วงศ์ปลาตูหนา
| วงศ์ปลาตูหนา | |
|---|---|
![]() |
|
| ปลาตูหนาแม่น้ำโขง (Anguilla marmorata) | |
| ภาพแสดงวงจรชีวิตของปลาในวงศ์ปลาตูหนา | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| Kingdom: | Animalia |
| Phylum: | Chordata |
| Class: | Actinopterygii |
| Subclass: | Neopterygii |
| Order: | Anguilliformes |
| Suborder: | Anguilloidei |
| Family: | Anguillidae |
| Genus: | Anguilla Schrank, 1798 |
| ชนิด | |
|
|
|
วงศ์ปลาตูหนา (วงศ์: Anguillidae) คำว่า "Anguillidae" มาจากภาษาลาตินว่า Ae หมายถึง ปลาไหล ปลาในวงศ์นี้มักจะถูกเรียกรวมกันว่า ปลาตูหนา มีทั้งหมด 1 สกุล คือ Anguilla และมีทั้งหมด 15 ชนิด
กระจายทั่วชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิกจนถึงออสเตรเลีย พบในเมืองไทยประมาณ 3-4 ชนิด ได้แก่ ปลาตูหนา (A. bicolor), ปลาตูหนาตาโต (A. australis), ปลาตูหนาแม่น้ำโขง หรือ ปลาเอี่ยนหู (A. marmorata), ปลาสะแงะ (A. bengalensis)
ปลาวงศ์นี้มีฟันคม ปากกว้าง เขี้ยวเล็กละเอียดบนขากรรไกร จมูกมีรูเล็ก ๆ เหมือนหลอด 2 ข้าง ครีบอกเป็นรูปกลมรี ครีบหลังยาวติดต่อกับครีบหางที่มนและครีบก้นที่ยาว ดูภายนอกเหมือนไม่มีเกล็ด มีเมือกลื่นปกคลุมทั้งตัว แต่แท้จริงมีเกล็ดขนาดเล็กมากเรียงซ้อนฝังอยู่ใต้ผิว
เป็นปลานักล่า สามารถจับกุ้ง ปู หรือสัตว์เปลือกแข็ง ปลาต่าง ๆ กิน มักอาศัยในแหล่งน้ำใส มีตอไม้ โพรงไม้ หรือซอกหินอยู่มาก อาจขุดรูก็ได้ นอกจากบริเวณปากแม่น้ำแล้ว ยังเคยพบไกลถึงลำธารน้ำตกบนภูเขาอีกด้วย
เป็นปลาที่มีวงจรชีวิตแบบ catadromous fish คือออกไปวางไข่ในทะเลลึก ปลาวัยอ่อนจึงอพยพกลับมาเลี้ยงตัวที่ชายฝั่งหรือป่าชายเลนก่อนเข้ามาเติบโตในน้ำจืดที่ไกลจากทะเลนับร้อย ๆ กิโลเมตร ลูกปลามีตัวใส เรียวยาวดูคล้ายวุ้นเส้น โดยปกติแล้วเป็นปลาที่มีนิสัยรักสงบ แต่จะดุร้ายมากเมื่อถูกจับได้[1]
เป็นปลาที่มีรสชาติดี อร่อย มีราคา บางชนิดจึงถูกนำมาเพาะเลี้ยงเป็นปลาเศรษฐกิจที่มีชื่อ เช่น ตูหนาญี่ปุ่น (A. japonica) ซึ่งได้มีการเลี้ยงกันที่ญี่ปุ่นและเกาหลีและเคยมีการนำเข้ามาเลี้ยงในประเทศไทยระยะหนึ่ง ตูหนาชนิดนี้ได้ถูกปรุงเป็นอาหารญี่ปุ่นที่มีชื่อคือ ข้าวหน้าปลาไหล นั่นเอง
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] อ้างอิง
- หนังสือปลาน้ำจืดไทย โดย ดร.ชวลิต วิทยานนท์ (กรุงเทพ, พ.ศ. 2544) ISBN 974-475-655-5
- ^ หนังสือ วิถีแม่น้ำ วิถีป่า ของปกากญอ สาละวิน งานวิจัยปกากญอ โดย เครือข่ายแม่น้ำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เชียงใหม่, พฤศจิกายน พ.ศ. 2548) ISBN 974-9367-75-8
