สกุลปลาตะพัด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สกุลปลาตะพัด
ปลาตะพัด (Scleropages formosus) สีแดง หรือที่นิยมเรียกในแวดวงปลาสวยงามว่า "ซูเปอร์เรด" (ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ที่ตั้งใหม่ว่า Scleropages legendrei
ปลาตะพัดสีทองสายพันธุ์อินโดนีเซีย หรือที่นิยมเรียกกันว่า "ทองอินโด" หรือตัวย่อว่า RTG ซึ่งได้รับการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ใหม่ว่า Scleropages aureus
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Actinopterygii
อันดับ: Osteoglossiformes
วงศ์: Osteoglossidae
วงศ์ย่อย: Osteoglossinae
สกุล: Scleropages
Günther, 1864
ชนิด
ชื่อพ้อง

สกุลปลาตะพัด หรือ สกุลปลาอะโรวาน่าเอเชีย (ชื่อวิทยาศาสตร์: Scleropages; อังกฤษ: Asian arowana, Malayan bonytongue fish) เป็นสกุลของปลาน้ำจืดจำพวกหนึ่งในสกุล Scleropages (/สเคอร์-โอ-พา-กิส/) ในวงศ์ Osteoglossidae

ลักษณะและพฤติกรรม[แก้]

เป็นปลาที่มีรูปร่างโดยรวมคือ ลำตัวยาว ด้านข้างแบน เกล็ดมีขนาดใหญ่เป็นระเบียบอย่างสวยงาม เกล็ดบริเวณเส้นข้างลำตัวมีประมาณ 24 ชิ้น ตาโต ปากใหญ่เฉียงขึ้นด้านบน ฟันแหลม ครีบหลังและครีบก้นยาวไปใกล้บริเวณครีบหาง สันท้องคม ครีบทุกครีบแหลมยาวโดยเฉพาะครีบอก และฉีกขาดได้ง่ายมาก มีหนวด 1 คู่อยู่ใต้คาง ขนาดโตเต็มที่ได้ยาวได้ราว 90 เซนติเมตร หนักได้ถึง 7 กิโลกรัม พฤติกรรมมักจะว่ายบริเวณริมผิวน้ำ เป็นปลากินเนื้อซึ่งอาหารได้แก่ สัตว์น้ำขนาดเล็ก ตลอดจนแมลง, สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำขนาดเล็ก ปลาโตเต็มวัยสามารถโดดงับอาหารได้สูงถึง 1 เมตร

มีอุปนิสัยก้าวร้าวพอสมควร มีพฤติกรรมชอบอยู่ตามลำพังตัวเดียว หรือไม่ก็จับกลุ่มเป็นฝูงเล็ก ๆ ไม่เกิน 3-5 ตัว ในป่าดิบชื้นที่มีน้ำใสสะอาด และในบางแหล่งที่มีสภาพความเป็นกรดของน้ำค่อนข้างสูง เช่น ป่าพรุ

พบกระจายพันธุ์อยู่เฉพาะภูมิภาคเอเชียอาคเนย์และออสเตรเลียบริเวณรัฐควีนส์แลนด์และนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีเท่านั้น

เป็นปลาที่มีสีสันหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยและพันธุกรรม ซึ่งมีทั้ง สีเงิน, สีเขียว, สีแดง, สีส้ม หรือเหลือบสีต่าง ๆ เหล่านี้ในเกล็ด โดยเฉพาะในชนิด Scleropages formosus

มีทั้งหมด 4 ชนิด โดยพบในเอเชียอาคเนย์ 2 ชนิด ในออสเตรเลีย 2 ชนิด

ชนิด[แก้]

พบในเอเชียอาคเนย์ นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม เป็นที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะในหมู่ชาวจีนและชาวญี่ปุ่น เนื่องจากเชื่อว่าเป็นปลาที่มีลักษณะคล้ายมังกร มีราคาที่ค่อนข้างสูงในสายพันธุ์ที่มีสีแดงและสีทอง ที่เรียกชื่อแตกต่างกันออกไป

พบในออสเตรเลีย มีรูปร่างอ้วนป้อมและเกล็ดมีขนาดเล็กกว่าชนิดแรก ส่วนหัวมีลักษณะแหลมยาวกว่า มีจุดเด่นคือ มีจุดสีเขียวเป็นเม็ดเล็ก ๆ ตามครีบท้อง นิยมตกเป็นเกมกีฬาในท้องถิ่น และเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม

พบในออสเตรเลียทางตอนเหนือ และในอินโดนีเซียบางส่วนด้วย มีลักษณะคล้ายชนิด S. jardinii แต่มีรูปร่างที่เรียวยาวกว่า และเมื่อปลาโตเต็มที่แล้ว ตามลำตัวจะปรากฏเม็ดกลมสีชมพูหรือแดงเรื่อ ๆ กระจายอยู่ทั่วลำตัว

พบในประเทศพม่า และบางส่วนในประเทศไทยและมาเลเซีย มีลักษณะคล้ายกับชนิด S. formosus เนื่องจากถูกแบ่งแยกออกมาในปี ค.ศ. 2012 โดยมีลักษณะทั่วไปคล้ายกันในทางสรีระ แต่มีลวดลายคล้ายลายสมองปรากฏทั่วไปตั้งแต่แผ่นปิดเหงือก จนถึงครีบหาง ขณะที่สีตามลำตัวจะเป็นสีเขียวเหลือบสีฟ้า

การแพร่พันธุ์และสถานะ[แก้]

พฤติกรรมเมื่อเวลาผสมพันธุ์และวางไข่ ปลาตัวผู้และตัวเมียจะจับคู่กัน เมื่อได้เวลาที่ปลาตัวเมียจะออกไข่ ปลาตัวผู้จะว่ายเข้าไปผสมน้ำเชื้อ ไข่มีลักษณะเป็นลูกกลมสีส้ม ไข่ไม่จับตัวกัน ปลาตัวผู้จะเป็นฝ่ายดูแลไข่โดยอมไว้ในปากจนกระทั่งฟักเป็นตัว ปริมาณในการวางไข่แต่ละครั้งประมาณ 40-100 ฟอง ซึ่งอายุของปลาที่พร้อมจะผสมพันธุ์ได้นั้นอยู่ที่ประมาณ 1.5-2 ปี ลูกปลาเมื่อแรกเกิดจะยังว่ายน้ำไม่ได้ และมีถุงไข่แดงติดออกมา ซึ่งถุงไข่แดงนี้จะยุบลงในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ พร้อมกับลูกปลาที่เริ่มจะว่ายน้ำได้แล้วและเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ [1]

ปลาในสกุลนี้ ทุกชนิดเป็นปลาที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์แล้ว โดยมีชื่อติดอยู่ในรายชื่อบัญชีของ CITES ในบัญชีที่ 1 (Appendix I) ซึ่งผู้ที่เลี้ยง, ค้าขายหรือครอบครองต้องได้รับอนุญาตจากทางการของแต่ละประเทศซะก่อน

ปัจจุบัน มีการเพาะขยายพันธุ์ได้แล้วในหลายประเทศ จนกลายเป็นอุตสาหกรรมอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เช่น อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และไทย

อนึ่ง ปลาชนิด S. formosus ซึ่งมีสีสันที่หลากหลายนั้นได้ถูกจัดแบ่งออกเป็นหลายชนิดในปี ค.ศ. 2003 แต่ทว่าชื่อวิทยาศาสตร์เหล่านี้ยังไม่ค่อยใช้แพร่หลายใช้กันเท่าใดนัก

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. หนังสือคู่มือเลี้ยงปลาอะโรวาน่า โดย สุรศักดิ์ วงศ์กิตติเวชสกุล (พ.ศ. 2540) ISBN 974-86869-5-7