว่า “สงครามพระราชินีนาถแอนน์” และจากทหารคอร์แซรส์และโจรสลัดหลวง (privateers) ตามแนวสเปน (Spanish Main) — แนวฝั่งทะเลของสเปนในทวีปอเมริกาเหนือตั้งแต่บริเวณริมฝั่งรัฐฟลอริดาปัจจุบันเรื่อยลงไปทางเม็กซิโกลงไปจนถึงทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ สงครามครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตด้วยกันทั้งสิ้นประมาณ 400,000 คน[5]

สนธิสัญญา [แก้]

สงครามสงบลงด้วยการลงนามในสนธิสัญญาอูเทร็คท์เมื่อวันที่ 11 เมษายน ค.ศ. 1713 และ การประชุมราสชตัทครั้งที่ 1 ค.ศ. 1714 (First Congress of Rastatt 1714) ผลจากสงครามคือพระเจ้าฟิลลิปที่ 5 ยังคงเป็นพระเจ้าแผ่นดินสเปนแต่ถูกยกเลิกสิทธิในการสืบราชบัลลังก์ฝรั่งเศสซึ่งเป็นการป้องการการรวมตัวระหว่างราชอาณาจักรสเปนและฝรั่งเศส ออสเตรียไดัรับดินแดนที่เคยเป็นของสเปนในอิตาลีและเนเธอร์แลนด์ทั้งหมด ความมีอิทธิพลเหนือกว่า (Hegemony) ประเทศใดๆ ในยุโรปของฝรั่งเศสต่อยุโรปก็สิ้นสุดลงและปรัชญาการสร้างความสมดุลทางอำนาจ (balance of power) กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศซึ่งกล่าวถึงในสนธิสัญญาอูเทรชท์[6]

อ้างอิง [แก้]

  1. ธงชาติของอังกฤษ อังกฤษ (ค.ศ. 1701–176)
    Flag of the United Kingdom บริเตนใหญ่ (ค.ศ. 1707–1714) พระราชบัญญัติสหภาพ ค.ศ. 1707 รวมราชบัลลังก์อังกฤษและสกอตแลนด์เป็นราชอาณาจักรบริเตนใหญ่
  2. Lynn, The Wars of Louis XIV: 1667–1714, p.271. จำนวนพันธมิตรในปี ค.ศ. 1702: จักรวรรดิ (90,000), ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (60,000 + 42,000), และอังกฤษ (40,000). จำนวนนี้ไม่รวมจากกองกำลังจากนครรัฐรองต่างๆ ของเยอรมนีและกองกำลังทางเรือ
  3. Lynn, The Wars of Louis XIV: 1667–1714, p.271. กองกำลังของฝรั่งเศสตามเอกสาร; จำนวนจริงประมาณ 255,000. จำนวนนี้เพิ่มด้วยกำลังจากสเปนและเมื่อเริ่มสงครามจากบาวาเรียและซาวอยด้วย
  4. Also in the English case, to safeguard its own Protestant succession, opposing France as throughout the Second Hundred Years' War Tombs, That Sweet Enemy, p.24.
  5. Statistics of Wars, Oppressions and Atrocities of the Eighteenth Century, Matthew White
  6. Wolf, The Emergence of the Great Powers: 1685–1715. p.92

ดูเพิ่ม [แก้]