สงครามกลางเมืองผู้ปลดปล่อย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สงครามกลางเมืองผู้ปลดปล่อย
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามกลางเมืองโรมัน
วันที่ 43-42 ปีก่อน ค.ศ.
สถานที่ มาซีโดเนีย
ผลลัพธ์ ชัยชนะของคณะสามผู้นำ
ดินแดน
เปลื่ยน
สาธารณรัฐโรมัน ภายใต้การนำของคณะสามผู้นำ กลับเข้าปกครองจังหวัดทางตะวันออกอีกครั้ง

สงครามกลางเมืองผู้ปลดปล่อย (อังกฤษ: Liberators' civil war) เป็นสงครามที่คณะสามผู้นำที่สอง (Second Triumvirate) เป็นผู้ก่อ เพื่อแก้แค้นการฆ่าจูเลียส ซีซาร์ สงครามดังกล่าวเป็นการสู้รบระหว่างกองกำลังของมาร์ค แอนโทนีกับออกเตเวียน (สมาชิกคณะสามผู้นำที่สอง) ฝ่ายหนึ่ง และกองกำลังของมือสังหารซีซาร์ มาร์คัส จูนิอัส บรูตัสกับไกอัส แคสซิอัส ลอนไจนัสอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อ 42 ปีก่อน ค.ศ.

อารัมภบท[แก้]

หลังการฆ่าซีซาร์ บรูตัสและแคสซิอัส (ผู้ก่อการหลักสองคน ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามผู้ปลดปล่อย) หนีออกจากอิตาลีและเข้าควบคุมจังหวัดทางตะวันออกทั้งหมด (ตั้งแต่กรีซและมาซีโดเนียไปถึงซีเรีย) ตลอดจนราชอาณาจักรตะวันออกอันเป็นพันธมิตร ในกรุงโรม สามผู้นำหลักฝ่ายซีซาร์ ได้แก่ แอนโทนี ออกเตเวียนและมาร์คัส เอมิลลิอัส เลปิดัส ผู้ควบคุมกองทัพโรมันแทบทั้งหมดในทางตะวันตก ได้ปราบปรามการเป็นปรปักษ์ของวุฒิสภาและสถาปนาคณะสามผู้นำที่สอง หนึ่งในภารกิจแรก ๆ คอ ทำลายกองกำลังของผู้ปลดปล่อย ไม่เพียงแต่เพื่อควบคุมโลกโรมันอย่างสมบูรณ์เท่านั้น หากเป็นไปเพื่อแก้แค้นมรณกรรมของซีซาร์ด้วย

คณะสามผู้นำตัดสินใจให้เลปิดัสอยู่ในอิตาลี ระหว่างที่แอนโทนีและออกเตเวียนเคลื่อนไปยังตอนเหนือของกรีซด้วยกำลังพลที่ดีที่สุด (ทั้งหมด 28 ลีเจียน) ในปีที่ 42 ก่อนคริสตกาล คณะสามผู้นำส่งไดอัส นอร์บานัส ฟลักคัสและเดซิดิอัส ซาซา พร้อมทหาร 8 ลีเจียนเป็นกองระวังหน้ารุกเข้ามาซีโดเนีย นอร์บานัสและซาซาเผชิญกับกำลังพลผสมที่รุกเข้ามาของแคสซิอัสและบรูตัสแถบเมืองฟิลิปปี เนื่องจากนอร์บานัสและซาซามีไพร่พลน้อยกว่าจึงยึดที่ตั้งใกล้กับฟิลิปปีซึ่งกันมิให้ฝ่ายผู้ปลดปล่อยรุกต่อไป บรูตัสและแคสซิอัสจัดการให้นอร์บานัสผละจากที่ตั้งนี้ด้วยอุบาย แต่นอร์บานัสพบอุบายดังกล่าวทันกาลที่จะยึดที่ตั้งสำคัญนี้คืนได้ เมื่อบรูตัสและแคสซิอัสตีเข้ามาทางปีก นอร์บานัสและซาซาก็ล่าถอยไปยังแอมฟิโพลิส เมื่อมาร์ก แอนโทนีและกองกำลังขนาดใหญ่ของคณะสามผู้นำมาถึง (ขณะนั้นออกเตเวียนล้าหลังอยู่ที่ดีราเคียมเพราะสุขภาพไม่ดี) ก็พบว่าแอมฟิโพลิสมีการป้องกันแน่นหนาและแอนโทนีปล่อยให้นอร์บานัสบังคับบัญชาเมืองนั้นไป

กำลังพลสองฝ่าย[แก้]

คณะสามผู้นำนำทหาร 19 ลีเจียนเข้าสู่สมรภูมิ แหล่งข้อมูลรายงานชื่อลีเจียนอย่างเจาะจงเพียงหนึ่งลีเจียนเท่านั้น (ลีเจียนที่ 4) แต่ลีเจียนอื่นที่มาด้วยมีลีเจียนที่ 6 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 10 อีเควาทริส ที่ 12 ที่ 3 ที่ 226 ที่ 28 ที่ 29 และที่ 30 เนื่องจากทหารผ่านศึกได้เข้าอยู่อาศัยในนิคมทางบกหลักจากยุทธการ แอเปียน (Appian) รายงานว่า ลีเจียนของคณะสามผู้นำมีกำลังแทบเต็มอัตรา ยิ่งกว่านั้น ยังมีกองกำลังทหารม้าพันธมิตรขนาดใหญ่ด้วย (ทหารม้า 13,000 นายกับออกเตเวียน และ 20,000 นายกับแอนโทนี)

กองทัพของผู้ปลดปล่อยมี 17 ลีเจียน (8 ลีเจียนกับบรูตัสและ 9 ลีเจียนกับแคสซิอัส ขณะที่อีก 2 ลีเจียนอยู่กับทัพเรือ) มีเพียง 2 ลีเจียนที่มีกำลังเต็มอัตรา แต่กองทัพได้รับการเสริมกำลังด้วยทหารเกณฑ์จากราชอาณาจักรพันธมิตรทางตะวันออก แอเปียนรายงานว่ากองทัพดังกล่าวรวบรวมพลราบได้รวมประมาณ 80,000 นาย ทหารม้าพันธมิตรมีทั้งสิ้น 17,000 นาย รวมทั้งพลธนู 5,000 นายที่ขี่ม้าตามแบบตะวันออก) กองทัพนี้รวมลีเจียนเก่าของซีซาร์ที่ประจำอยู่ทางตะวันออก (อาจเป็นลีเขียนที่ 27 ที่ 36 ที่ 37 ที่ 31 และที่ 33) ฉะนั้น กองทัพของผู้ปลดปล่อยจำนวนมากจึงประกอบด้วยอดีตทหารผ่านศึกของซีซาร์ อย่างไรก็ดี อย่างน้อยลีเจียนที่ 36 มีทหารผ่านศึกของปอมปีย์ ซึ่งสมัครเข้ากองทัพซีซาร์หลังยุทธการฟาร์ซาลัส ความภักีของทหารผู้สมควรจะสู้กับทายาทของซีซาร์เป็นประเด็นละเอียดอ่อนสำหรับผู้ปลดปล่อย แคสซิอัสพยายามทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มพูนความภักดีของทหารด้วยสุนทรพจน์รุนแรง และการให้เงิน 1,500 ดีนารีแก่ทหารแต่ละนย และ 7,500 ดีนารีแก่เซนจูเรียนแต่ละนาย

ยุทธการที่ฟิลิปปีครั้งที่หนึ่ง[แก้]

ยุทธการที่ฟิลิปปีครั้งที่หนึ่ง

ยุทธการที่ฟิลิปปีประกอบด้วยการบปะทะสองครั้งในที่ราบทางตะวันตกของนครโบราณฟิลิปปี ครั้งแรกเกิดขึ้นในสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม บรูตัสเผชิญกับออกเตเวียน ขณะที่กองกำลังของแอนโทนีเผชิญกับแคสซิอัส ในช่วงแรก บรูตัสผลักดันออกเตเวียนกลับไปและเข้าค่ายลีเจียนของเขา แต่ในทางใต้ แอนโทนีพิชิตแคสซิอัส และแคสซิอัสเมื่อได้ทราบรายงานเท็จว่าบรูตัสล้มเหลวก็ได้ก่ออัตวินิบาตกรรม บรูตัสระดมกำลังพลที่เหลือของแคสซิอัสและทั้งสองฝ่ายสั่งการให้กองทัพของตนถอยกลับเข้าค่ายพร้อมกับของที่ชิงมา และการรบนี้จบด้วยการเสมอ

อ้างอิง[แก้]

  • Thomas Harbottle, Dictionary of Battles New York 1906
  • Ronald Syme. The Roman revolution. Oxford 1939
  • Lawrence Keppie. The making of the Roman army. New York 1984

แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ[แก้]