วัตสันและปลาฉลาม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
งานจิตรกรรม
วัตสันและปลาฉลาม
Watson and the Shark
จอห์น ซิงเกิลทัน โคพลีย์
Watsonandtheshark-original.jpg

จิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ
ค.ศ. 1778
หอศิลป์แห่งชาติ, วอชิงตัน ดี.ซี.

วัตสันและปลาฉลาม (อังกฤษ: Watson and the Shark) ที่เป็นภาพเขียนสีน้ำมันที่เขียนโดยจอห์น ซิงเกิลทัน โคพลีย์จิตรกรชาวอเมริกัน เป็นภาพของการช่วยเหลือบรุค วัตสันผู้เป็นพ่อค้าบริติชและอดีตนายกเทศมนตรีของนครลอนดอนจากการถูกโจมตีโดยปลาฉลามที่ฮาวานาในคิวบา ภาพต้นฉบับสามภาพโดยโคพลีย์เป็นของ หอศิลป์แห่งชาติ, วอชิงตัน ดี.ซี.ในสหรัฐอเมริกา

เบื้องหลัง[แก้]

เนื้อหาของภาพมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงที่อ่าวฮาวานาในปี ค.ศ. 1749 บรุค วัตสันในขณะนั้นเป็นเด็กกำพร้ามีอายุ 14 ปี มีทำหน้าที่ทำงานในเรือขนส่งสินค้า ขณะที่ว่ายน้ำอยู่คนเดียวในอ่าววัตสันก็ถูกโจมตีหลายครั้งโดยปลาฉลาม ครั้งแรกปลากัดเนื้อใต้น่องจากขาขวาของวัตสันออกไปก้อนใหญ่ ครั้งที่สองกัดเท้าตั้งข้อเท้าลงไป ผู้อยู่บนเรื่อลำเล็กๆ ที่พายเรือรอพากัปตันขึ้นฝั่งต่อสู้ช่วยชีวิตวัตสันไว้ได้ วัตสันถูกตัดขาจากใต้เข่าลงมา และมีชีวิตอยู่รอดมาได้ และต่อมาก็กลายมาเป็นนายกเทศมนตรีของนครลอน การโจมตีของปลาฉลามดังกล่าวเป็นการโจมตีของปลาฉลามที่ได้รับการบันทึกไว้อย่างละเอียดอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก

ภาพเขียน[แก้]

โคพลีย์กลายมาเป็นเพื่อนของบรุค วัตสันหลังจากที่ย้ายมาอยู่ลอนดอนในปี ค.ศ. 1774 และเขียนภาพนี้ด้วยกันสามเวอร์ชัน อาจเป็นได้ว่าวัตสันจ้างให้โคพลีย์เขียน เมื่อเสียชีวิตวัตสันก็ยกให้โรงพยาบาลไครสต์ ที่ยังคงมีภาพฉบับก็อปปีหลังจากที่ขายภาพต้นฉบับไปแล้ว โดยหวังว่าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ "a most usefull Lesson to Youth" (ไทย: บทเรียนอันมีประโยชน์ที่สุดสำหรับเด็ก) ภาพนี้เป็นภาพแรกในภาพเขียนต่อๆ มาของจิตรกรรมประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ที่โคพลีย์เขียนหลังจากที่มาตั้งถิ่นฐานในลอนดอน

ภาพนี้เป็นภาพแบบจินตนิยมที่ซ่อนความสยดสยองของบาดแผลถูกซ่อนภายใต้คลื่น (แต่ก็ยังแสดงนัยยะเป็นเลือดในสายน้ำ) และตัววัตสันในภาพเลียนแบบการวางท่างของ "แกลดิเอเตอร์บอร์เกเซ" โดย อกาเซียสแห่งเอฟาซัสที่ตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ใน กรุงปารีส นอกจากจะเห็นอิทธิพลของศิลปะเรอเนสซองซ์แล้ว โคพลีย์ก็อาจจะก็อาจจะได้มีโอกาสเห็นประติมากรรมเลอาโคอันและบุตรในกรุงโรมอีกด้วย นอกจากนั้นโคพลีย์ก็ยังได้รับอิทธิพลจากภาพ "ความตายของนายพลวูล์ฟ" โดย เบนจามิน เวสต์ และ ความนิยมอันสูงขึ้นของภาพพิมพ์แบบจินตนิยม

ภาพที่สามที่เปลี่ยนองค์ประกอบที่เน้นแนวตั้ง

การวางองค์ประกอบของผู้ที่มาช่วยเหลือจากเรือแสดงนัยยะของงานเขียนของภาพ "โจนาห์ถูกโยนลงทะเล" โดย รูเบนส์ และภาพอื่นอีกสองภาพ "ปาฏิหาริย์ปลา" โดยรูเบนส์ และ งานร่างของราฟาเอลชื่อเดียวกัน ความรู้สึกบนใบหน้าแทบจะเหมือนที่เห็นในภาพ Conférence de M. Le Brun sur l'expression générale et particulière โดย ชาร์ลส์ เลอ บรุน ซึ่งเป็นงานที่พิมพ์ในปี ค.ศ. 1698 อันมีอิทธิพล ซึ่งเป็นงานที่แสดงอารมณ์ต่างๆ หลายอย่างตั้งแต่ความกลัวไปจนถึงความกล้าหาญ ส่วนประกอบหลายอย่างขององค์ประกอบได้รับการเปลี่ยนแปลงระหว่างการเขียนภาพ จากการวิจัยโดยอินฟราเรดแสดงให้เห็นว่าคนเรือสูงอายุที่เดิมเป็นชายหนุ่ม และ ภาพร่างแสดงกลาลีผิวดำทางตอนหลังของเรือที่ดูเหมือนจะเป็นคนเดียวกับคนที่โคพลีย์ใช้เป็นแบบในภาพ หัวนิโกร ที่เขียนในช่วงเดียวกัน เดิมตั้งใจจะให้เป็นกะลาสีผิวขาวที่ไว้ผมยาวสลวย

ภาพเขียนตั้งแสดงเป็นครั้งแรกที่ราชสถาบันศิลปะในปี ค.ศ. 1778 โคพลีย์เขียนภาพที่สองที่มีขนาดใหญ่เต็มที่ตามแบบภาพแรกสำหรับสำหรับตนเองที่ในปัจจุบันเป็นของพิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์, บอสตัน และภาพที่สามที่มีขนาดย่อมกว่าสองภาพแรก และเป็นทรงตั้งมากกว่าทรงนอนในปัจจุบันเป็นของสถาบันศิลปะแห่งดีทรอยต์ ภาพต้นฉบับเป็นของหอศิลป์แห่งชาติ, วอชิงตัน ดี.ซี.

โคพลีย์เองไม่เคยเดินทางไปฮาวานา และคงจะไม่เคยเห็นปลาฉลามอย่าว่าแต่การถูกโจมตีด้วยปลาฉลาม อาจจะเป็นได้ว่าโคพลีย์ได้เห็นภาพพิมพ์ของอ่าวฮาวานาจากหนังสือและแหล่งข้อมูลอื่น เพราะในฉากหลังของภาพของโคพลีย์มีจุดสนใจของฮาวานาต่างๆ อยู่ด้วย แต่ที่ขาดความน่าเชื่อถือคือปลาฉลามที่มีรายละเอียดที่ไม่ถูกต้องเช่นลักษณะของปากและตา

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]