ศาลพระกาฬ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ระวังสับสนกับ ศาลพระกาฬ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วงเวียน ศรีสุนทร
Lopbsanpkan0306a.jpg
ชื่ออังกฤษ Si Sunthon
ที่ตั้ง ถนนนารายณ์มหาราช อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี
ทิศทางการจราจร
ทิศเหนือ
ถนนราชมนู
ทิศตะวันออก
ถนนนารายณ์มหาราช
» วงเวียนศรีสุริโยทัย
ทิศตะวันตก
ถนนวิชาเยนทร์
    

พิกัดภูมิศาสตร์: 14°48′08″N 100°36′54″E / 14.80222°N 100.61500°E / 14.80222; 100.61500

ศาลพระกาฬ หรือเดิมเรียกว่า ศาลสูง เป็นที่ประดิษฐาน เจ้าพ่อพระกาฬ เทวรูปโบราณยุคขอมเรืองอำนาจ เป็นโบราณสถานและศาสนสถานที่ตั้งอยู่กลางวงเวียนชื่อ วงเวียนศรีสุนทร บนถนนนารายณ์มหาราช ในเขตตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของพระปรางค์สามยอดและเส้นทางรถไฟสายเหนือ

ประวัติ[แก้]

ศาลพระกาฬ หรือเดิมเรียกว่า ศาลสูง เนื่องจากศาลตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงที่อยู่สูงจากพื้นดิน[1] เป็นศาสนสถานที่เป็นฐานศิลาแลงขนาดมหึมา สันนิษฐานกันว่าฐานศิลาแลงดังกล่าวเป็นฐานพระปรางค์ที่ยังสร้างไม่เสร็จ หรือสร้างสำเร็จแต่พังถล่มลงมาภายหลังโดยมิได้รับการซ่อมแซมให้ดีดังเดิม[1] ศาลพระกาฬเป็นสิ่งก่อสร้างของขอม สืบเนื่องมาจากเมืองลพบุรีในอดีตจะเคยเป็นส่วนหนึ่งของขอมโบราณ ซึ่งได้กลายเป็นศูนย์กลางการปกครองของขอมในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา[2] อย่างไรก็ตามฌ็อง บวสเซอลิเยร์ ได้สันนิษฐานจากฐานพระปรางค์ที่สูงมากนี้ ว่าเขายังมิได้ข้อยุติว่าเป็นสถาปัตยกรรมขอมโบราณพุทธศตวรรษที่ 16 "อาจเป็นฐานพระปรางค์จริงที่สร้างไม่เสร็จ หรือเสร็จแล้วแต่พังทลายลงมา"[1] ทั้งนี้มีที่ศาลสูงมีการค้นพบศิลาจารึกศาลสูงภาษาเขมร หลักที่ 1[3] และศิลาจารึกเสาแปดเหลี่ยม (จารึกหลักที่ 18) อักษรหลังปัลลาวะภาษามอญโบราณ[4]

รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงให้สร้างศาลเทพารักษ์ขนาดย่อมก่ออิฐถือปูน มีลักษณะสถาปัตยกรรมตามพระราชนิยม ทรงตึกเป็นแบบฝรั่งหรือเปอร์เซียผสมผสานกับไทยบนฐานศิลาแลงเดิม ตัวศาลเป็นอาคารชั้นเดียวหลบแดดขนาดสามห้อง ภายในบรรจุทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ กับเทวรูปสีดำองค์หนึ่ง[1] ประมาณกันว่าเป็นศาลประจำเมืองก็ว่าได้[1]

ลิงที่อาศัยในบริเวณศาลพระกาฬ

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสเมืองลพบุรีในปี พ.ศ. 2421 ทรงให้ความเห็นเกี่ยวกับศาลสูง ความว่า "ออกจากพระปรางค์สามยอดเดินไปสักสองสามเส้น ถึงศาลพระกาล ที่หน้าศาลมีต้นไทรย้อย รากจดถึงดิน เป็นหลายราก ร่มชิดดี เขาทำแคร่ไว้สำหรับนั่งพัก...ที่ศาลพระกาลนั้นเป็นเนินสูงขึ้นไปมาก มีบันใดหลายสิบขั้น ข้างบนเป็นศาลหรือจะว่าวิหารสามห้อง เห็นจะเป็นช่อฟ้า ใบระกา แต่บัดนี้เหลืออยู่เพียงแต่ผนัง ที่แท่นมีรูปพระนารายณ์สูงประมาณ ๔ ศอก เป็นเทวรูปโบราณทำด้วยศิลา มีเทวรูปเล็ก ๆ เป็นพระอิศวรกับพระอุมาอีก ๒ รูป ออกทางหลังศาลมีบันใดขึ้นไปบนเนินสูงอีกชั้นหนึ่ง มีหอเล็กอีกหอหนึ่ง มีแผ่นศิลาเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑแผ่นหนึ่ง มีรูปนารายณ์ประทมสินธุ์แผ่นหนึ่งวางเปะปะ ไม่ได้ตั้งเป็นที่..."[1]

ราวปี พ.ศ. 2465 ศาลเทพารักษ์องค์เดิมขนาดสามห้องได้ทรุดโทรมลงมาก จึงมีการอัญเชิญเทวรูปองค์ดำดังกล่าวลงมาประดิษฐาน ณ เรือนไม้มุงสังกะสีบริเวณพระปรางค์ชั้นล่าง[5]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2495 ได้มีการสร้างศาลพระกาฬขึ้นใหม่เนื่องจากเรือนไม้สังกะสีเดิมได้ทรุดโทรมลง ศาลพระกาฬหลังใหม่จึงถูกออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมทรงไทยร่วมสมัยของกรมศิลปากรสมัยหม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ เป็นหัวหน้ากองสถาปัตยกรรม[5] มีชลอ วนะภูติ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญร่วมกับองค์กรอื่น ๆ รวมทั้งชาวลพบุรีและผู้ศรัทธาจำนวนมาก[5] ก่อสร้างสำเร็จในปี พ.ศ. 2496[6] ใช้งบประมาณการก่อสร้างสามแสนบาทเศษ ซึ่งดูเด่นเป็นสง่า ณ บริเวณหน้าฐานพระปรางค์โบราณ[5]

เจ้าพ่อพระกาฬ[แก้]

เจ้าพ่อพระกาฬ เทวรูปโบราณถูกประดิษฐานภายในศาลพระกาฬ

เจ้าพ่อพระกาฬเป็นเทวรูปรุ่นเก่าซึ่งอาจเป็นพระวิษณุ หรือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร[7] ศิลปะลพบุรี[6] แต่เดิมเจ้าพ่อพระกาฬมีพระกายสีดำ ไม่มีพระเศียร และพระกรทั้งหมด[8] กล่าวกันว่าเจ้าพ่อพระกาฬได้ไปเข้าฝันผู้ประสงค์ดีท่านหนึ่ง นัยว่าขอพระเศียรและพระกรเท่าที่จะหามาได้ ซึ่งได้มีผู้ศรัทธาได้จัดหาเศียรพระศิลาทรายศิลปะสมัยอยุธยา[6] ส่วนพระกรนั้นได้เพียงสองข้างจากทั้งหมดสี่ข้าง

ปัจจุบันเจ้าพ่อพระกาฬไม่เหลือเค้าเดิมซึ่งมีสีดำอีกแล้ว ด้วยถูกปิดทองจากผู้ศรัทธาแลดูเหลืองอร่ามจนสิ้น[8] กล่าวกันว่าปีหนึ่งมีผู้มานมัสการไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนคน[9]

ลิงศาลพระกาฬ[แก้]

ลิงศาลพระกาฬ หรือ ลิงเจ้าพ่อพระกาฬ ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมดกว่า 500 ตัว[6] ทั้งนี้ทั้งนั้นลิงฝูงดังกล่าวมิได้มีความเกี่ยวข้องกับศาลพระกาฬเลยแต่อย่างใด แต่เดิมบริเวณโดยรอบศาลพระกาฬเป็นป่าคงมีลิงป่าอาศัยอยู่ ลิงดังกล่าวยังชีพด้วยของถวายแก้บน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลไม้[9] ปัจจุบันลิงทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ[6]

  1. ลิงศาล หรือ ลิงเจ้าพ่อ เป็นลิงฝูงใหญ่อาศัยบริเวณโดยรอบศาลพระกาฬช่วงเที่ยง และอาศัยที่พระปรางค์สามยอดและบางส่วนของโรงเรียนพิบูลวิทยาลัยช่วงเช้าและเย็น เมื่อพลบค่ำพวกมันจะกับมานอนที่ศาลพระกาฬ กลุ่มนี้มีความเป็นอยู่ค่อนข้างดี มักได้รับของเซ่นไหว้จากผู้ศรัทธาเสมอ
  2. ลิงมุมตึก หรือ ลิงนอกศาล หรือ ลิงตลาด เป็นลิงจรจัดซึ่งแตกหลงฝูงและมิได้รับการยอมรับกลับเข้าฝูง มักเร่ร่อนตามมุมตึก ร้านค้าบ้านเรือนในชุมชนเมืองลพบุรี ลิงกลุ่มนี้มักสร้างปัญหาและความเสียหายอยู่เสมอ

ทั้งนี้กลุ่ม ลิงศาล อาจแบ่งย่อยได้อีกสามกลุ่มคือ กลุ่มศาลพระกาฬ, กลุ่มพระปรางค์สามยอด และกลุ่มโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย[10]

สถานที่ใกล้เคียง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 ส.สีมา. (7 พฤษภาคม 2556). "ศาลพระกาฬ". ศิลปวัฒนธรรม. 34:7, หน้า 34
  2. ศานติ ภักดีคำ ผศ. ดร. (3 มกราคม 2556). "เมื่อ "ลวปุระ" หรือ "ลพบุรี" ถูกพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ ทำลาย "กลายเป็นป่า"". ศิลปวัฒนธรรม. 34:3, หน้า 111
  3. ศานติ ภักดีคำ ผศ. ดร. (3 มกราคม 2556). "เมื่อ "ลวปุระ" หรือ "ลพบุรี" ถูกพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ ทำลาย "กลายเป็นป่า"". ศิลปวัฒนธรรม. 34:3, หน้า 113
  4. กรมศิลปากร. จารึกในประเทศไทย เล่ม 2. กรุงเทพฯ:กรมศิลปากร. 2529, หน้า 57-60
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 ส.สีมา. (7 พฤษภาคม 2556). "ศาลพระกาฬ". ศิลปวัฒนธรรม. 34:7, หน้า 35
  6. 6.0 6.1 6.2 6.3 6.4 "ศาลพระกาฬ". สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี. สืบค้นเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2556. 
  7. "ศาลพระกาฬ". SHARE SIAM. สืบค้นเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2556. 
  8. 8.0 8.1 ส.สีมา. (7 พฤษภาคม 2556). "ศาลพระกาฬ". ศิลปวัฒนธรรม. 34:7, หน้า 36
  9. 9.0 9.1 ส.สีมา. (7 พฤษภาคม 2556). "ศาลพระกาฬ". ศิลปวัฒนธรรม. 34:7, หน้า 37
  10. "ทำหมันหรือรักษาไส้เลื่อนระวัง"ลิง"เจ็บตัวฟรี ?!". คมชัดลึก. 21 สิงหาคม 2552. สืบค้นเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2556.