ศึกเทพศาสตรา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ศึกเทพศาสตรา (จีน: 神兵玄奇; อังกฤษ: Weapons of the Gods) เป็นการ์ตูนจากฮ่องกง แต่งเรื่องโดย หวงยี่หลาง วาดภาพโดย ซิวฟูหลง ตีพิมพ์และจัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์บุรพัฒน์ โดยมีเนื้อเรื่องเป็นการต่อสู้ระหว่างธรรมและอธรรม ภายไต้การนำพาของเทพและมารที่ไม่จบสิ้น ชายหนุ่มสมบูณ์ด้วย ความดีและความสามารถ ผู้ที่ควรคู่ที่จะได้ผู้ครอบครองเทพศาสตราต่างๆ ในยุทธภพ เพื่อต่อกรกับคนพาลและมารร้ายในยุทธภพผู้ครอบครองมารศาสตรา

ตัวละครหลัก[แก้]

  • หนางกงเวิ่นเทียน
  • หนางกงเถี่ยซิน
  • หนางกงไท่ผิง(ใฝ่สันติ) -เป็นบุตรของหนางกงเวิ่นเทียน กับ หนางกงเถี่ยซิน ด้วยมีชะตากรรมเป็นมารหกภพเทพหกภพ จึงมีความสามารถพิเศษมากมาย ในช่วงอายุ15-18 ปี กลายเป็นมารเพราะว่าจิตมารที่ในช่วงที่เถี่ยซินครอบครองมารศาสตรา กระบี่ไร้ปรารถนา อีกที่ยังเก่งกล้าในเพลงยุทธทั้งสายธรรมและอธรรม สุดท้ายเสียชีวิตในการต่อสู้กับมารฟ้าดึกดำบรรพ์
  • อู่หยง - เป็นบุตรของจ้าวลัทธิโรซา ภายหลังจ้าวลัทธิโรซา เป็นจ้าวลัทธิคนแรกที่มีอายุยาวนานกว่า 27 ปี ที่ติดมาตามสายเลือดในวันเด็กเป็นผู้ครอบครองดาบ ราชันย์เคืองแค้น เมื่อเป็นจ้าวลัทธิโรซาแล้วได้ดัดแปลง ดาบราชันย์เคืองแค้นให้กลายเป็นเทพศาสาตร์ วิญญาณคับแค้น ศาสตร์วุธรูปทรงเคียว

เทพศาสตรา[แก้]

ผลึกฟ้า เจ้าของเดิม เทพมารดาหนี่โว คำปรารภ "เหล่าเทพ ภูตผี มาร ปีศาจ ล้วนเห็นตรงกันว่า ข้าหนี่โวนี้แสนจะโง่เขลา ทำไหมต้องเสียสละตัวเองพร้อมกับมารปีศาจ เพื่อปกป้องชาวโลกมันคุ้มแล้วหรือ แต่เมื่อข้ารู้ว่า ชาวโลกสามารถมีชีวิตอย่างปลอดภัยและมีความสุข การเสียสละของข้านี้ก็นับว่า คุ้มแสนคุ้ม"

วิญญาณพยัคฆ์ มีลักษณะเป็นดาบด้ามยาว ทำมาจากกระดูกสันหลังของเสือที่เป็นเพื่อนของจอมมารซือโหยว มีอานุภาพร้ายกาจ เป็นคู่ปรับกับผลึกฟ้า ในบางครั้งหากผู้ใช้มีวรยุทธด้อยกว่าที่วิญญาณพยัคฆ์พอใจ วิญญาณพยัคฆ์ก็จะย้อนทำร้ายผู้ใช้นั้น

คร่าวิญญาณ มีลักษณะเป็นกระบองสามท่อน สามารถเชื่อมต่อกันเป็นไม้พลองยาวได้ตามแต่ความถนัดของผู้ใช้

เทพกสิกร หรือ เกษตรเทวะ เจ้าของเดิม เสินหนงซื่อ (สกุลเกษตรเทวะ) คำปรารถ " ข้าเสินหนงแม้ไม่ใช่เทวดาหรือมนุษย์ แต่ข้าก็รักใคร่ผูกผันกับมนุษย์เหลือเกิน ข้ายินดีเป็นตัวทดลองสมุนไพร เพื่อหายารักษาโรคให้มนุษย์จนตัวเองต้องตายเพราะพิษสะสม จากการทดลองสมุนไพรพิษ แต่วิญญาณของข้าก็มีความสุขที่ได้เห็นผู้คนรอดตายจากยารักษาโรคที่ข้าเคย ทดลองมาแล้ว"[1]

จักรอวกาศ เจ้าของเดิม หวงตี้ คำปรารถ "สวรรค์มีเมตตาจิตต่อทุกชีวิต สวรรค์ให้กำเนิดข้า ข้ายังมีหน้าที่ปกป้องมนุษย์แห่งพิภพ"

ที่มาของจักรอวกาศ

หลังงจากยุคเปิดฟ้าดินของ ผ่านกู่ โลกนี้ก็เกิดการเข่นฆ่ากันอย่างต่อเนื่องมายุคจักวาล โดยการปลุกปันของจอมมารซือโยว เทพหนี่โวต้องการรจะให้โลกสงบสุขอีกครั้งเลยส่งหวงตี้ลงมาปราบ เมื่อครั้งแรกนั้น หวงตี้ ได้ต่อสู้กับ จอมมารซือโยว ดูเหมือนว่า หวงตี้จะเป็นฝ่ายได้เปรียบเพราะรบชนะเสียมาก แต่ก็ไม่อาจสังหารซือโยวได้ เพราะความชำนาญศึกและการรู้รบเป็นหลีกรู้หลีกเป็นหาง ซึ่งจะหลบหนีมากว่า จนมาวันหนึ่งซือโยวได้พบกับสัตว์ประหลาดตนหนึ่งที่กินคนโดยบังเอิญ ซือโยวจึงเลี้ยงดูมันเพื่อนำมาเป็นอาวุธซือโยวจึงต้องจับคนมาเลี้ยงในทุกวัน ทุกมื้อและปริมาณมากขึ้นจนในที่สุดแม้แต่ลูกหลานเขาก็ไม่เว้น แต่กระนั้นเจ้าสัตว์ประหลาดก็ไม่เชื่อมันคิดจะกินซือโยวด้วย แต่พยัคฆ์ของซือโยวเห็นเช่นนั้นก็ปกป้องโดยการงับและกัดกินสัตว์ประหลาดนั้น เขาไป หลังจากนั้นซือโยวก็กระขากเอากระดูกสัตว์ประหลาดจากร่างของเสือ ซึงต่อมาซือโยวเรียกวอาวุธที่แลกมาด้วยชีวิตของเสือที่ภักดีว่า วิญญาณพยัคฆ์ ซึงให้ทั้งพละกำลังและความมั่นใจเพราะยิ่งสู้นานอาวุธก็จะแกร่งและเกรียว กร้าวขึ้นจนชนะหวงตี้รวมทั้งบาดเจ็บสาหัสจนตองหลบหนี หลังจากนั้นก็ไม่มีอาวุธๆใดเลยที่จะทำร้ายร่างกายจอมมารซือโยวได้ จากนั้นเทพหนี่โวช่วยเหลือโดยการส่งเทพธิดาสวรรค์เก้านำ เอาเหล็กวิเศษและภาพอวกาศมอบให้เพื่อให้ หวงตี้สร้างเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งในการกำจัดซือโยว แต่หวงตี้ก็หนักใจและครุ่นคิดเพื่อหาวิธีในการสร้างร่วม 100 วัน เนื่องจากเหล็กวิเศษมีความแข็งแกร่งมาก หวงตี้ไม่สามารถจะหลอมเหล็กได้ในครั้งเดียวได้จึงสร้างกระถางเหล็กทองคำเก้า ใบ นำมาหลอมเหล็กวิเศษอย่างต่อเนื่องแล้วจึงขึ้นรูปเป็นจักรอวกาศที่ต้องการ โดยยึดแบบตามภาพอวกาศ โดยการ่วมมือของจากมนุษย์ในพื้นที่ล้านกว้างที่เรียกว่า ลานจักรวาล จากนั้นก็ตีเหล็กและขึ้นรูปจักอวกาศโดยลำพัง ซึ่งก็ทำให้เทพธิดาสวรคค์เก้าประทับใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่สร้างได้สำเร็จแล้วได้ทดลองไปใช้งานปรากฏว่า จักรอวกาศมีอนุภาพร้ายแรงกว่าที่หวงตี้ตั้งใจไว้รวมทั้งตำหนิเมื่อใช้งาน ต่อสู้นานก็จะมีรอยปิ่นและแตกหักเสมอซึ่งหวงตี้ก็ผิดหวังจนร่ำไห้ หวงตี้ใช้เวลาในการแก้ปัญหานี้เป็นเวลาหลายปีด้วยกันแต่ก็นำจักรอวกาศไปสู้ รบกับซือโยวแม้จะพ่ายแพ้ ด้วยความพยามในการต่อสู้ กล้าหาญ เสียสละตนเอง เพื่อราษฏร ของหวงตี้ ทำให้เทพธิดาไม่กลับสู่สวรรค์อยู่ยังคงอยู่ดูแลหวงตี้ ทำให้ในเวลาต่อมาหวงตี้และเทพธิดาสวรรค์เก้าบังเกิดความรักและอยู่กินดัง สามีภรรยาตามมา ในขณะเดียวกันยังคงพยามยามจะหลอมเหล็กวิเศษเพื่อสร้างจักรอวกาศอีกครั้ง อย่างไม่ท้อแท้ แต่หากความพยายามก็ไม่เป็นผลจนหวงตี้สิ้นหวัง ขณะที่คิดจะฆ่าตัวเองตายเพราะไม่อาจทำหน้าที่ได้สำเร็จ แต่เทพธิดาสวรรค์เก้าก็ได้ห้ามปราบและชี้แจงสาเหตุที่จักรอวกาศมีอนุภาพมาก เกิดควบคุมและเมื่อใช้ต่อสู้มีรอยบิ่นและแตกหักทุกครั้ง เนื่องจากมีในการสร้างนั้นใช้แต่พลังหยางเพียงอย่างเดียว ต้องมีการเติมพลังหยางลงไปจักรอวกาศจึงจะเป็นจักรอวกาศสมบูรณ์แบบ โดยนางจะเป็ยผู้หาพลังธาตุหยางมาเอง ซึ่งหวงตี้ก็เชื่อฟังเป็นอย่างดีโดยเริ่มสร้างจักรอวกาศใหม่อีกครั้งนี้ หวงตี้ได้เหาะขึ้นนำเหล็กวิเศษไปในกระถางทองคำจากนั้นก็ถามหาพลังธาตุหยาง ได้บอกว่าให้สบายใจหากได้ธาตุหยางลงไปในจักรอวกาศก็จะได้จักรอวกาศทีสมบูรณ์ แบบเอง จากนั้นก็กระโดดลงไปในกระถางทองคำ ในขณะนั้นหวงตี้ไม่อาจช่วยนางได้เลย เพราะมันสายเกินไป แต่กระนั้นเทพธิดาสวรรค์เก้าก็ยังคงยิ้มให้กับหวงตี้ในเปลวไฟที่หลอมร่างกาย ของนาง ในขณะนี้หวงตี้ได้ทราบแล้วว่า พลังธาตุหยางที่เทพธิดาสวรรค์เก้าจัดหาคือการสละชีวิตของนางเองให้เป็นพลัง ธาตุหยางให้จักรอวกาศ หลังจากนั้นก็นั้นก็เป็นการถือกำเนิดเทพศาสตรา จักรอวกาศสมบูรณ์ แบบ เพียงแต่ได้แลกมาด้วยชีวิตของคนรักของหวงตี้สร้างความทุกข์ให้หวงตี้มากกว่า ความสุขได้จักรอวกาศสมบูรณ์ หลังจากนั้นเป็นการทำศึกระหว่างซือโยวกับหวงตี้ที่สาบายว่าจะสังหารเซ่น เทพธิดาสวรรค์เก้าบนสวรรค์ เมื่อครั้งต่อสู้กับอย่างดุเด็ดวิญญาณพยัคฆ์ก้ย้อนทำร้ายนายตัวเองเป็นเหตุ ให้ซือโยวพายแพ้และถือสังหารในเวลาต่อมา รวมระยะเวลาในการกำจัดมาร 100 ปี หลังจากได้รับชัยชนะจากการกำจัดมารทำให้ได้รับยกย่องเป็น วีรบุรุษพิทักษ์โลก ด้วยความที่ตัวหวงตี้เป็นผู้ทรงคุณธรรม จักรอวกาศจึงได้รับการยกย่องเป็นตัวแทนของคุณธรรม เมื่อทำหน้าที่ได้สำเร็จหวงตี้ก็ได้เดินทางกลับสู่สวรรค์ และเที่ยวตาหาวิญญาณของเทพธิดาสวรรค์เก้าเรื่อยมา แม้จะตามหาทั่วสวรรค์ไม่พบเทพธิดาสวรรค์เก้าเลย

พญาหงส์ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า "หงสา" มีลักษณะเป็นขวานที่มีใบขวานเป็นรูปปีกของพญาหงส์ สามารถถอดแยกชิ้นส่วนปละประกอบใหม่ได้ หากประกอบใบขวานไม่ครบก็จะไม่สามารถเปล่งอาณุภาพของพญาหงส์ได้ไม่เต็มที่ มีอิทธิฤทธิ์สามารถควบคุมน้ำ และเหล็กเหลวได้

ที่มาของพญาหงส์

ในยุคดึกดำบรรพ์ เกิดภัยพิบัติเหตุน้ำท่วมโลกครั้งใหญ่ บุรุษที่มีนามว่า ต้าอี่ ได้มีใจจะช่วยแก้ไขเหตุน้ำท่วมจนพญาหงส์แห่งแดนสวรรค์ แปลงตัวเป็นอาวุธประเภทขวานที่ รูปร่างคล้ายพญาหงส์ เพื่อช่วยเหลือในการเปิดทางน้ำ ต้าอี่ได้ใช้พญาหงส์ในการเปิดลำธารเพื่อระบายน้ำ ให้ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำที่มีเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่คงทานแข็งแรง เพราะมีส่วนผสมของเหล็กเหลว

อุปสรรค ในตำนานกำเนิดพญาหงส์นั้น ระหว่างที่ ต้าอี่ได้สร้างลำธารเพื่อระบายไปทางทิศตะวันออกต้องชะงัก เพราะมีอะไรบ้างอย่างปิดทางน้ำ เมื่อเขาไปตรวจสอบถึงได้รู้ว่า กองของแข็งจำพวกโลหะอยู่ในบริเวณนั้นจำนวนมาก เมื่อนำพญาหงส์ที่เป็นอาวุธวิเศษที่อุดมด้วยธาตุไฟที่ร้อนแรง ไปสัมผัสของแข็งเหล่านั้นก็อ่อนตัวเป็นของเหลวได้อย่างน้ำ ต่อมาภายหลังเรียกกันว่าเหล็กเหลวและได้นำมาใช้ ประโยชน์ต่างนานา

เทพระบำ เป็นเทพศาสตราจำพวกเครื่องดนตรีมีลัษณะเป็นพิณ ทำมาจากไม้วิเศษ (เป็นเทพมังกรที่ไร้พลัง) ที่ตกลงมาจากสวรรค์ วิญญาณธาตุ มังกร สามารใช้เสียงดนตรีควบคุม หรือปั่นป่วนจิตของศัตรู มีใบมีดซ่อนอยู่ที่ตัวพิณ

ดับสวรรค์ เป็นเทพศาสตราที่ถือกำเนิดจากความแค้น มีลัษณะเป็นคันธนูไม่มีสาย ประกอบไปด้วยลูกธนู 10 ดอก ด้วยความที่เป็นเทพศาสตราที่เกิดจากความแค้นนี้เอง ทำให้ผู้ที่ใช้ดับสวรรค์และลูกธนูของมันต้องได้รับคำสาปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งคำสาปนั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละลูกธนูที่ได้ใช้ไป

มารสะท้าน เป็นเทพศาสตราของเทพอัสนีและเทพสายฟ้า ที่สามารถปล่อยและควบคุมสายฟ้าได้ ประกอบไปด้วยสองส่วน ส่วนแรกเป็นเหมือนกรรไกร และส่วนที่สองเป็นสองง่าม เมื่อนำมาประกบกัน สามารถเปล่งอาณุภาพสายฟ้าได้อย่างไร้ขีดจำกัด

สยบทศทิศ มีลักษณะเป็นใบมีดสี่ใบ มีด้ามจับคล้ายกังหัน มีสัญลักษณ์หยินหยางของลัทธิเต๋าอยู่ตรงกลาง ผู้ใช้สามารถควบคุมใบมีดแตะละใบให้เคลื่อนไหวออกไปโจมตีศัตรูได้ นอกจากนี้สยบทศทิศยังมีอิทธิฤทธิ์ในการสาร้าง และควบคุมมิติอีกด้วย

ตัวละคร[แก้]

  • หนางกงอู๋ตี๋
  • หนางกงอู๋เว่ย
  • หนางกงยี่
  • หนางกงเอี้ย
  • ฉิวอิง
  • ตงฟางสง
  • จัวปู้ฝาน
  • หั่วอี้เยี่ยน
  • เป่ยมู่เจิ้ง
  • ซีเฉิงหาว
  • อัสนีกัมปนาท
  • ตุลาการหยก
  • เทพอัคคี
  • จ้าวยมสวรรค์
  • ตู้กูเฉิงจื่อ
  • ตู้กูปิ่ง
  • เสี่ยวเอี้ยจื่อ
  • นางเฒ่ามู่
  • มู่เส่อ
  • ปรมาจารย์กุ๋ยกู่
  • ต้าหลอปั๋ว
  • สุยหลิงปอ
  • สงเอี๋ยนเอี๋ยน
  • เหลิ่งอิ๋งฟง
  • สิงฟง
  • จ้าวลัทธิโรซา
  • ซื่อโฉว
  • อาเฟย
  • อาหั่ว
  • เทียนหลง

สี่มหาสกุล พรรค และสำนัก[แก้]

  • ตำหนักภูติอุดร
  • วังทักษิณ
  • วังบูรพา
  • เมืองประจิม
  • พรรคฟ้าดิน
  • พรรคยมสวรรค์
  • ลัทธิโรซา
  • หมู่บ้านเหมียวเจียง
  • เผ่าอสูร

พรรคเทวะ ประกอบด้วย 6 สำนักด้วยกัน คือ ดาบ กระบี่ ขวาน ยม อัคคี หิมะ

ศึกเทพศาสตรา ภาคพิเศษ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • หนังสือ การ์ตูน ศึกเทพศาสตรา เล่ม 1- 95
  • ตอน จักรอวกาศ ศึกเทพศาสตรา เลมที่ 8
  • ตอน มิติลวงอวกาศ ศึกเพทศาสตรา เล่มที่ 42
  • ตอน ศึกชิงจ้าวยุทธภพ ศึกเทพศาสตรา เล่มที่ 7
  • ตอน ผลึกฟ้า ดวล สยบทศทิศ เล่มที่ 38 ศึกเทพศาสตรา

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]