วิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอน
| วิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอน | |
|---|---|
| Imperial College London | |
| คติพจน์ |
Scientia imperii decus et tutamen Knowledge is the adornment and protection of the Empire(ความรู้คือสิ่งตกแต่งและป้องกันอาณาจักร) |
| สถาปนา | 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1907 |
| ประเภท | มหาวิทยาลัย |
| วิทยาเขต | เซาต์เคนซิงตัน Hammersmith St. Mary's Chelsea and Westminster Royal Brompton Charing Cross Silwood Park Wye |
| เว็บไซต์ | www.imperial.ac.uk |
วิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอน (อังกฤษ: Imperial College London) หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า วิทยาลัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการแพทย์ดิอิมพีเรียล (อังกฤษ: The Imperial College of Science, Technology and Medicine) ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัย) [1] เป็นมหาวิทยาลัยบริติช ตั้งอยู่ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยมุ่งเน้นการเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การแพทย์ และธุรกิจ[2] จนถึงปัจจุบัน บุคลากรของวิทยาอิมพีเรียลได้รับรางวัลโนเบลจำนวนทั้งหมด 15 รางวัล[3]
วิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอนเป็นสถาบันมีชื่อเสียงมากในด้านวิศวกรรมศาสตร์ และ เทคโนโลยี โดยมักได้รับการจัดอันดับจากสำนักต่างๆให้อยู่ในระดับต้นๆของทวีปยุโรปเสมอ และมักจะมีอันดับเป็นรองเพียงแค่ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เท่านั้น
ในปี ค.ศ. 2010 The Complete University Guide ได้จัดให้วิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอนเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 3 ในสหราชอาณาจักร รองจาก มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด และ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์[4]
วิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอนยังได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับที่ 5 ของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกในปี ค.ศ. 2009 โดยนิตยสารไทมส์ไฮเออร์เอดูเคชันซัปพลีเมนต์[5] และอยู่ในอันดับที่ 26 ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกโดย มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวถง[6]
วิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอนเป็นสมาชิกของกลุ่มมหาวิทยาลัยรัสเซลล์ และยังเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสามเหลี่ยมทองคำในสมาพันธ์มหาวิทยาลัยยุโรปและสมาพันธ์ประชาคมมหาวิทยาลัย
ในช่วงแรก วิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอนเป็นสมาชิกในเครือมหาวิทยาลัยลอนดอน ก่อนที่จะแยกออกมาเป็นอิสระในครั้งฉลองครบรอบร้อยปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย (8 กรกฎาคม ค.ศ. 2007)
เนื้อหา |
ประวัติ [แก้]
การก่อตั้ง [แก้]
วิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอนเริ่มก่อตั้งขึ้นจากการผนวกเอาวิทยาลัยต่างๆ เข้าด้วยกัน สถาบันหลักที่เป็นต้นกำเนิดวิทยาเขตเซาท์เคนซิงตันซึ่งเป็นวิทยาเขตหลักได้แก่ โรยัลสคูลออฟไมน์ (อังกฤษ: Royal School of mines) (ค.ศ. 1854 โดยเซอร์เฮนรี่ เดอ ลา บาช) โรยัลคอลเลจออฟซายน์ (อังกฤษ: Royal College of Sciences) (ค.ศ. 1881) และซิตี้แอนด์กิลด์คอลเลจ (อังกฤษ: City and Guild College) (ค.ศ. 1884) [7]
ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย [แก้]
ในปี ค.ศ. 1907 คณะผู้บริหารฝ่ายการศึกษามีความประสงค์ที่จะรวมวิทยาลัยต้นกำเนิดทั้งสามเพื่อให้มีศักยภาพในการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น โรยัลสคูลออฟไมน์ โรยัลคอลเลจออฟไซน์ และซิตี้แอนด์กิลด์คอลเลจ จึงได้รวมกันเป็นมหาวิทยาลัยเดียวและขึ้นตรงกับยูนิเวอร์ซิตี้ออฟลอนดอน โรยัลชาร์เตอร์ซึ่งดูแลวิทยาลัยต้นกำเนิดทั้งสามได้ลงนามอนุม้ติการจัดตั้งมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอนอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1907 โดยก่อตั้งวิทยาเขตหลักในพื้นที่ของสถาบันอิมพีเรียลในเซาท์เคนซิงตัน
ในวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1919 ได้มีการจัดตั้งกิจกรรมชมรมพายเรือสำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล ต่อมาในปี ค.ศ. 1947 ทางมหาวิทยาลัยได้ซื้อพื้นที่บริเวณซิลวูดพาร์คเพื่อใช้เป็นที่สำหรับวิจัยและให้การศึกษาในด้านวิชาชีววิทยาซึ่งยากที่จะศึกษาในพื้นที่ของวิทยาเขตหลัก
ในวันที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 1949 ได้มีการเผยแพร่หนังสือพิมพ์ฟีลิกซ์ ซึ่งจัดทำโดยนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเพื่อให้เผยแพร่ข่าวสารต่างๆ ในรั้วของมหาวิทยาลัย วันที่ 29 มกราคม ค.ศ. 1950 รัฐบาลอังกฤษได้วางโครงการสนับสนุนและพัฒนามหาวิทยาลัยอิมพีเรียลให้เป็นสถาบันชั้นนำในด้านการวิจัยและให้การศึกษาในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายในคริสต์ศตวรรษที่ 20
ปี ค.ศ. 1959 มูลนิธิวูลฟ์สันบริจาคเงินมูลค่า 350,000 ปอนด์เพื่อก่อตั้งภาควิชาชีวเคมี
ปี ค.ศ. 1963 มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลได้จับมือกับสถาบันเทคโนโลยีอินเดีย (เดลี) ร่วมมือในด้านการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปี ค.ศ. 1971 ได้มีการจัดตั้งภาควิชาวิทยาศาสตร์บริหารตามด้วยการจัดตั้งภาควิชาความร่วมมือและความสัมพันธ์ในปี ค.ศ. 1972
ปี ค.ศ. 1980 ภาควิชาความร่วมมือและความร่วมมือได้ยุบรวมกับภาควิชาประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์กลายเป็นภาควิชามานุษยวิทยา
ปี ค.ศ. 1988 มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลได้รวมเอาโรงเรียนแพทย์โรงพยาบาลเซนต์แมรี เข้าเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย ทำให้มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลกลายเป็นมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และแพทยศาสตร์ดังเช่นในปัจจุบัน
ปี ค.ศ. 1995 มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลได้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ และโรงพิมพ์เป็นของตัวเอง โดยมีเครือข่ายร่วมกับวารสารวิทยาศาสตร์ระดับโลก ในปีนี้มหาลัยอิมพีเรียลยังได้ผนวกเอาสถาบันปอดและหัวใจแห่งชาติเข้าเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย
ปี ค.ศ. 1997 โรงเรียนแพทย์ชาร์ลิงครอสและเวสมินสเตอร์ โรงเรียนแพทย์หลวงสำหรับบัณฑิต และสถาบันผดุงครรภ์และนรีเวชวิทยาได้รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล ทำให้เกิดการก่อตั้งโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยอิมพีเรียล ขึ้นอย่างเป็นทางการ
ปี ค.ศ. 1998 ได้มีการเปิดใช้อาคารเซอร์อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่ง เพื่อเป็นศูนย์กลางงานวิจัยทางการแพทย์และชีววิทยาด้านการแพทย์
ปี ค.ศ. 2000 มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลได้ผนวกสถาบันไขข้อเคนเนดี และไวย์คอลเลจซึ่งศึกษาทางด้านเกษตรกรรมและเป็นส่วนหนึ่งของเครือมหาวิทยาลัยลอนดอนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัย
ในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2005 มหาวิทยาลัยได้ประกาศโครงการซายน์พาร์คที่วิทยาเขตไวย์ แต่ถูกยกเลิกไปในเดือนกันยายนปีถัดมาเนื่องด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น ปัจจุบันไวย์คอลเลจถูกบริหารโดยมหาวิทยาลัยเคนท์โดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลและไวย์คอลเลจ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรจากมหาวิทยาลัยเคนท์ในความร่วมมือของอิมพีเรียลและไวย์คอลเลจ
วิทยาเขต [แก้]
มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลดำเนินการบริหารและกิจการทุกๆ อย่างภายในวิทยาเขตเซาท์เคนซิงตัน ย่านอันเป็นแหล่งรวมของทั้งสถาบันทางการศึกษาและศิลปะต่างๆ มากมาย อาทิเช่น พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ พิพิธภัณฑ์วิคตอเรียอัลเบิร์ต โรยัลสคูลออฟมิวสิค โรยัลคอลเลจออฟอาร์ต สมาคมภูมิศาสตร์ในพระราชูปถัมภ์ โรงมหรสพหลวงอัลเบิร์ต ฯลฯ
นอกจากวิทยาเขตหลักที่เซาท์เคนซิงตันแล้ว มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลยังประกอบไปด้วยวิทยาเขตย่อยๆ ต่างๆ มากมายภายในมหานครลอนดอน และนอกมหานครลอนดอน
มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลยังเป็นเครือข่ายขององค์การบริการสาธารณสุขแห่งชาติซึ่งดูแลควบคุมสถานพยาบาลหลายแห่งภายในมหานครลอนดอนและดูแลให้การอบรมและเปิดหลักสูตรทางการแพทย์ตามสถานพยาบาลและโรงพยาบาลเหล่านี้ ใน ปี ค.ศ.1997 พระราชบัญญัติมหาวิทยลัยอิมพีเรียลได้ระบุให้มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลมีอำนาจสิทธิขาดในการดูแลบริหารโรงเรียนแพทย์ชาร์ลิงครอสและเวสต์มินสเตอร์ สถาบันหัวใจและปอดแห่งชาติ และโรงเรียนแพทย์หลวงสำหรับบัณฑิต
การขยายพื้นที่ของวิทยาเขตเซาท์เคนซิงตันในช่วงปี 1960-1969 นั้นทำให้เกิดสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่ขึ้นอย่างกว้างขวาง เหลือเพียงหอคอยควีนส์ทาวเวอร์เท่านั้นที่เป็นสิ่งก่อสร้างดั้งเดิม การก่อสร้างดำเนินต่อไป สิ่งก่อสร้างยุคปัจจุบันรวมถึงตึกทานากะ (โรงเรียนพาณิชยการอิมพีเรียลคอลเลจ) สถานออกกำลังกายอีตอส หอพักเซาท์ไซด์และอีสต์ไซด์ เป็นต้น
ศิษย์เก่าชาวไทยที่มีชื่อเสียง [แก้]
- ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช - อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ประเทศไทย)
- ดร.วิพรรธ์ เริงพิทยา - ผู้ก่อตั้ง และ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเอเชียน
- ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล - ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
- ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ - ผู้ก่อตั้ง และ อดีตผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
- ดร.ภูษณ ปรีย์มาโนช - อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ทำเนียบประธานสมาคมนักเรียนไทยประจำมหาวิทยาลัย [แก้]
- 2553-2554 นางสาวสิรี วงศ์รักมิตร
- 2554-2555 นายปิยฉัตร ศรไพศาล
อ้างอิง [แก้]
- ↑ http://www3.imperial.ac.uk/pls/portallive/docs/1/21735699.DOC
- ↑ http://www3.imperial.ac.uk/planning/strategy
- ↑ http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_Nobel_laureates_affiliated_with_Imperial_College_London
- ↑ [1] — The Complete University Guide.
- ↑ "Times Higher Education - QS World University Rankings 2008".
- ↑ "Academic Ranking of World Universities 2009".
- ↑ http://www.imperial.ac.uk/centenary/timeline/1845.shtml
|
||||||||||||||||||||||