วงศ์ปลาฉลามหัวค้อน
| วงศ์ปลาฉลามหัวค้อน ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: ไมโอซีนยุคกลาง-ปัจจุบัน |
|
|---|---|
| บริเวณส่วนหัวด้านล่าง อันเป็นลักษณะเด่น | |
| ฝูงปลาฉลามหัวค้อนหยัก (S. lewini) ที่หมู่เกาะกาลาปาโกส | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Animalia |
| ไฟลัม: | Chordata |
| ชั้น: | Chondrichthyes |
| ชั้นย่อย: | Elasmobranchii |
| อันดับใหญ่: | Selachimorpha |
| อันดับ: | Carcharhiniformes |
| วงศ์: | Sphyrnidae Gill, 1872 |
| สกุล: | Sphyrna Rafinesque, 1810 |
| ชนิด: |
|
| แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ของปลาฉลามหัวค้อน | |
| ชื่อพ้อง | |
|
|
ปลาฉลามหัวค้อน (อังกฤษ: Hammerhead shark) เป็นปลาฉลามในวงศ์ Sphyrnidae มีเพียงสกุลเท่านั้น คือ Sphyrna
เนื้อหา |
ลักษณะ [แก้]
มีรูปร่างที่แปลกตาแตกต่างไปจากปลาฉลามในวงศ์หรือสกุลอื่น ๆ คือ มีส่วนหัวที่แบนราบและแผ่ออกข้างคล้ายปีกหรือแลดูคล้ายค้อนทั้งสองข้าง โดยมีดวงตาอยู่สุดปลายทั้งสอง ปัจจุบัน ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีไว้เพื่ออะไร แต่นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า ช่วยให้การหาว่ายน้ำที่ช่วยส่งแรงยกตัวขึ้นหน้าด้าน ทำให้พุ่งตัวขึ้นในแนวดิ่งได้ดีขึ้น อีกทั้งยังใช้เป็นประสาทสัมผัสรับรู้และช่วยลดแรงต้านน้ำให้เหลือน้อยลงในการไล่งับอาหาร และในเวลาเอี้ยวหัวในเวลาว่ายน้ำ ซึ่งจากตำแหน่งของตาที่อยู่สุดปลายปีกสองข้างนั้น ทำให้ปลาฉลามหัวค้อนมีประสาทสายตาดีกว่าปลาฉลามจำพวกอื่น ๆ โดยสามารถมองเห็นภาพในมุมกว้างได้มากกว่าและสามารถทำให้มองเห็นเป็นภาพ 3 มิติ และยังสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าแบบอ่อน ๆ เพื่อจับหาที่อยู่ของอาหารได้ด้วย ไม่ว่าจะอยู่กลางทะเลหรือซ่อนอยู่บริเวณหน้าดินก็ตาม แต่ทว่าก็มีข้อเสียคือ ไม่สามารถที่จะเห็นภาพหรือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าในระยะใกล้ได้[1]
มีสีลำตัวเป็นสีเทาอมน้ำตาลหรือสีเทาอมดำ หรือจนเกือบดำในบางชนิด ใต้ท้องเป็นสีขาว มีปากเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวอยู่ด้านล่างส่วนหัว
พฤติกรรม [แก้]
ปลาฉลามหัวค้อน มีนิสัยชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงประมาณ 10-20 ตัว พบกระจายพันธุ์อยู่ในทะเลแถบอบอุ่นทั่วทุกมุมโลก เป็นปลาที่ออกลูกเป็นตัว มีขนาดลำตัวตั้งแต่ไม่เกิน 1.5 เมตร จนถึง 6 เมตร ชอบกินอาหารจำพวก ปลากระดูกแข็งขนาดเล็กกว่า รวมถึงปลากระเบนซึ่งเป็นปลากระดูกอ่อนเหมือนกันด้วย นอกจากนี้ยังชอบกิน หมึก, กุ้ง, ปู และหอย รวมทั้งอาจล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลขนาดใหญ่ เช่น โลมาหรือแมวน้ำ ได้ด้วยในบางชนิด โดยมักว่ายหากินตั้งแต่แนวปะการังไปจนถึงใต้ท้องทะเลลึกกว่า 275 เมตร ชอบว่ายน้ำโดยไม่หยุดไปมาตลอด ซึ่งสามารถว่ายน้ำได้ระยะไกล ๆ ในวันหนึ่ง ๆ โดยมีความเร็วในการว่ายประมาณ 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีอายุขัยโดยเฉลี่ย 25 ปี
ปลาฉลามหัวค้อนจะออกลูกเป็นตัว ตกคราวละ 4-37 ตัว โดยการผสมพันธุ์จะเกิดก่อนที่ตัวเมียจะตกไข่นานถึง 2 เดือน ปลาตัวเมียจะเก็บน้ำเชื้อของตัวผู้ไว้ในต่อมสร้างเปลือกไข่ ซึ่งไข่จะเจริญมาจากรังไข่ข้างขวาซึ่งจะทำหน้าที่เพียงข้างเดียว ตัวอ่อนในมดลูกจะได้รับอาหารและออกซิเจนจากถุงไข่แดงและพู่เหงือก ซึ่งจะหายไปเมื่อโตขึ้น[2]
การจำแนกทางอนุกรมวิธาน [แก้]
พบทั้งหมด 9 ชนิด ได้แก่
- สกุล Sphyrna
- สกุลย่อย Sphyrna
- Sphyrna lewini (Griffith & Smith, 1834)
- Sphyrna mokarran (Rüppell, 1837)
- Sphyrna zygaena (Linnaeus, 1758)
- Sphyrna couardi Cadenat, 1951
- สกุลย่อย Mesozygaena
- Sphyrna corona Springer, 1940
- สกุลย่อย Platysqualus
- Sphyrna media Springer, 1940
- Sphyrna tiburo (Linnaeus, 1758)
- Sphyrna tudes (Valenciennes, 1822)
- สกุลย่อย Sphyrna
- สกุล Eusphyra (นับว่าอยู่ในสกุล Sphyrna ด้วย)
- Eusphyra blochii (Cuvier, 1816)
ในประเทศไทยและความสัมพันธ์กับมนุษย์ [แก้]
พบในน่านน้ำไทยเพียง 2 ชนิดเท่านั้น คือ E. blochii และ S. tudes ซึ่งสามารถนำมาบริโภคหรือนำมาปรุงเป็นหูฉลามได้เหมือนฉลามจำพวกอื่น [3]
โดยมีชนิดที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้แก่ S. lewini, S. mokarran และ S. zygaena ซึ่งมีขนาดใหญ่และดุร้ายเมื่อถูกจับหรือรบกวน
ปลาฉลามหัวค้อน ยังมีชื่อเรียกอื่นในภาษาไทยอีก เช่น "อ้ายแบ้"[4] หรือ "ราหู" เป็นต้น
ในประเทศไทย ปัจจุบันมีปลาฉลามหัวค้อนชนิด S. lewini เลี้ยงอยู่ในสยามโอเชียนเวิลด์ ภายในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ความยาว 1 เมตร จำนวน 3 ตัว[1]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ 1.0 1.1 นิตยสาร อควาเรี่ยมบิส ฉบับที่ 5 ปีที่ 1 ประจำเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 หน้า 101 ฉลามหัวค้อน...นักล่าเหยื่อตัวฉกาจ โดย นันทวัฒน์ โชติสุวรรณ
- ↑ ปลาฉลามหัวค้อน โดย จารุจินต์ นภีตะภัฏ
- ↑ ฉลามหัวค้อนสั้น, อ้ายแบ้สั้น
- ↑ ความหมายของคำว่า ฉลาม ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]