วงศ์เหี้ย
| วงศ์เหี้ย | |
|---|---|
| เหี้ย (Varanus salvator) | |
| เปรียบระหว่างมนุษย์กับสัตว์ในวงศ์นี้ปัจจุบัน กับเมกะลาเนียในอดีต | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Animalia |
| ไฟลัม: | Chordata |
| ชั้น: | Reptilia |
| อันดับ: | Squamata |
| อันดับย่อย: | Scleroglossa |
| อันดับฐาน: | Anguimorpha |
| วงศ์ใหญ่: | Varanoidea |
| วงศ์: | Varanidae |
| สกุล: | Varanus Merrem, 1820 |
| ชนิด | |
|
|
|
| แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ | |
| ชื่อพ้อง | |
|
|
วงศ์เหี้ย (วงศ์: Varanidae; อังกฤษ: Monitor lizard, Goanna) เป็นวงศ์ของสัตว์เลื้อยคลานในอันดับ Squamata ใช้ชื่อวงศ์ว่า Varanidae (/วา-รา-นิ-ดี้/)
เนื้อหา |
ลักษณะ[แก้]
เป็นวงศ์ของสัตว์เลื้อยคลานที่มีวิวัฒนาการของตัวเองมาแล้วนานกว่า 300 ล้านปี[1] เป็นสัตว์กินเนื้อเป็นอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นสัตว์กินซากที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศ เพราะเป็นผู้ขจัดซากของสัตว์ที่ล้มตายไปแล้ว [2]
มีรูปร่างโดยรวม จัดเป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ มีรูปร่างคล้ายกับจระเข้ มีโคนหางที่แข็งแรง และหางยาว ซึ่งใช้ฟาดเป็นอาวุธเพื่อป้องกันตัว ลิ้นยาวมี 2 แฉก ซึ่งมักจะแลบออกมาบ่อย ๆ เพื่อเป็นประสาทสัมผัสเช่นเดียวกับงู ขาทั้ง 4 มีเล็บที่แหลมคมใช้สำหรับขุดหลุมเพื่อวางไข่ ปีนต้นไม้ และป้องกันตัว เกล็ดมีลักษณะเป็นตุ่มนูนออกมาเห็นได้ชัดเจน มีสีสันและลวดลายต่างออกไปในแต่ละชนิด เป็นสัตว์ที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้หลากหลาย ทั้งทะเลทราย, ป่าดิบ หรือแม้แต่กระทั่งชุมชนเมืองใหญ่ของมนุษย์ นอกจากนี้แล้วยังว่ายน้ำได้เก่ง ดำน้ำได้ดี และในบางชนิดยังชอบที่จะอาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำอีกด้วย
นอกจากนี้แล้ว ในบางชนิด น้ำลายยังมีเชื้อแบคทีเรียอย่างร้ายแรงอยู่ในนั้น ซึ่งใช้สำหรับกัดเพื่อสังหารเหยื่อ เหยื่อจะยังไม่ตายในทันที แต่จะล้มตายภายในไม่กี่วันเพราะติดเชื้ออย่างรุนแรง จากนั้นจึงจะเข้ากินเป็นอาหาร ขยายพันธุ์ด้วยการวางไข่ ตั้งแต่ 7-37 ฟอง[3]
การจำแนก[แก้]
มีทั้งหมด 1 สกุล คือ Varanus (/วา-รา-นัส/-แบ่งออกได้่เป็นสกุลย่อย ๆ อีก) ปัจจุบันพบแล้วกว่า 70 ชนิด พบกระจายพันธุ์ในเขตร้อนและเขตอบอุ่นของทวีปแอฟริกาและทวีปเอเชีย ไปจรดถึงโอเชียเนีย โดยมีขนาดใหญ่ที่สุด คือ มังกรโคโมโด (Varanus komodoensis) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้าย และขนาดที่เมื่อโตเต็มที่ยาวได้ถึง 2-3 เมตร น้ำหนักกว่า 90 กิโลกรัม ซึ่งพบเฉพาะบนอุทยานแห่งชาติโคโมโด ในประเทศอินโดนีเซียเท่านั้น
สำหรับในประเทศไทย พบทั้งสิ้น 4 ชนิด ได้แก่[4]
- ตะกวด (V. bengalensis) มีขนาดรองลงมา ไม่ชอบลงน้ำ
- ตุ๊ดตู่ (V. dumerilii) มีขนาดเล็กที่สุด
- เห่าช้าง (V. rudicollis) มีเกล็ดที่บริเวณหลังคอตะปุ่มตะป่ำ
- เหี้ย (V. salvator) มีขนาดใหญ่ที่สุดและพบได้มากที่สุด ดำน้ำและว่ายน้ำได้เก่ง
นอกจากนี้แล้ว ในอดีตยังเคยพบว่ามีอีกชนิดหนึ่ง คือ ตะกวดเหลือง (V. flavescens) แต่ปัจจุบันไม่มีการพบมานานแล้ว ซึ่งพบมากในแถบอนุทวีปอินเดีย
สำหรับชนิดที่พบได้ในต่างประเทศ อาทิ
- ตะกวดบิตาตาวา (V. bitatawa) เป็นชนิดใหม่ที่เพิ่งค้นพบและอนุกรมวิธาน พบในฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสองชนิดเท่านั้นที่กินพืชเป็นอาหาร[5]
- ตะกวดสาวันนา (V. exanthematicus) พบในทุ่งหญ้าสาวันนาในทวีปแอฟริกา
- ตะกวดทะเลทราย (V. griseus) พบในทะเลทรายแถบตะวันออกกลาง
- ตะกวดแม่น้ำไนล์ (V. niloticus) พบได้ในทวีปแอฟริกา
- ตะกวดต้นไม้สีเขียว (V. prasinus) พบได้บนเกาะนิวกินี มักอาศัยอยู่บนต้นไม้
- ตะกวดดำ (V. togianus) พบในปาปัวนิวกินี มีลักษณะคล้ายกับเหี้ยดำ (V. salvator komaini) ซึ่งพบได้ในประเทศไทย
นอกจากนี้แล้ว ยังมีอยู่ชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือ เมกะลาเนีย (V. priscus) ที่มีความยาวกว่า 7.5 เมตร หนักถึงกว่า 2,000 กิโลกรัม เคยพบในทวีปออสเตรเลีย แต่ทว่าได้สูญพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่ปลายยุคน้ำแข็งราว 45,000-50,000 ปีก่อน[6]
อ้างอิง[แก้]
- ↑ Themes > Science > Paleontology / Paleozoology > Paleozoology > Fossil vertebrata > The History of Monitor Lizards
- ↑ พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง - ชื่อใหม่ ใส่ตัวเก่า!“เหี้ย” จากคมชัดลึก
- ↑ Bauer, Aaron M. (1998). Cogger, H.G. & Zweifel, R.G.. ed. Encyclopedia of Reptiles and Amphibians. San Diego: Academic Press. pp. 157–159. ISBN 0-12-178560-2.
- ↑ มุมมอง...ตัวเงินตัวทอง “ชื่อใหม่-สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่”...
- ↑ "ตัวเงินตัวทอง" สปีชีส์ใหม่กินผลไม้ โผล่ให้เห็นในฟิลิปปินส์ จากผู้จัดการออนไลน์
- ↑ เมกะลาเนีย’กิ้งก่ายักษ์ออสซี่ จากโลกวันนี้
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
ข้อมูลเกี่ยวข้องกับ Varanus จากวิกิสปีชีส์
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: Varanidae |