ลาสต์ เอ็กไซล์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ลาสต์ เอ็กไซล์
ลาสต์ เอ็กไซล์ แฟม, เดอะซิลเวอร์วิง
ลาสต์ เอ็กไซล์ แฟม, เดอะซิลเวอร์วิง
ชื่อไทย ลาสต์ เอ็กไซล์
ชื่อญี่ปุ่น ラストエグザイル
ชื่ออังกฤษ Last Exile
ประเภท โชเน็ง
แนว ผจญภัย, ต่อสู้, สงคราม, แฟนตาซี, ไซไฟ
ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์
ลาสต์ เอ็กไซล์
ผู้กำกับ โคะอิชิ ชิงิระ
ผลิตโดย กอนโซ
ฉายทาง Flag of the United States TechTV, G4techTV
ธงชาติของแคนาดา G4techTV Canada
ธงชาติของแอฟริกาใต้ Animax
ธงชาติของรัสเซีย 2x2
ฉายครั้งแรก 7 เมษายน พ.ศ. 2546 - 29 กันยายน พ.ศ. 2546
จำนวนตอน 26 ตอน
มังงะ
ลาสต์ เอ็กไซล์ - ผู้มาจากนาฬิกาทราย
ストエグザイル 砂時計の旅人
เขียนเรื่อง ไมโนรุ นูเรียว
สำนักพิมพ์ ธงชาติของญี่ปุ่น Kadokawa Shoten
ลงนิตยสาร ธงชาติของญี่ปุ่น Newtype Ace
มังงะ
ลาสต์ เอ็กไซล์ - แฟม, ปีกสีเงิน -
ラストエグザイル~銀翼のファム~
เขียนเรื่อง มิยะโมะโตะ โระโบะ
สำนักพิมพ์ ธงชาติของญี่ปุ่น Kadokawa Shoten
ลงนิตยสาร ธงชาติของญี่ปุ่น Young Ace
ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์
ลาสต์ เอ็กไซล์ - แฟม, ปีกสีเงิน -
ผู้กำกับ โคอิจิ ชิกิระ
ผลิตโดย กอนโซ
ลิขสิทธิ์ ธงชาติของออสเตรเลีย ธงชาติของนิวซีแลนด์ Madman Entertainment
ธงชาติของแคนาดา Flag of the United States Funimation Entertainment
ฉายทาง ธงชาติของญี่ปุ่น ทีวี โตเกียว
ธงชาติของสิงคโปร์ธงชาติของไทยธงชาติของอินโดนีเซียธงชาติของมาเลเซีย แอนิแมกซ์เอเชีย
ฉายครั้งแรก 15 ตุลาคม พ.ศ. 2554 - 31 มีนาคม พ.ศ. 2555
จำนวนตอน 23 ตอน
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น
ลักษณะของแวนชิพ

ลาสต์ เอ็กไซล์ (ญี่ปุ่น: ラストエグザイル โรมาจิ Rasuto Eguzairu ?) เป็นการ์ตูนแนวสงคราม แฟนตาซี โดยจะมีอยู่สองภาคด้วยกัน อำนวยการผลิตโดย กอนโซ สตูดิโอ โดยในภาคสองนั้น ในประเทศไทย ลาสต์ เอ็กไซล์ แฟม เดอะซิลเวอร์ วิง ซึ่งเป็นภาคที่สองได้รับการออกอากาศทางแอนิแมกซ์เอเชีย ผ่าน ทรูวิชั่นส์ ช่อง 77 โดยเริ่มฉายครั้งแรกในโลกพร้อมๆกับอีกหลายประเทศ ในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2554 สำหรับช่องแอนิแมกซ์เอเชีย จะเล่นแบบ 2 ตอนสลับ ทุกคืนวันเสาร์ เวลา 16.30 น. (ตอนเก่าขึ้นฉายก่อน แล้วตามด้วยตอนใหม่)

เนื้อหา

ลาสต์ เอ็กไซล์ [แก้]

เนื้อเรื่อง [แก้]

ในอนาคตบนดาวเคราะห์อพยพที่มีรูปร่างเหมือนนาฬิกาทรายนามว่า "เพรสเตอร์" มีสงครามที่ยืดเยื้อเป็นระยะเวลานานระหว่างสองประเทศคือ "อนาโทเรย์" และ "ดิสซิส" สาเหตุที่ดิสซิสรุกรานอนาโทเรย์เพราะประสบภัยหนาวอย่างแสนสาหัสจนผู้คนล้มตาย ตรงกลางของดาวเคราะห์มี "แกรนด์สตรีม" หรือสภาพอากาศที่เลวร้ายมากกั้นระหว่างสองประเทศ โดยมี "กิลด์" เผ่าพันธุ์ที่มีเทคโนโลยีสูงและคอยตั้งกฎระเบียบแก่เพรสเตอร์

"เคลาส์ วัลกา" และ "ลาวี่ เฮด" เป็นนักบินแวนชิพส่งสารของอนาโทเรย์ ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็ก พ่อของทั้งสองเป็นเพื่อนกันและเสียชีวิตพร้อมกันขณะพยายามส่งสารสงบศึกไปยังดิสซิส วันหนึ่งระหว่างร่วมแข่งขันแวนชิพประจำปี เคลาส์และลาวี่ได้พบกันนักบินแวนชิพส่งสารซึ่งบาดเจ็บสาหัส เขาได้ขอให้เคลาส์รับช่วงต่อภารกิจระดับเจ็ดดาวของเขา ซึ่งเป็นการนำเด็กหญิงปริศนาที่ชื่อ "อัลวิส แฮมมิลตัน" ไปส่ง ณ เรือรบซิลวาน่า เรือรบอิสระที่กล่าวกันว่าแข็งแกร่งที่สุด ระหว่างทางอัลวิสถูกตามล่าจากยานรบของกิลด์ แต่เคลาส์และลาวี่ก็สามารถพาอัลวิสไปถึงจุดหมายที่นัดไว้ ที่นั่นพวกเขาพบ "อเล็กซ์ โรว์" กัปตันของเรือซิลวาน่า

ด้วยความที่เคลาส์เป็นห่วงอัลวิสและไม่ไว้ใจลูกเรือซิลวาน่าจึงลอบนำแวนชิพลงจอดบนซิลวาน่า หลังจากนั้นไม่นานยานรบของกิลด์จำนวนมากภายใต้การนำของ "ดีโอ เอราเคลีย" ก็เข้าโจมตีซิลวาน่า แต่กิลด์ก็ไม่สามารถจับตัวอัลวิสไปได้และต้องล่าถอยไปเมื่อเชื้อเพลิงใกล้จะหมด เคลาส์และลาวี่ได้ร่วมการต่อสู้ด้วยและกลายเป็นสมาชิกของซิลวาน่าในที่สุด

หลังจากนั้นเคลาส์และลาวี่ได้เข้าร่วมการแข่งขันแวนชิพอีกครั้งที่ถ้ำฮอไรซอน ที่นั่นพวกเขาได้พบกับดีโอและลูซิโอล่า ซึ่งลงแข่งด้วยเพราะต้องการประลองกับเคลาส์ เคลาส์ชนะไปได้อย่างเฉียดฉิวเพราะเติมเชื้อเพลิงเพียงครึ่งถังตามคำแนะนำของลาวี่ แต่ทำให้พวกเขาไม่สามารถบินกลับไปที่ซิลวาน่าได้เพราะเชื้อเพลิงหมด ดีโอจึงอาสาไปส่งพวกเขาและขึ้นไปบนซิลวาน่าด้วย ในตอนแรกดีโอและลูซิโอล่าอยู่บนซิลวาน่าในฐานะเชลย แต่อเล็กซ์ก็อนุญาตให้ทั้งสองเดินไปมาอย่างอิสระบนซิลวาน่า แม้จะรู้ว่าดีโอคือน้องชายของมาเอสโตร เดลฟิเน่ ผู้นำสูงสุดของกิลด์

บนซิลวาน่า ดีโอได้พบกับอัลวิสและท่องกลอนบทหนึ่งให้เธอฟัง อัลวิสตกอยู่ในภวังค์ และบรรยากาศรอบๆตัวของเธอมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ในตอนนั้นเองที่ดีโอพูดออกมาว่า "เธอเป็นของจริง"

อเล็กซ์เผยกับเคลาส์ว่าเป้าหมายของเขาคือการทำลายเอ็กไซล์และล้มล้างอำนาจของกิลด์ โดยใช้อัลวิสซึ่งเป็นกุญแจสู่เอ็กไซล์ ขณะเดียวกันจักพรรดิของอนาโทเรย์ตัดสินใจจะทำสงครามแตกหักกับดิสซิส แต่สมุหนายกแห่งอนาโทเรย์ไม่เห็นด้วย และเห็นว่าทางเดียวที่จะยุติสงครามครั้งนี้ได้คือการสนับสนุนให้เจ้าหญิงโซเฟียขึ้นครองราชย์ หลังจากโซเฟียขึ้นครองราชย์เป็นจักพรรดินีแห่งอนาโทเรย์แล้ว พันธมิตรอนาโทเรย์-ดิสซิสวางแผนโจมตีฐานที่มั่นของกิลด์ในวันที่กิลด์จัดพิธีสู่ความเป็นผู้ใหญ่ เพราะกิลด์ทั้งหมดจะมาร่วมในพิธี

แต่ในคืนก่อนวันพิธี เดลฟิเน่และบริวารบุกเข้ายึดซิลวาน่า จับตัวอัลวิส ดีโอ อเล็กซ์และเคลาส์ไปยังเผ่ากิลด์ ดีโอถูกล้างสมองเพื่อเตรียมการเข้าพิธีสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ในขณะที่อัลวิสถูกเดลฟิเน่ใช้เพื่อควบคุมเอ็กไซล์ เคลาส์พาอีลวิสและดีโอหนีออกมาได้ แต่อเล็กซ์เสียชีวิตระหว่างกองกำลังอนาโทเรย์-ดิซิทโจมตีกิลด์

สุดท้ายเคลาส์และลาวี่พาอัลวิสบินผ่านแกรนด์สตรีมไปยังดิสซิส และปลดปล่อยเอ็กไซล์ได้สำเร็จ

ตัวละครหลัก [แก้]

เคลาส์ วัลกา (Claus Valca) เด็กหนุ่มผู้มีอาชีพแวนชิพส่งสาร มีทักษะการบินในระดับสูง

ลาวี่ เฮด (Lavie Head) เด็กสาวผู้เป็นเพื่อนสนิทและต้นหนของเคลาส์

อัลวิส อี. แฮมมิลตัล (Alvis E. Hamilton) เด็กหญิงปริศนา ผู้มีพลังในการควบคุม "เอ็กไซล์"

อเล็กซานเดอร์ โรว์ (Alexander Row) กับตันยานรบซิลวาน่า ยานรบอิสระที่ว่ากันว่าแข็งแกร่งที่สุด

ดีโอ เอราเคลีย (Dio Eraclea) เด็กหนุ่มชาวกิลด์ผู้เป็นน้องชายของมาเอสโตร เดลฟีเน่ ผู้นำสูงสุดของกิลด์

ลาสต์ เอ็กไซล์ - ผู้มาจากนาฬิกาทราย [แก้]

ลาสต์ เอ็กไซล์ - ภาคผู้มาจากนาฬิกาทราย เผยแพร่ในรูปแบบหนังสือการ์ตูน ตีพิมพ์ลงในนิตยสารรายเดือนของญี่ปุ่น เนื้อเรื่องโดยกอนโซ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากจบภาคแรก เคลาส์ ลาวี่ อัลวิส และเพื่อนๆ เดินทางด้วยเอ็กไซล์ออกจากดาวอพยพเพรสเตอร์กลับคืนมาสู่ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน(โลก)และต้องพบกับการจู่โจมของกิลด์บนโลกที่พยายามจับตัวอัลวิส มีทั้งหมด 2 เล่ม(10 ตอน)

ลาสต์ เอ็กไซล์ - Friends [แก้]

ลาสต์ เอ็กไซล์ - Friends เผยแพร่ในรูปแบบนวนิยาย เนื้อเรื่องโดยกอนโซ ภาพประกอบโดย มารุโอ มิโนรุ ตีพิมพ์ในหนังสือลาสเอ็กไซล์ เอรียลล็อก ที่วางจำหน่ายเมื่อ 4 มีนาคม 2556 เล่าเรื่องราวของดีโอ หลังจากตอนจบของภาคแรกจนถึงก่อนภาคแฟมปีกสีเงิน ดีโอที่สูญเสียความทรงจำ อยู่ในสภาพกึ่งเสียสติ ถูกกระแสลมพัดตกจากแวนชิประหว่างบินผ่านแกรนด์สตรีม เขารอดชีวิตมาได้ แต่ดีโอที่ยังคงสับสนถูกครอบงำโดยกิลด์ที่ต้องการแก้แค้น ดีโอจู่โจมกองกำลังของอนาโทเรย์-ดิซิท ฆ่าทหารไปจำนวนมากและพยายามฆ่าเจ้าหญิงโซเฟีย แต่เคลาส์เสียสละตัวเองทำให้ความทรงจำและสติของดีโอกลับคืนมาในที่สุด

ลาสต์ เอ็กไซล์ แฟม, ปีกสีเงิน [แก้]

เนื้อเรื่อง [แก้]

ลาสต์ เอ็กไซล์ แฟม, ปีกสีเงิน เป็นภาคต่อจากภาคแรกและภาค ผู้มาจากนาฬิกาทราย โดยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบนโลกหลังจากที่เอ็กไซล์ของเพรสเตอร์ได้พาพลเมืองบางส่วนกลับมาสู่โลกที่เป็นบ้านเกิด ประมาณ 2 ปี อาณาจักรและประเทศต่างได้เริ่มถูกรุกรานจากสมาพันธรัฐอะเดส นำโดยนายกรัฐมนตรี ลุสคิเนีย ฮาเฟส สมาพันธรัฐฯได้เริ่มบุกรุกอาณาจักรทูแรน ที่นำโดย เจ้าหญิงลิเลียน่า แห่งราชวงศ์ทูแรน สาเหตุของสงครามมาจากสนธิสัญญาสันติภาพแกรนด์เลคได้หมดอายุความลง เริ่มที่ลุสคิเนีย ล้มการเจรจาสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างทูแรนและสมาพันธรัฐอะเดส และประกาศทำสงครามกับอาณาจักรทูแรน สมาพันธ์รัฐฯส่งกองเรือทั้งสี่ มุ่งสู่อิกราเซีย เมืองหลวงของทูแรน กองเรือของทูแรนไม่สามารถต้านทานได้ ในตอนคับขันนั้นเอง โจรน่านฟ้าได้ร่วมมือกับเจ้าหญิงลิเลียน่า แสร้งทำให้เหมือนว่าเรือ ลาซาส เรือธงของทูแรน เกิดอุบัติเหตุอัปปางลงโดยตอนนั้นเองเจ้าหญิงมิเลียได้หนีไปกับโจรน่านฟ้าสองคนที่ชื่อ แฟม แฟน แฟน และ จิเซลล์ คอเลตต์ ด้วยยานแวนชิพ

ทางสมาพันธรัฐฯคิดว่าลาซาสตกไปแล้วจริงๆ และคิดว่าไม่มีใครรอดชีวิต จึงได้มุ่งหน้าทัพเข้าสู่ทูแรน แต่ก่อนที่จะไปถึงทูแรนได้เพียงไม่กี่อึดใจ ลาซาสได้เข้าโจมตีกองเรือของสมาพันธรัฐฯ โดยมุ่งเป้าหมายเดียวคือเรือธงแห่งสมาพันธรัฐ อิมเพทัส เพื่อต้องการสังหารลุสคิเนีย แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากก่อนการเข้าประชิดเพียงไม่กี่อึดใจ อาเลาดา เสนาธิการแห่งสมาพันธรัฐฯได้บุกเดี่ยวเรือธงลาซาสเข้าไปสังหารเจ้าหน้าที่และพาตัวองค์หญิงมิเลียน่ามาที่อิมเพทัส ในขณะที่ แฟมแฟน, จิเซลล์ และมิเลียได้มาเข้าเฝ้ากษัตริย์แห่งทูแรน เขาขอให้แฟมแฟนและจิเซลล์พามิเลียไปหลบภัยที่บ้านหลวงของราชวงศ์ทางตะวันออก ขณะเดินทางนั้นเองเมื่อเจ้าหญิงมิเลียรู้ข่าว ก็ขอร้องให้แฟมแฟนและจิเซลล์พาเธอไปช่วยพี่สาวของเธอ ทั้งสามได้ลอบนำแวนชิพเข้าสู่ศูนย์กลางของอิมเพทัส ในตอนนั้นเอง กองเรืออะเดสได้ถึงอิกราเซียแล้วในขณะที่ทูแรนก็ตอบโต้และป้องกัน ในอิมเพทัส ทั้งสามได้ประจันหน้ากับลุสคิเนีย ลุสคิเนียจึงได้นำตัวเจ้าหญิงลิเลียน่าออกมาและเธอขอประกาศยอมแพ้ แต่ลุสคิเนียไม่ยอม ต้องการทำลายทูแรนให้สิ้นซาก โดยให้เหตุผลว่าสันติภาพจะเกิดก็ต่อเมื่อประเทศที่ไม่จำเป็นถูกกำจัดให้หมดไป ลุสคิเนียได้ท่องกลอนบทหนึ่ง และนั้นเองทำให้เจ้าหญิงลิเลียนาได้ปลุกเอ็กไซล์ของทูแรนให้ตื่นขึ้นมา ...

ตัวละครหลัก [แก้]

แฟม แฟน แฟน (Fam Fan Fan) อายุ 15 ปี สาวน้อยโจรน่านฟ้าผู้อาศัยอยู่ในท่าเทียบเรือเสียดฟ้า ”คาร์ทัฟฟาร์” เธอใช้แวนชิพที่ชื่อว่าเวสปา ออกล่าเรือบิน และต่อสู้กลางอากาศกับเพื่อนฝูงแล้วนำมาขาย เพื่อเลี้ยงชีพ เธอมีความสามารถชั้นเซียนในการขับแวนชิพ แต่ยังอ่อนประสบการณ์

จิเซลล์ คอเลตต์ (Giselle Colette) อายุ 15 ปี เพื่อนสนิทของแฟม เป็นต้นหนให้กับแฟม มีนิสัยเรียบร้อย เป็นลูกสาวคนโตของอาทาโมรา หัวหน้าโจรน่านฟ้า

ลิเลียนา อิล คูเตรโทรา เมลโร ทูแรน (Liliana il Cutrettola Melro Turan) อายุ 19 ปี พี่สาวของมิเลีย เจ้าหญิงองค์ที่หนึ่งแห่งทูแรน มีนิสัยเรียบร้อย การตัดสินใจที่เด็ดขาดแบกรับภาระการดูแลทูแรนแทนกษัตริย์

มิเลีย อิล เวร์ค คูเตรโทรา ทูแรน (Milia il Werk Cutrettola Turan) อายุ 15 ปี เจ้าหญิงองค์ที่สองแห่งราชอาณาจักรทูแรน หลังจากพี่สาวถูกอะเดสจับตัวไป เธอจึงต้องเป็นผู้นำของชาวทูแรน ในการกอบกู้อาณาจักร

ลุสคิเนีย ฮาเฟส (Luscinia Hafez) นายกรัฐมนตรีแห่งสมาพันธรัฐอะเดส ผู้นำในการบุกทูแรน อดีตเคยเป็นองครักษ์ในองค์ออกัสตาฟารานาซ มีชื่อเดิมว่าลูเคีย เป็นชาวกิลด์

วาแซนต์ (Vasant) นายพลหญิงแห่งสมาพันธรัฐอะเดส ผู้บัญชาการกองเรือที่ 5 กองเรือสำหรับประจำการอารักขาองค์ออกัสตา ภายหลังได้จัดตั้งกองกำลังพันธมิตร เพื่อต่อต้านลุสคิเนีย

อาณาจักรและดินแดน [แก้]

เพรสเตอร์ ดาวอพยพของอนาโทเรย์และดิสซิส

ในลาสต์ เอ็กไซล์ ทั้งสองภาค มีประเทศและดินแดนมากมาย แต่ในที่นี้ จะกล่าวถึงอาณาจักรที่มีบทบาทมาก คือ

อนาโทเรย์ ตั้งอยู่บนเพรสเตอร์ เป็นอาณาจักรที่อุดมสมบูรณ์ ทำสงครามกับดิสซิสอยู่เรื่อยมา*

ดิสซิส ตั้งอยู่บนเพรสเตอร์ ดินแดนที่มีสภาพอากาศหนาวเหน็บที่สุดจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ จึงจำต้องบุกรุกอนาโทเรย์ *

ทูแรน อาณาจักรที่ตกเป็นเป้าของสมาพันธรัฐอะเดส เนื่องจากองค์หญิงแห่งทูแรนเป็นกุญแจแห่งเอ็กไซล์

อะเดส หรือสมาพันธรัฐอะเดส เป็นประเทศมหาอำนาจที่ไม่ได้ใช้เอ็กไซล์อพยพไปที่อื่น หลังจากเหตุการณ์ปลงพระชนม์องค์ออกัสตาฟารานาซ ลุสคิเนียได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีและเริ่มบุกรุกและดำเนินนโยบายทางการทูตกับดินแดนต่างๆให้ร่วมกับตนเอง เนื่องจากทูแรนมีเอ็กไซล์ จึงต้องการใช้เอ็กไซล์ของทูแรนเพื่อเป็นอาวุธ

กลาเคียส ตั้งอยู่ทางเหนือของแกรนด์เลค มีสภาพอากาศเป็นหิมะตลอดปี มีภาษาเป็นของตนเอง และมีแวนชิพที่มีเทคโนโลยีชั้นสูง กลาเคียสถือเป็นประเทศที่ลึกลับเนื่องจากไม่ดำเนินนโยบายทางการทูตกับประเทศใดๆ มีเอ็กไซล์เป็นของตนเอง และถือว่าเอ็กไซล์เป็นเทพเจ้าที่คอยปกป้องรักษากลาเคียส

  • (*) - ภายหลัง ดิสซิสผนวกเข้ากับอนาโทเรย์ เป็น สหอาณาจักรแห่งอนาโทเรย์-ดิสซิส และใช้เอ็กไซล์ของเพรสเตอร์อพยพกลับมายังโลก

เอ็กไซล์ [แก้]

เอ็กไซล์ (อังกฤษ: Exile) เป็นยานอพยพขนาดมหึมาของกิลด์ โดยเอ็กไซล์แต่ละลำจะมีคนเพียงคนเดียวที่มีอำนาจควบคุมได้ ซึ่งถูกเรียกว่ากุญแจแห่งเอ็กไซล์ และเมื่อคนๆนั้นเสียชีวิต พลังในการควบคุมจะตกไปอยู่ในผู้ที่มีสายสัมพํนธ์ทางสายเลือดใกล้ชิดที่สุดที่เป็นเพศหญิง การที่จะทำให้เอ็กไซล์ทำงานต้องใช้ "บทกลอนเอ็กไซล์"

  • เอ็กไซล์ของเพรสเตอร์ ก่อนใช้งานได้มีลักษณะเป็นรูปดักแด้ หลับใหลอยู่ภายในแกรนด์สตรีม ซึ่งภายหลังมีลักษณะคล้ายเล็บมือของหญิงสาว กุญแจคืออัลวิส แฮมมิลตัน และต้องใช้บทกลอน 4 บท ที่ตกทอดมาในตระกูลทั้ง 4 ของกิลด์จึงจะใช้งานได้
    • ความยาว: 5,266 เมตร
    • ความสูง: 622.1 เมตร (ไม่รวมปีก)
    • ความกว้าง: 1,020.5 เมตร (ไม่รวมปีก) [1]
  • เอ็กไซล์ของทูแรน มีลักษณะเป็นพระจันทร์เสี้ยว มีจำนวนมากมายหลับใหลอยู่รอบโลก มีกุญแจคือองค์หญิงลิเลียน่า ภายหลังตกไปอยู่ที่องค์หญิงมิเลีย
  • เอ็กไซล์ของกลาเคียส มีลักษณะเป็นป้อมปราการขนาดมหึมา ใช้เป็นแนวป้องกันเมืองหลวงของกลาเคียส ไม่ทราบว่ากุญแจคือใคร
  • เอ็กไซล์ของอะเดส มีลักษณะคล้ายแมลงปอสีขาว เรียกว่า แกรนด์เอ็กไซล์ หลับใหลอยู่บริเวณทางเหนือของดินแดนกลาเคียส มีพลังทำลายล้างมหาศาล มีกุญแจคือ องค์ออกัสตาแห่งอะเดส

ข้อมูลเพิ่มเติม [แก้]

อ้างอิง [แก้]