ลูกครึ่ง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ลูกครึ่ง หมายถึงลูกที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นคนต่างชาติกัน[1] คำว่าลูกครึ่งในประเทศไทย ไม่แน่ชัดว่าใช้ครั้งแรกเมื่อไหร่ ไม่พบในกฎหมายตราสามดวง และคาดว่าคงเริ่มใช้นับตั้งแต่ประมาณ ร.4 ลงมา[2] ในสมัยอยุธยา ลูกครึ่งเกิดจากพ่อค้าฝรั่งในเมืองไทย และที่อพยพมาจากต่างประเทศ มีลูกหลานที่เป็นไพร่ในกรม เช่น กรมฝรั่งแม่นปืน เป็นต้น คนไทยสมัยนั้นไม่รู้สึกว่าลูกครึ่งแตกต่างจากไพร่ฟ้าทั่วไป จึงยังไม่เรียกคนเหล่านั้นว่าลูกครึ่ง จนเมื่อลูกครึ่งฝรั่งมีความแตกต่างขึ้นมา คือไม่ถูกเกณฑ์แรงงาน หรือไม่ใช่ไพร่เพราะมีกฎหมายฝรั่งคุ้มครองตามสิทธิสภาพนอกอาณาเขต อีกทั้งยังแต่งกายและมีวิถีชีวิตแบบฝรั่ง แต่จำนวนลูกครึ่งก็ยังมีไม่มากนัก มีลูกครึ่งฝรั่งที่มีบันทึกในอัตชีวประวัติที่ชื่อ เออิจิอะไร ตีพิมพ์เป็นหนังสือ

ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารสัมพันธมิตรที่เข้ามาปลดอาวุธทหารญี่ปุ่น เมื่อจบสงครามก็มีลูกหลานทิ้งไว้ที่เมืองไทย เช่นเดียวกับโครงการ R&R ของทหารอเมริกันในสงครามเวียดนาม ที่ผู้คน (ในกรุงเทพฯ) มักจะเหยียดและสงสัยว่าแม่น่าจะเป็นโสเภณี (ซึ่งไม่จริงเสมอไป) [2]

ในยุคใหม่ ลูกครึ่งโดยมากเกิดจาก พ่อหรือแม่ (ส่วนมากเป็นพ่อ) ชาวตะวันตกที่เข้ามาอยู่อาศัยหรือทำงานในประเทศไทย หรือเมื่อพวกเขาไปศึกษาต่อในต่างประเทศ คนรุ่นหลังนี้เป็นที่นิยมมากขึ้นในสังคม จนลูกครึ่งกลับมาเป็นที่นิยม เพราะอุตสาหกรรมบันเทิง[2] ที่พวกเขาสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว กับหน้าตาที่มีส่วนผสมแบบตะวันตก เช่นสีผิวอ่อน/ขาว ตาใหญ่และมีสีแตกต่าง รูปร่างสูง ที่เป็นที่สนใจสำหรับสังคมไทย โดยเฉพาะในสังคมวัยรุ่นที่เป็นที่นิยม ศิลปินลูกครึ่ง ที่โด่งดังเช่น ทาทา ยัง, คัทลียา แมคอินทอช, ศรีริตา เจนเซ่น, พอลล่า เทเลอร์, มาริโอ้ เมาเร่อ, อเล็กซ์ เรนเดลล์, ปกรณ์ ลัม เป็นต้น

อ้างอิง[แก้]

  1. http://rirs3.royin.go.th/new-search/word-search-all-x.asp
  2. 2.0 2.1 2.2 นิธิ เอียวศรีวงศ์, ลูกครึ่ง มติชนรายสัปดาห์ วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 29 ฉบับที่ 1527