วิตนีย์ ฮิวสตัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วิตนีย์ ฮิวสตัน
Flickr Whitney Houston performing on GMA 2009 4.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อเกิด วิตนีย์ เอลิซาเบธ ฮิวสตัน
วันเกิด 9 สิงหาคม พ.ศ. 2506
เสียชีวิต 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
แนวเพลง ป็อป,อาร์แอนด์บี
อาชีพ นักร้อง,นักแสดง
ปี ค.ศ. 1977 - 2012
ค่าย Sony Music/Arista
เว็บไซต์ WhitneyHouston.com

วิตนีย์ ฮิวสตัน (อังกฤษ: Whitney Houston) หรือชื่อจริงว่า วิตนีย์ เอลิซาเบธ ฮิวสตัน (Whitney Elizabeth Houston; 9 สิงหาคม 250611 กุมภาพันธ์ 2555) เป็นนักร้องเพลงป็อป/อาร์แอนด์บี เจ้าของเพลงดังอย่าง ไอวิลออลเวย์สเลิฟยู, เซฟวิงออลมายเลิฟฟอร์ยู และเกรทเทสต์เลิฟออฟออล เป็นต้น

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 เธอได้เสียชีวิตโดยอุบติเหตุการจมน้ำเนื่องจากโรคหัวใจและการใช้โคเคน ณ เบเวอร์ลีฮิลตันโฮเทล เบเวอร์ลี ฮิลส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย[1][2]

ประวัติ[แก้]

วิตนีย์เกิดที่นวร์ก, รัฐนิวเจอร์ซีย์ เป็นลูกของซิสซี ฮิวสตัน นักร้องกอสเปลชื่อดัง ส่วนดิออน วอริค เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเธอ วิตนีย์เริ่มร้องประสานเสียงในโบสถ์และได้เป็นผู้ร้องนำ ครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 12 ปี เริ่มเข้าวงการฐานะนักร้องประสานเสียง (เคยร่วมงาน กับชาก้า คาน และไปปรากฏตัวในคอนเสิร์ตของคุณแม่อยู่บ่อย ๆ) ต่อมาก็ก้าวเข้าสู่โลก นางแบบเมื่อปี พ.ศ. 2524 เธอเคยเป็นปกให้นิตยสารกลาเมอร์ และเซเว่นทีน

อัลบั้มแรก Whitney Houston ออกขายในปี พ.ศ. 2528 โดยมีเพลงฮิตเพลงแรกคือ "You Give Good Love" ขึ้นสูงสุดอันดับ 3 ในอเมริกา ตามมาด้วยเพลงอันดับ 1 อีก 3 เพลงคือ "Saving All My Love for You", "How Will I Know" และ "Greatest Love of All"

อัลบั้ม Whitney ในปี พ.ศ. 2530 สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นอัลบั้มของศิลปินหญิงชุดแรก ที่เข้าอันดับสัปดาห์แรก อันดับที่ 1 ในนิตยสารบิลบอร์ด วิตนีย์สร้างสถิติในการ มีซิงเกิลที่ติดอันดับ 1 ถึง 7 เพลงติดต่อกัน รวมทั้ง "I Wanna Dance With Somebody (Who Loves Me)", "So Emotional" และ "Where Do Broken Hearts Go" หลังจากนั้นอีก 3 ปี วิตนีย์ก็ออกอัลบั้ม I'm Your Baby Tonight ซึ่งมีเพลงฮิตอีกมากมายหลายเพลง รวมทั้งซิงเกิลในชื่อเดียวกันกับอัลบั้ม ซิงเกิล "I'm Your Baby Tonight" ขึ้นถึงอันดับ 1 ตามมาด้วยเพลงอันดับ 1 "All the Man That I Need" ขึ้นชาร์ตบิลบอร์ดนาน 2 สัปดาห์

ในปี พ.ศ. 2535 วิตนีย์แต่งงานกับนักร้องหนุ่มบ็อบบี้ บราวน์ และยังแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกคู่กับเควิน คอสท์เนอร์ เรื่อง The Bodyguard ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความนิยม ตัวเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้คือ เพลง "I Will Always Love You" ครองอันดับ 1 อยู่นานถึง 14 สัปดาห์ นอกจากนี้ อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Bodyguard ยังได้รับรางวัลแกรมมี สาขาอัลบั้มแห่งปี ในปี พ.ศ. 2536 อีกด้วย

ด้วยวิตนีย์ก็ยังคงมีงานแสดงภาพยนตร์ควบคู่ไปกับงาน เพลงต่อไปโดยมีภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่าง สูงเรื่อง Waiting To Exhale ในปี พ.ศ. 2538 เปิดตัวด้วยเพลงอันดับ 1 "Exhale (Shoop Shoop)"

หลังจากนั้นอีก 1 ปี วิตนีย์ก็ได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง The Preacher's Wife คู่กับเดนเซล วอชิงตัน ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากเช่นกัน และเพลงประกอบภาพยนตร์ เรื่องนี้ก็ติดอันดับเพลงกอสเปลของนิตยสารบิลบอร์ด

เธอได้เข้าวงการโทรทัศน์ในปี พ.ศ. 2540 กับรายการภาพยนตร์ชุดทางทีวีเรื่อง Cinderella ซึ่งกลายเป็นรายการที่เรียกเรตติ้งได้สูงสุด ในรอบกว่า 10 ปีของเอบีซีของสถานีโทรทัศน์เอบีซี รายการดังกล่าวเป็นรายการคืนวันอาทิตย์ ของเอบีซี ที่มีผู้ชมสูงสุดในรอบทศวรรษ

ในปี พ.ศ. 2541 วิตนีย์ออกอัลบั้ม My Love Is Your Love ชุดแรกในรอบ 8 ปีที่ไม่ใช่อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ อัลบั้มนี้เธอทำงานร่วมกับ ไวคลีฟ จีน, มิสซี เอลเลียต, ลอรีน ฮิลล์ และเบบีเฟส โดยเพลงแรก "When You Believe" ที่ร้องคู่กับมารายห์ แครี และเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง The Prince of Egypt เพลงนี้ได้รับรางวัลออสการ์ ในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย ซิงเกิลต่อมา "Heartbreak Hotel" (ร่วมร้องกับ เฟธ อีวานส์ และ เคลลี ไพรซ์), "It's Not Right but It's Okay" (เพลงนี้ชนะรางวัลแกรมมี ซึ่งเป็นตัวที่ 6 ของเธอ ) และ "My Love Is Your Love" ขึ้นชาร์ทติด1 ใน 5

ต่อมาเธอได้ร่วมร้องเพลงในงาน VH1 Diva's Live '99 ร่วมกับนักร้องดีวาส์อย่าง แมรี เจ. ไบลจ์, ทีน่า เทอร์เนอร์, แชร์, และ ชากา คานห์

ในปี พ.ศ. 2543 เธอออกอัลบั้มคู่ รวมเพลงฮิตที่ใช้ชื่อง่าย ๆ ว่า The Greatest Hits มีเพลงที่ร้องกับ เอนริเก้ อีเกลเซียส ชื่อ "Could I Have This Kiss Forever", จอร์จ ไมเคิล เพลง "If I Told You That" และ เด็บเบอราห์ ค็อกซ์ เพลง "Same Script, Different Cast"

อัลบั้ม Just Whitney ออกวางขายในปี พ.ศ. 2545 ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

ในวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552 วิทนีย์ได้ออกอัลบั้ม I Look To You เป็นอัลบั้มในรอบ 7 ปี สามารถขึ้นอันดับ 1 ในบิลบอร์ดชาร์ตในสัปดาห์แรก มีเพลงโปรโมตชื่อ "I Look To You" มีทีมงานที่เก่งกาจมาช่วยโปรดิวเซอร์ เช่น Stargate,Akon,Swizz Beat และอีกมากมาย

เสียชีวิต[แก้]

ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 วิทนีย์ถูกพบเสียชีวิตที่โรงแรมเบเวอร์ลีฮิลตัน ในเบเวอร์ลี ฮิลส์, รัฐแคลิฟอร์เนีย ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตยังคงไม่เป็นที่แน่ชัด เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของเบเวอร์ลีฮิลส์ระบุว่าพบนักร้องสาวในร่างซึ่งไร้การตอบสนองและได้ทำการนวดหัวใจผายปอดกู้ชีพเป็นเวลาประมาณ 20 นาที ก่อนที่จะประกาศว่าเธอได้เสียชีวิตลงแล้ว ณ เวลา 15:55 นาฬิกา[3] ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า "ไม่มีข้อบ่งชี้ใดที่แน่ชัดว่าการเสียชีวิตเป็นเหตุอาชญากรรม"

ผู้มีชื่อเสียงจากหลากหลายแขนงต่างร่วมแสดงความเสียใจต่อการตายของวิทนีย์ เช่น ดอลลี พาร์ตันผู้ที่ร้องเพลง ไอวิลออลเวย์สเลิฟยู ซึ่งวิทนีย์นำมาร้องคัฟเวอร์ใหม่แสดงความเห็นว่า "จะยังคงรู้สึกสำนึกและเกรงขามต่อการแสดงอันน่าตื่นตะลึงที่เธอได้กระทำกับเพลงของฉัน และขอพูดมันจากก้นบึ้งของหัวใจ 'วิทนีย์ ฉันจะยังคงรักคุณเสมอไป คุณจะยังคงเป็นที่โหยหาจากผู้คน'." ส่วนแม่บุญธรรมของวิทนีย์ อาเรธา แฟรงคลิน กล่าวว่า "มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อและชวนตกตะลึง ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองเพิ่งจะได้อ่านข่าวนี้ผ่านหน้าจอโทรทัศน์ไป"[4]

ทางด้านอดีตสามีของวิทนีย์อย่าง บ็อบบี้ บราวน์ ระบุว่าเขา "ร้องไห้ไม่หยุด" หลังจากที่ได้รับทราบข่าวการเสียชีวิต เขาไม่ได้ยกเลิกตารางการแสดงของตัวเองที่กำลังดำเนินอยู่ ภายในหนึ่งชั่วโมงของการตาย บ็อบบี้ได้จุมพิตแล้วโบกไปยังท้องฟ้าพร้อมกับหลั่งน้ำตาก่อนจะพูดว่า "วิทนีย์, ผมรักคุณ" ซึ่งผู้ชมการแสดงของเขาในมิสซิสซิปปีต่างร่วมเป็นสักขีพยาน[5][6][7][8]

ผลงานอัลบั้ม[แก้]

สตูดิโอ อัลบั้ม[แก้]

  • Whitney Houston - 1985
  • Whitney - 1987
  • I'm Your Baby Tonight - 1990
  • The Bodyguard Soundtrack - 1992
  • The Preacher's Wife - 1996
  • My Love Is Your Love - 1998
  • The Greatest Hits - 2000
  • Love Whitney - 2001
  • Just Whitney - 2002
  • Watchulookinat Album - 2002
  • One Wish (The Holiday Album) - 2003
  • Whitney Houston The Artist Collection - 2004
  • Whitney Houston The Ultimate Collection - 2007
  • A Song For You - 2008
  • I Look To You - 2009
  • The Essential Whitney Houston - 2011
  • I Will Always Love You : The Best Of Whitney Houston - 2012

ซาวด์แทร็ก อัลบั้ม[แก้]

  • The Bodyguard - 1992
  • Waiting To Exhale - 1995
  • The Preacher's Wife - 1996

อัลบั้มรวมเพลงอย่างเป็นทางการ[แก้]

  • Whitney: The Greatest Hits - 2000
  • I Will Always Love You: The Best of Whitney Houston - 2012

อ้างอิง[แก้]

  1. "Whitney Houston, 48, found dead in Beverly Hills". Los Angeles Times. February 11, 2012. สืบค้นเมื่อ February 11, 2012. 
  2. "ผลการชันสูตรพลิกศพ วิตนีย์ ฮิวสตัน". กระปุกดอตคอม. 6 เมษายน 2555. สืบค้นเมื่อ 6 เมษายน 2555. 
  3. February 11, 2012 . "Whitney Houston's death: Medics performed CPR for about 20 minutes — latimes.com". Latimesblogs.latimes.com. สืบค้นเมื่อ 2012-02-12.  Text "  6:32 pm " ignored (help)
  4. "Singer Whitney Houston dies at 48". Edition.cnn.com. 1963-08-09. สืบค้นเมื่อ 2012-02-12. 
  5. http://www.dailymail.co.uk/tvshowbiz/article-2100022/Whitney-Houston-dead-Bobby-Brown-makes-tearful-tribute-performs-onstage-shortly-death-ex-wife.html
  6. http://www.thairath.co.th/content/oversea/237818 จบตำนาน วิทนีย์ ฮุสตัน เสียชีวิตแล้ว
  7. http://www.thairath.co.th/content/oversea/237991 อดีตสามีร่ำไห้ หลังทราบข่าว 'วิทนีย์ ฮุสตัน' เสียชีวิต
  8. http://www.thairath.co.th/content/oversea/237886 ปริศนาการตาย 'วิทนีย์ ฮุสตัน' เพราะยาเสพติดทำลายชีวิต?

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]